คุชูอฺด้วยตักบีเราะตุลอิห์รอม

Submitted by dp6admin on Tue, 07/01/2020 - 11:45
เนื้อหา

การที่เรากล่าว “อัลลอฮุอักบัร” เป็นการประกาศว่าการละหมาดของเราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะเข้ามารบกวนหรือทำลายสมาธิของเรา ทำลายความเป็นบ่าวที่กำลังทำศาสนกิจต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา เป็นการประกาศต่อชัยฏอนด้วยว่าอย่ามายุ่งกับเรา อย่ามายุ่งกับการที่เรากำลังอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ เพราะพระองค์ทรงยิ่งใหญ่

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ 

สู่อีหม่านที่มั่นคง เรากำลังเตรียมตัวเพื่อนำจิตใจของเราไปสู่การเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ในการละหมาดนั้นเราต้องมีชีวิตชีวา มีความพร้อมในการที่จะทำให้อิบาดะฮ์ของเรา การเฝ้าอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา นั้นมีลักษณะที่ดีงาม เพื่อให้เราถวายอิบาดะฮ์ของเรานั้นต่อพระผู้เป็นเจ้าของเราได้

การที่เราจะละหมาดต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา นั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่เราจะต้องเตรียมพร้อมในทุกประการ เราพูดแล้วถึงการเตรียมเนียต เตรียมเจตนารมณ์ที่ดี ที่บริสุทธิ์ในการทำอิบาดะฮ์ อิคลาศที่เราต้องมีก่อนจะเข้าสู่การละหมาด เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดในอิบาดะฮ์โดยทั่วไป และในการละหมาดโดยเฉพาะ และเมื่อเราเตรียมเจตนาที่ดีแล้ว มุ่งสู่การละหมาดโดยตั้งใจว่าการละหมาดของเรานี้ไม่มีเป้าหมายใดๆ นอกจากการแสวงบุญ ต้องการผลบุญจากอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา เท่านั้น ไม่มีความปรารถนาผลประโยชน์จากมนุษย์คนใด สถาบันใด เราทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา เพื่อชำระความผิดที่เรากระทำ เพื่อแสวงผลบุญให้เป็นเสบียง เป็นการสะสมราคาของสวนสวรรค์ในวันกิยามะฮ์ที่เป็นสินค้าอันมีคุณค่าสูงส่งที่เราต้องเตรียมราคาของมันไว้ ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า

ألا إن سلعة الله غالة، ألا إن سلعة الله الجنة
“พึงทราบเถิดแท้จริงสินค้าของอัลลอฮ์นั้นมีคุณค่ามีราคาสูง พึงทราบเถิดว่าสินค้าของอัลลอฮ์นั้นคือสวนสวรรค์”

เราจะเข้าสู่การละหมาดด้วยความบริสุทธิ์ใจและเริ่มกิจกรรมแรกด้วย ตักบีเราะตุลอิห์รอม ซึ่งมีสองเรื่องสำคัญในศัพท์ที่ใช้นี้

     “ตักบีเราะฮ์” หมายถึงการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร”
     “อัลอิห์รอม” คือ “สิ่งที่ต้องห้าม”

กล่าวคือ เราต้องกล่าวอัลลอฮุอักบัร ขณะที่เราจะเข้าสู่การละหมาด พร้อมกับการยกมือสองข้างถึงระดับไหล่ หรือชิดกับหูของเรา นี่คือลักษณะภายนอกที่เกี่ยวกับอวัยวะ แต่ส่วนที่เกี่ยวกับจิตใจ ชีวิตชีวา จิตวิญญาณขอการกระทำเหล่านี้ เรายกมือเพื่ออะไร? เรากล่าวตักบีรแล้วยกมือจากนั้นก็นำมือขวาทับมือซ้ายแล้ววางบนหน้าอกหรือใต้หน้าอกหรือที่ไหนก็ได้นะครับเพราะนี่คือเรื่องเล็ก แต่เรื่องใหญ่ที่เราต้องสำนึกให้ได้ก็คือ การที่เรานำร่างกายของเรา หัวใจของเราไปหาอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ขณะนี้เราอยู่กับอัลลอฮ์ เรากำลังเข้าเฝ้าพระองค์ เรากำลังอยู่ในสภาพอันบริสุทธิ์และสูงส่งในชีวิตของเรา 

ตักบีร

เราขออนุญาตเข้าไปหาอัลลอฮ์ด้วยคำว่า “อัลลอฮุอักบัร” และการยกมือ อันเป็นสภาพของการยกย่อง สรรเสริญ ให้เกียรติต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเมื่อเรายกมือและกล่าวตักบีร เราต้องมีความเชื่อว่าขณะนี้เรากำลังอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า เราขออนุญาตเข้าสู่ลักษณะความเป็นบ่าวต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง ซึ่งคำว่า “อัลลอฮุอักบัร” จะช่วยให้เรามีความรู้สึกเช่นนี้ เพราะความหมายคือ อัลลอฮ์มหาใหญ่ อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่ อัลลออ์ทรงเกรียงไกร ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะยิ่งใหญ่กว่าพระองค์ จะสำคัญเหนือกว่าพระองค์ โดยเฉพาะขณะที่เรากำลังเข้าสู่สภาวะของการทำอิบาดะฮ์เพื่อแสดงความเป็นบ่าว เราต้องนอบน้อม ต่ำต้อย ต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา

ทำไมเราจึงไม่เริ่มการละหมาดด้วยคำว่า “สุบหานัลลอฮ์” (มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์) หรือ “อัลฮัมดุลิลลาฮ์” (บรรดาการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์แด่อัลลอฮ์) หรือกล่าวบทซิกิรอื่นๆ แทนการกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” ?

