กิตาบุลอะดับ 5 พ่อแม่เป็นมุชริก,ติดต่อญาติ (บาบ 6-12)

Submitted by dp6admin on Sat, 30/05/2020 - 20:47
หัวข้อเรื่อง
6- ฝ่าฝืนพ่อแม่นั้นเป็นกะบีเราะฮฺ (ต่อ)
7- การติดต่อบิดามารดาที่เป็นมุชริก (ต่างศาสนิก)
8- ปฏิบัติดีกับบิดามารดามุชริก
9- การติดต่อพี่น้องมุชริก
10 ความประเสริฐของการติดต่อเครือญาติ
11 ความผิดของผู้ที่ตัดญาติพี่น้อง
12 การที่จะมีริสกีกว้างขวางเนื่องจากการติดต่อญาติ
สถานที่
มัสญิดจักรพงษ์ บางลำพู
วันที่บรรยาย
ขนาดไฟล์
8.30 mb
ความยาว
60.00 นาที
รายละเอียด

กิตาบุลอะดับ 5-1 | บาบ 7-9 ปฏิบัติดีต่อบิดามารดามุชริก(ต่างศาสนิก)

กิตาบุลอะดับ 5-2 | บาบ 10-12 การติดต่อเครือญาติ

 

บาบ 6 ฝ่าฝืนพ่อแม่นั้นเป็นกะบีเราะฮฺ (ต่อ)

6043 ـ حَدَّثَنِي مُحَمَّدُ بْنُ الْوَلِيدِ، حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ جَعْفَرٍ، حَدَّثَنَا شُعْبَةُ، قَالَ حَدَّثَنِي عُبَيْدُ اللَّهِ بْنُ أَبِي بَكْرٍ، قَالَ سَمِعْتُ أَنَسَ بْنَ مَالِكٍ ـ رضى الله عنه ـ قَالَ ذَكَرَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم الْكَبَائِرَ، أَوْ سُئِلَ عَنِ الْكَبَائِرِ فَقَالَ ‏"‏ الشِّرْكُ بِاللَّهِ، وَقَتْلُ النَّفْسِ، وَعُقُوقُ الْوَالِدَيْنِ ‏"‏‏.‏ فَقَالَ ‏"‏ أَلاَ أُنَبِّئُكُمْ بِأَكْبَرِ الْكَبَائِرِ ـ قَالَ ـ قَوْلُ الزُّورِ ـ أَوْ قَالَ ـ شَهَادَةُ الزُّورِ ‏"‏‏.‏ قَالَ شُعْبَةُ وَأَكْثَرُ ظَنِّي أَنَّهُ قَالَ ‏"‏ شَهَادَةُ الزُّورِ ‏"‏‏.‏

หะดีษ 6043 อนัส อิบนุมาลิกรายงานว่า ท่านนบีถูกถามถึงบาปใหญ่(กะบีเราะฮฺ) ท่านนบีกล่าวว่า "การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ, การฆ่าชีวิต, และการฝ่าฝืนบิดามารดา" ท่านนบีพูดต่อว่า "พวกท่านอยากทราบไหม บาปใหญ่ที่ใหญ่ที่สุด"
"การกล่าวเท็จ หรือเป็นสักขีพยานที่พูดเท็จ" (ประการสุดท้ายนี้ อุละมาอฺกล่าวว่า มิใช่หมายถึงว่าใหญ่กว่าทำชิริก แต่หมายถึงใหญ่ที่สุดในด้านสิทธิของมนุษย์ เพราะการโกหก เป็นแนวทางไปสู่การทำบาปใหญ่ทุกประการ)

7 ـ باب صِلَةِ الْوَالِدِ الْمُشْرِكِ การติดต่อบิดามารดาที่เป็นมุชริก [ มารดาท่านนบี, อะฮฺลุลฟัฏเราะฮฺ, การขอดุอาอฺให้ต่างศาสนิก ]

