ญามิอุลอุลูมวัลหิกัม ครั้งที่ 187 (หะดีษที่ 36/1)

Submitted by admin on Fri, 21/11/2014 - 11:24
หัวข้อเรื่อง
“ผู้ใดก็ตามที่ช่วยให้มุสลิม(ผู้ศรัทธา)หลุดพ้นจากความทุกข์อย่างหนึ่งจากความทุกข์แห่งดุนยา อัลลอฮฺจะทรงปลดปล่อยเขา (จาก) ความทุกข์หนึ่งของความทุกข์ในวันกิยามะฮฺ...
สถานที่
มุศ็อลลา White Channel
วันที่บรรยาย
28 มุฮัรรอม 1436
วันที่บรรยาย
วันที่อัพ
ขนาดไฟล์
23.10 mb
ความยาว
97.00 นาที
รายละเอียด

วีดีโอ

الحديثُ السَّادِسُ والثلا ثون 
عن أبي هُرَيْرَةَ رضي اللهُ عنه ، عَنِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم قَالَ : 
(( مَنْ نَفَّسَ عَنْ مُؤمِنٍ كُرْبَةً مِنْ كُرَبِ الدُّنْيا نَفَّسَ اللهُ عَنْهُ كُرْبَةً مِنْ كُرَبِ يَوْمِ الْقِيَامَةِ ،
وَمَنْ يَسَّرَ عَلَى مُعْسِرٍ يَسَّرَ اللهُ عَلَيْهِ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ ،
وَمَنْ سَتَرَ مُسْلِما سَتَرَهُ اللهُ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ ،
وَاللهُ فِي عَوْنِ الْعَبْدِ مَا كَانَ الْعَبْدُ في عَوْنِ أَخِيْهِ . 
وَمَنْ سَلَكَ طَرِيْقاً يَلْتَمِسُ فِيهِ عِلْماً سَهَّلَ اللهُ لَهُ بِهِ طَرِيْقاً إِلَى الْجَنَّةِ .
وَمَا اجْتَمَعَ قَوْمٌ فِي بَيْتٍ مِنْ بُيُوتِ اللهِ يَتْلُونَ كِتَابَ اللهِ وَيَتَدَارَسُونَهُ بَيْنَهُمْ ، إِلاَّ نَزَلَتْ عَلَيْهُمُ السَّكِينَةُ ، وَغَشِيَتْهُمُ الرَّحْمَةُ ، وَحَفَّتْهُمُ الْمَلاَئِكَةُ ، وذَكَرَهُمُ اللهُ فِيْمَنْ عِنْدَهُ . وَمَنْ بَطَّأَ بِهِ عَمَلُهُ لَمْ يُسْرِعْ بِهِ نَسَبُهُ )). 
رَوَاهُ مُسْلِمٌ بِهذَا اللَّفْظِ .
หะดีษที่ 36
จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ จาก ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
“ผู้ใดก็ตามที่ช่วยให้มุสลิม(ผู้ศรัทธา)หลุดพ้นจากความทุกข์อย่างหนึ่งจากความทุกข์แห่งดุนยา อัลลอฮฺจะทรงปลดปล่อยเขา (จาก) ความทุกข์หนึ่งของความทุกข์ในวันกิยามะฮฺ
ผู้ใดช่วยเหลือผู้ที่กำลังยากลำบาก อัลลอฮฺจะทรงช่วยเขาทั้งในโลกนี้และอาคิเราะฮฺ
ผู้ใดปกปิดความอับอายของมุสลิม อัลลอฮฺจะทรงปิดความอับอายของเขาทั้งในโลกนี้และอาคิเราะฮฺ
อัลลอฮฺพร้อมที่จะช่วยเหลือบ่าวของพระองค์ ตราบที่บ่าวคนนั้นชอบที่จะช่วยเหลือพี่น้องของเขา
ผู้ใดขวนขวายหนทางเพื่อแสวงหาความรู้ อัลลอฮฺจะทรงให้ความสะดวกแก่เขาในหนทางไปยังสวรรค์
เมื่อพวกหนึ่งได้ชุมนุม ณ บ้านแห่งหนึ่งจากบ้านของอัลลอฮฺ (มัสยิด) ด้วยการอ่านคัมภีร์แห่งอัลลอฮฺ และการศึกษาหาความรู้กันและกัน ความสงบราบรื่นก็จะลงมายังพวกเขา และพวกเขาจะถูกปกคลุมด้วยความเมตตา (เราะหฺมัต) แห่งพระผู้เป็นเจ้า และจะถูกล้อมรอบด้วยมะลาอิกะฮฺ และอัลลอฮฺจะทรงระลึกถึงพวกเขาในกลุ่มผู้ที่อยู่ ณ พระองค์ (บรรดามะลาอิกะฮฺที่เฝ้าพระองค์) และผู้ใดปฏิบัติกิจการงานของเขาด้วยความเฉื่อย อัลลอฮฺจะไม่ทรงยกฐานะของเขาอย่างรวดเร็ว”
 