นั่นเพราะเป็นพระบัญญัติจากอัลลอฮ์ที่กำหนดไว้ เป็นความจำเป็นสำหรับผู้ที่จะละหมาด ต้องกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” หมายถึงมุอ์มินผู้มีอีหม่านที่มั่นคงนั้นเขาได้ประกาศให้ตนเองและผู้อื่นทราบ ประกาศให้สากลจักรวาลทราบว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดใหญ่กว่าอัลลอฮ์ในความเชื่อ ความศรัทธาของเขา ทั้งในเชิงลับและเปิดเผย เขาไม่เชื่อว่ามีสิ่งใดจะใหญ่กว่าอัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่ ทรงเกรียงไกร อัลลอฮ์ทรงใหญ่กว่ารถยนต์ที่เขาใช้อยู่ ยิ่งใหญ่กว่าบ้านของเขาที่กำลังสร้างอยู่ ยิ่งใหญ่กว่าทรัพย์สินของเขา ภริยาของเขา สามีของเขา ลูกหลานของเขา การทำธุรกิจของเขา อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งที่เขารัก ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะแทรกเข้าไปอยู่ในหัวใจของเขาขณะนี้นอกจากการที่จะเคารพภักดีสักการะพระผู้เป็นเจ้า

การที่เราเตรียมพร้อมในช่วงแรกของการละหมาดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างอีหม่าน สร้างความศรัทธาต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ขณะที่เรากำลังทำอิบาดะฮ์ เพราะถ้าเราไม่เตรียมตั้งแต่ช่วงแรกที่จะละหมาด การละหมาดของเราก็มักจะถูกดึงหรือถูกขโมย ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เรียกผู้ที่ละหมาดโดยไม่มีสมาธิ ละหมาดโดยไม่มีความตั้งใจ ชัยฏอนมารร้ายจะขโมยการละหมาดของเขา จะหยิบส่วนหนึ่งจากการละหมาดของเขาแล้วยึดไป ซึ่งเป็นส่วนที่เราไม่มีสมาธิ ไม่มีความเชื่อ ไม่มีความพร้อมในการทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา

เพราะฉะนั้นการกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” เป็นการเตรียมจิตใจ เตรียมสถานการณ์ว่าขณะนี้เรากำลังมอบตัว มอบเวลา ถวายชีวิตและจิตใจของเราให้แก่อัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา อยู่กับพระองค์เท่านั้น ซึ่งนี่คือตำแหน่ง “อัลอิห์สาน” ที่เราพูดถึงอยู่เสมอว่าเป็นตำแหน่งอันสูงส่งสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาที่มีอีหม่านที่มั่นคง นั่นคือการทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์เปรียบเสมือนว่าเรากำลังมองเห็นพระองค์ หรือถ้าเราไม่มีสมาธิหรือไม่มีสภาพเหมือนกับเห็นพระองค์นั้น เราก็ยังมีความรู้สึกว่าพระองค์ทรงมองเห็นเรา

การที่เรากล่าว “อัลลอฮุอักบัร” เป็นการประกาศว่าการละหมาดของเราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะเข้ามารบกวนหรือทำลายสมาธิของเรา ทำลายความเป็นบ่าวที่กำลังทำศาสนกิจต่ออัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา เป็นการประกาศต่อชัยฏอนด้วยว่าอย่ามายุ่งกับเรา อย่ามายุ่งกับการที่เรากำลังอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ เพราะพระองค์ทรงยิ่งใหญ่

อัลลอฮุอักบัร เป็นการประกาศความยิ่งใหญ่ที่จะสร้างความอีหม่านที่มั่นคงสำหรับมุอ์มิน เพราะฉะนั้นการกล่าวอัลลอฮุอักบัรนั้นมีคุณค่าสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาในหลายสถานการณ์ การอะซานก็เริ่ม “อัลลอฮุอักบัร” เป็นการประกาศให้โลกทราบว่าเวลานี้เป็นเวลาของพระผู้เป็นเจ้า บรรดาผู้ศรัทธาจะต้องนำร่างกายมาถวายแด่อัลลอฮ์ สุบหานะฮูวะตะอาลา การเริ่มละหมาดก็ต้องกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” ก่อนจะละหมาดอีดก็มีการกล่าว “อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร วะลิลลาฮิลฮัมด์” เมื่อละหมาดเสร็จก็ยังมีการกล่าว “สุบหานัลลอฮ์ วัลฮัมดุลิลลาฮ์ วัลลอฮุอักบัร” 

การประกาศว่าอัลลอฮ์ทรงเกรียงไกรนั้นเป็นกิจกรรมสำคัญมากในชีวิตของมุสลิม เพราะเป็นการปลูกฝังส่งเสริมให้เรามีความเชื่ออยู่เสมอว่าไม่มีอะไรที่ใหญ่กว่าอัลลอฮ์ เราต้องเชื่อตรงนี้และต้องปลูกฝังให้มั่นคง เพราะขณะที่เราจะละหมาด บรรดาชัยฏอนมารร้ายจะรวมตัวกันเพื่อถล่มบรรดาผู้ศรัทธา เพื่อทำลายการทำอิบาดะฮ์ของเรา เราต้องระมัดระวังด้วยวิถีทางแรกนั่นคือการประกาศว่าไม่มีอะไรใหญ่กว่าอัลลอฮ์ เราจึงจะมีเสบียง มีพื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้เรานั้นสามารถต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ที่จะทำลายสมาธิในการละหมาดของเรา อุปสรรคต่างๆ ลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวกับการละหมาดของบรรดาผู้ศรัทธาที่มีอีหม่านที่มั่นคง เราจะพูดถึงอย่างต่อเนื่องนะครับ

วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
 


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 48, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮ

คุชูอฺด้วยตักบีเราะตุลอิห์รอม