- ให้ทำดีต่อบิดามารดา แม้จะเป็นต่างศาสนิกก็ตาม

6044 ـ حَدَّثَنَا الْحُمَيْدِيُّ، حَدَّثَنَا سُفْيَانُ، حَدَّثَنَا هِشَامُ بْنُ عُرْوَةَ، أَخْبَرَنِي أَبِي، أَخْبَرَتْنِي أَسْمَاءُ ابْنَةُ أَبِي بَكْرٍ ـ رضى الله عنهما ـ قَالَتْ أَتَتْنِي أُمِّي رَاغِبَةً فِي عَهْدِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم فَسَأَلْتُ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم آصِلُهَا قَالَ ‏"‏ نَعَمْ ‏"‏‏.‏ قَالَ ابْنُ عُيَيْنَةَ فَأَنْزَلَ اللَّهُ تَعَالَى فِيهَا ‏{‏لاَ يَنْهَاكُمُ اللَّهُ عَنِ الَّذِينَ لَمْ يُقَاتِلُوكُمْ فِي الدِّينِ‏}‏

- อุรวะฮฺอิบนุซซุบัยรฺ รายงานหะดีษจาก อัสมาอฺ บินตุอบีบักร (ลูกของอบูบัรกอัซซิดดี๊ก แม่ของอัสมาอฺเข้ารับอิสลามทีหลัง หะดีษนี้เป็นเหตุการณ์ที่แม่ของอัสมาอฺ(ที่อยู่มักกะฮฺ)มาเยี่ยมอัสมาอฺที่มะดีนะฮฺ)

หะดีษ 6044 - อัสมาอฺได้เล่าว่า สมัยที่ท่านบีอยู่ที่มะดีนะฮฺ แม่ฉันได้มาเยี่ยมฉันที่มะดีนะฮฺ ฉันได้ถามท่านนบีว่า "โอ้ท่านนบี ฉันติดต่อแม่ฉันได้ไหม ? (ต้อนรับนางได้ไหม ? ทำอาหารเลี้ยง ? ฯลฯ)"
ท่านนบีตอบว่า "ได้สิ"  
(ผู้รายงานหะดีษท่านนึงกล่าวว่า กรณีนี้อัลลอฮฺประทานอายะฮฺหนึ่งในซูเราะฮฺอัลมุมตะหินะฮฺ "อัลลอฮฺจะไม่ห้ามพวกเจ้าในการทำดีกับผู้ที่ไม่ต่อต้านพวกเจ้า(จากบรรดามุชริกีน)

-- นี่เป็นหลักฐานชัดเจนให้ทำดีกับเครือญาติแม้ว่าจะเป็นมุชริกก็ตาม อิสลามส่งเสริมเรื่องนี้ แม้ในขณะที่มุสลิมถูกข่มเหงรังแกอย่างรุนแรง(จากมุชริกีน)

8 ـ باب صِلَةِ الْمَرْأَةِ أُمَّهَا وَلَهَا زَوْجٌ  ปฏิบัติดีกับบิดามารดามุชริก

6046 ـ حَدَّثَنَا يَحْيَى، حَدَّثَنَا اللَّيْثُ، عَنْ عُقَيْلٍ، عَنِ ابْنِ شِهَابٍ، عَنْ عُبَيْدِ اللَّهِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ، أَنَّ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ عَبَّاسٍ، أَخْبَرَهُ أَنَّ أَبَا سُفْيَانَ أَخْبَرَهُ أَنَّ هِرَقْلَ أَرْسَلَ إِلَيْهِ فَقَالَ يَعْنِي النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم يَأْمُرُنَا بِالصَّلاَةِ وَالصَّدَقَةِ وَالْعَفَافِ وَالصِّلَةِ‏.‏