หะดีษทำนองนี้มีหลายสำนวน สำนวนนี้ตามบันทึกของมุสลิม

 

هذا الحديث خرَّجه مسلم ( ) من رواية الأعمش ، عن أبي صالح ، عن أبي هريرة ، واعترض عليه غيرُ واحدٍ مِنَ الحفَّاظ في تخريجه ، منهم أبو الفضل الهروي والدارقطني( ) ، فإنَّ أسباط بن محمَّد رواه عن الأعمَش ( ) ؛ قال : حُدِّثْتُ عن أبي صالح ، فتبيَّن أنَّ الأعمش لم يسمعه من أبي صالح ولم يذكر من حدثه به عنه ، ورجَّح التّرمذي ( ) وغيره هذه الرواية ، وزاد بعضُ أصحاب الأعمش في متن  الحديث : (( ومن أقال مسلماً أقال الله عثرتَه يومَ القيامة )) ( ) .

وخرجا في " الصحيحين " ( ) من حديث ابن عمرَ ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( المسلمُ أخو المسلم ، لا يظلِمُه ، ولا يُسْلِمُه ، ومن كان في حاجة أخيه ، كان الله في حاجته ، ومن فرَّجَ عن مسلم ، فرَّج الله عنه كُربةً مِنْ كُرَب يومِ القيامة ، ومن ستر مسلماً ستره الله يوم القيامة )) .
34.16 “มุสลิมกับมุสลิมเป็นพี่น้องกัน ไม่อธรรมเขา ไม่ทอดทิ้งเขา ผู้ใดช่วยเหลือความขาดแคลนของพี่น้องมุสลิม อัลลอฮฺก็จะช่วยเหลือความขาดแคลนของเขา ผู้ใดช่วยเหลือให้มุสลิมพ้นจากควาทุกข์อย่างหนึ่งอัลลอฮฺก็จะช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทุกข์อย่างหนึ่งในวันกิยามะฮฺ ผู้ใดปกปิดมุสลิมขณะทำความชั่ว อัลลอฮฺจะปกปิดความชั่วของเขาในวันกิยามะฮฺ”
وخرَّج الطبراني ( ) من حديث كعب بن عُجرة ، عن النَّبيِّ  قال : (( مَنْ نفَّس عن مؤمنٍ كُربةً مِنْ كُرَبِهِ ، نفَّس اللهُ عنهُ كُربةً من كُرَب يوم القيامة ، ومن ستر على مؤمن عورته ، ستر الله عورتَه ، ومن فرَّج عن مؤمن كُربةً ، فرَّج الله عنه كُربته )) .
 