หะดีษ 6046 - ท่านนบีเล่าเรื่องเก่า เรื่องสมัยที่นบีกับกุเรชยังเป็นศัตรูกันอยู่ กษัตริย์ฮิริคริส(โรมัน เป็นคริสต์) ได้รับจดหมายจากท่านนบีให้เข้ารับอิสลาม จึงเรียกอบูซุฟยานมาถามเกี่ยวกับท่านนบี (อบูซุฟยานในตอนนั้นเป็นศัตรูกับนบี) ว่านำอะไรมาสอน อบูซุฟยานตอบว่า "เขาสอนให้เราละหมาด ให้บริจาค ให้มีความบริสุทธิ์(สะอาด) ให้ติดต่อเครือญาติ"

- มารดาของท่านนบี เสียชีวิตโดยยังไม่ได้เป็นผู้ศรัทธา เรียกว่ อะฮฺลุลฟัฏเราะฮฺ (ตายโดย ไม่ได้รับรู้อิสลาม) ท่านนบีขอต่ออัลลอฮฺว่าจะขอดุอาอฺขออภัยโทษให้แม่ได้ไหม อัลลอฮฺบอกว่าไม่ได้ ท่านนบีก็ขออนุญาตเดินทางไปเยี่ยมกุโบร์ของมารดา อัลลอฮฺก็อนุญาต

9 ـ باب صِلَةِ الأَخِ الْمُشْرِكِ การติดต่อพี่น้องมุชริก [การสวมผ้าไหม, การให้ของหะรอมแก่ต่างศาสนิก,  ]

6047 ـ حَدَّثَنَا مُوسَى بْنُ إِسْمَاعِيلَ، حَدَّثَنَا عَبْدُ الْعَزِيزِ بْنُ مُسْلِمٍ، حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ دِينَارٍ، قَالَ سَمِعْتُ ابْنَ عُمَرَ ـ رضى الله عنهما ـ يَقُولُ رَأَى عُمَرُ حُلَّةَ سِيَرَاءَ تُبَاعُ فَقَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ ابْتَعْ هَذِهِ، وَالْبَسْهَا يَوْمَ الْجُمُعَةِ، وَإِذَا جَاءَكَ الْوُفُودُ‏.‏ قَالَ ‏"‏ إِنَّمَا يَلْبَسُ هَذِهِ مَنْ لاَ خَلاَقَ لَهُ ‏"‏‏.‏ 
فَأُتِيَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم مِنْهَا بِحُلَلٍ، فَأَرْسَلَ إِلَى عُمَرَ بِحُلَّةٍ فَقَالَ كَيْفَ أَلْبَسُهَا وَقَدْ قُلْتَ فِيهَا مَا قُلْتَ قَالَ ‏"‏ إِنِّي لَمْ أُعْطِكَهَا لِتَلْبَسَهَا، وَلَكِنْ تَبِيعُهَا أَوْ تَكْسُوهَا ‏"‏‏.‏ فَأَرْسَلَ بِهَا عُمَرُ إِلَى أَخٍ لَهُ مِنْ أَهْلِ مَكَّةَ قَبْلَ أَنْ يُسْلِمَ‏.‏

หะดีษ 6047 - อุมัร อิบนุลคอตต๊อบ เดินกับท่านนบีที่ตลาด อุมัรเห็นร้ายขายผ้าสำหรับเย็บผ้าเป็นชุด เป็นผ้าที่มีเส้นประดับเป็นไหม(หรือเป็นผ้าไหมล้วนทั้งผืน) อุมัรแนะนำให้ท่านนบีซื้อไว้ เพื่อจะได้มีชุดใหม่ใส่เวลามีแขกสำคัญมาเยี่ยมเยียนท่านนบี
ท่านนบีตอบอุมัรว่า "แท้จริงไม่มีใครที่จะสวมเสื้อผ้าแบบนี้ ยกเว้นคนที่ไม่มีส่วนจากผลบุญของวันกิยามะฮฺ"
-- หมายถึง คนที่หวังในโลกดุนยาอย่างเดียว ไม่หวังในวันกิยามะฮฺ ที่จะชอบใส่ผ้าไหม (ผู้ชายใส่ผ้าไหมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโสร่ง สูท หรืออื่นๆ ฯลฯ)

ครั้งหนึ่งมีคนให้ของขวัญแก่ท่านนบีเป็นผ้าไหม ท่านนบีได้ให้ท่านอุมัรไปชิ้นหนึ่ง อุมัรบอกว่า ฉันจะเอาผ้าไหมชิ้นนี้มาสวมได้อย่างไร ทั้งๆที่ท่านนบีเคยพูดแบบนั้น
ท่านนบีกล่าวว่า "ฉันไม่ได้ให้ท่านสวมเอง แต่ให้ท่านเอาไปขายหรือให้คนที่สวมได้"
ท่านอุมัรก็เลยส่งผ้าไหมชิ้นนั้นไปให้พี่น้องคนหนึ่งที่มักกะฮฺ(เป็นมุชริก)
- ให้ของหะรอมแก่ต่างศาสนิกได้ไหม ?
----------------
กิตาบุลอะดับ 5-2 การติดต่อเครือญาติ

10 ـ باب فَضْلِ صِلَةِ الرَّحِمِ ความประเสริฐของการติดต่อเครือญาติ

6049 ـ حَدَّثَنِي عَبْدُ الرَّحْمَنِ، حَدَّثَنَا بَهْزٌ، حَدَّثَنَا شُعْبَةُ، حَدَّثَنَا ابْنُ عُثْمَانَ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ مَوْهَبٍ، وَأَبُوهُ، عُثْمَانُ بْنُ عَبْدِ اللَّهِ أَنَّهُمَا سَمِعَا مُوسَى بْنَ طَلْحَةَ، عَنْ أَبِي أَيُّوبَ الأَنْصَارِيِّ ـ رضى الله عنه أَنَّ رَجُلاً قَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ أَخْبِرْنِي بِعَمَلٍ يُدْخِلُنِي الْجَنَّةَ‏.‏ فَقَالَ الْقَوْمُ مَالَهُ مَالَهُ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ أَرَبٌ مَالَهُ ‏"‏‏.‏ 
فَقَالَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ تَعْبُدُ اللَّهَ لاَ تُشْرِكُ بِهِ شَيْئًا، وَتُقِيمُ الصَّلاَةَ، وَتُؤْتِي الزَّكَاةَ، وَتَصِلُ الرَّحِمَ، ذَرْهَا ‏"‏‏.‏ قَالَ كَأَنَّهُ كَانَ عَلَى رَاحِلَتِهِ‏.‏

หะดีษ 6049 - ชายคนหนึ่งเข้ามา ตะโกนเรียกท่านนบี "โอ้นบี บอกฉันหน่อย ถึงการงาน(อะมั้ล)ที่ทำให้ฉันเข้าสวรรค์"
เศาะฮาบะฮฺที่นั่งอยู่ไม่พอใจ(ที่เขาตะโกนพูดกับนบี) ก็พูดว่า "นี่อะไรเนี่ย"
นบีก็กล่าวกับเศาะฮาบะฮฺว่า "อย่าไปดุเขา เขามีสิ่งที่ต้องการถาม"
นบีตอบว่า "การกระทำ(ที่ทำให้ท่านเข้าสวรรค์)คือ ท่านจงอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ โดยไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์เลย, ละหมาด ซะกาต (บริจาคทาน), ติดต่อเครือญาติ"

มีหะดีษนี้ในสำนวนอื่น ท่านนบีตอบว่า "รุกุ่นอิสลามห้าประการคือ ชะฮาดะฮฺ ละหมาด ถือศีลอดเดือนรอมฎอน บริจาคซะกาต ฮัจญ์"

11 ـ باب إِثْمِ الْقَاطِعِ ความผิดของผู้ที่ตัดญาติพี่น้อง

6050 ـ حَدَّثَنَا يَحْيَى بْنُ بُكَيْرٍ، حَدَّثَنَا اللَّيْثُ، عَنْ عُقَيْلٍ، عَنِ ابْنِ شِهَابٍ، أَنَّ مُحَمَّدَ بْنَ جُبَيْرِ بْنِ مُطْعِمٍ، قَالَ إِنَّ جُبَيْرَ بْنَ مُطْعِمٍ أَخْبَرَهُ أَنَّهُ، سَمِعَ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ ‏"‏ لاَ يَدْخُلُ الْجَنَّةَ قَاطِعٌ ‏"‏‏.‏
หะดีษ 6050 - ท่านนบีกล่าวว่า "จะไม่เข้าสวรรค์เลย คนที่ตัดญาติพี่น้อง"

มีหะดีษอีกหลายบทเช่น 
"จะไม่สวรรค์ คนที่ดื่มเหล้า(ติดเหล้า) คนที่เชื่อและปฏิบัติตามไสยศาสตร์ และคนที่ตัดญาตพี่น้อง"
"การงานของลูกหลานอาดัมจะถูกเสนอต่ออัลลอฮฺในคืนวันศุกร์ (พฤหัสกลางคืน) ไม่มีอะมั้ลถุกตอบรับจากผู้ที่ตัดญาติพี่น้อง"

- การทำความดีกับญาติพี่น้อง ระดับขั้นของการติดต่อญาติพี่น้อง; อิมามอิบนุอบีญะหฺเราะฮฺบอกว่า "การติดต่อญาติพี่น้องเป็นสิ่งดีเสมอ ต่อเมื่อญาติพี่น้องเป็นคนที่เที่ยงธรรม ถ้าเป็นฟาซิก(คนชั่ว) การตัดญาติพี่น้องนั้นคือการติดต่อพวกเขา" 
- การตัดในกรณีนี้คือ ตัดระดับหนึ่ง ติดต่อได้บ้าง แต่ไม่ได้ติดต่อใกล้ชิดเหมือนพี่น้องมุสลิม
ระดับของการติดต่อญาติ
1- ให้ค่าใช้จ่าย(นะฟะเกาะฮฺ) ฮะดียะฮฺ(ของขวัญ) ทรัพย์สิน
2- ติดต่อถามข่าวคราว
3- ให้อภัยในความชั่วของเขา หรือสิ่งไม่ดีที่เขาทำกับเรา - อยากติดต่อเขา แต่เขาไม่อยากติดต่อเรา กรณีนี้ให้เราอดทน ไม่ตอบโต้เขา นั่นคือการติดต่อเขาระดับหนึ่งที่เราทำได้
4- การตักเตือน(นะศีหะฮฺ)เมื่อเห็นทำความชั่ว

-- ผลบุญของการติดต่อเครือญาติ --

12 ـ باب مَنْ بُسِطَ لَهُ فِي الرِّزْقِ بِصِلَةِ الرَّحِمِ การที่จะมีริสกีกว้างขวางเนื่องจากการติดต่อญาติ

6051 ـ حَدَّثَنِي إِبْرَاهِيمُ بْنُ الْمُنْذِرِ، حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ مَعْنٍ، قَالَ حَدَّثَنِي أَبِي، عَنْ سَعِيدِ بْنِ أَبِي سَعِيدٍ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ ـ رضى الله عنه ـ قَالَ سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ ‏"‏ مَنْ سَرَّهُ أَنْ يُبْسَطَ لَهُ فِي رِزْقِهِ، وَأَنْ يُنْسَأَ لَهُ فِي أَثَرِهِ، فَلْيَصِلْ رَحِمَهُ ‏"‏‏.‏
ท่านนบีกล่าวว่า "ใครที่มีความปรารถนาจะมีความกว้างขวางในริสกี(รายได้ดี) และใครที่อยากมีอายุยืนยาว จงติดต่อญาติเถิด"