وخرَّج الإمام أحمد ( ) من حديث مسلمة بن مُخلَّدٍ( ) ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( من ستر مسلماً في الدنيا ، ستره الله في الدُّنيا والآخرة ، ومن نجَّى مَكروباً ، فكَّ اللهُ عنه كُربةً من كُرَبِ يوم القيامة ، ومن كان في حاجة أخيه ، كان الله في حاجته )) .فقوله  : (( من نفَّس عن مؤمنٍ كربةً من كرب الدُّنيا ، نفَّس الله عنه كُربة من كرب يوم القيامة )) هذا يرجعُ إلى أنَّ الجزاءَ من جنس العمل ، وقد تكاثرت النُّصوصُ بهذا المعنى ، كقوله  : (( إنَّما يرحم الله من عِباده الرُّحماء )) ( ) ، وقوله : (( إنَّ الله يعذِّب الَّذين يُعذِّبونَ النَّاس في الدُّنيا )) ( ) .
“แท้จริง อัลลอฮฺจะทรมานบุคคลที่ทรมานคนอื่นในโลกดุนยานี้” หะดีษบันทึกโดยมุสลิม
 
والكُربة : هي الشِّدَّةُ العظيمة التي تُوقعُ صاحبَها في الكَرب ، وتنفيسُها أن يُخفَّفَ عنه منها ، مأخوذٌ مِنْ تنفيس الخناق ، كأنه يُرخى له الخناق حتَّى يأخذ نفساً ، والتفريجُ أعظمُ منْ ذلك ، وهو أنْ يُزيلَ عنه الكُربةَ ، فتنفرج عنه كربتُه ، ويزول همُّه وغمُّه ، فجزاءُ التَّنفيسِ التَّنفيسُ ، وجزاءُ التَّفريجِ التَّفريجُ ، كما في حديث ابن عمر ، وقد جُمعُ بينهما في حديثِ كعبِ بن عُجرة .
อัลกุรบะฮฺ คือความลำบากใหญ่หลวงที่ทำให้เขาประสบกับความทุกข์
وخرَّج الترمذي ( ) من حديث أبي سعيد الخدري مرفوعاً : (( أيما مُؤْمِنٍ أطعمَ مؤمناً على جُوعٍ ، أطعمه الله يوم القيامة من ثمار الجنة ، وأيما مؤمن سقى مؤمناً على ظمأ ، سقاه الله يومَ القيامة من الرَّحيق المختوم ( ) ، وأيما مؤمنٍ كسا مؤمناً على عُري ، كساه الله من خضر الجنة )) . وخرَّجه الإمام أحمد ( ) بالشكّ في رفعه ، وقيل : إنَّ الصحيح وقفه ( ) . 
ท่านนบีกล่าวว่า “มุอฺมินคนหนึ่งคนใด ให้อาหารแก่มุอฺมินคนหนึ่งขณะที่เขาหิว อัลลอฮฺจะให้เขากินจากผลไม้ของสวนสวรรค์ในวันกิยามะฮฺ , มุอฺมินคนหนึ่งคนใดให้น้ำแก่ผู้กระหายที่เป็นมุอฺมิน อัลลอฮฺจะให้เขาดื่มจากเราะฮีกอัลมักตูม(น้ำดื่มที่สดใส ถูกปิดผนึกไว้อย่างดีด้วยชะมดเชียง)ในวันกิยามะฮฺ
มุอฺมินคนใดนำเครื่องนุ่งห่มให้แก่พี่น้องมุอฺมินที่ปราศจากเครื่องนุ่งห่ม(ในส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย อัลลอฮฺจะให้เขาปกปิดเอาเราะฮฺด้วยเครื่องนุ่มห่มของสวนสวรรค์ซึ่งเป็นสีเขียว”
وروى ابن أبي الدنيا ( ) بإسناده عن ابن مسعود قال : (( يُحشر الناسُ يوم القيامة أعرى ما كانوا قطُّ ، وأجوعَ ما كانوا قطُّ ، وأظمأَ ما كانوا قطُّ ، وأنصبَ ما كانوا قط ، فمن كسا للهِ  ، كساه الله ، ومن أطعم لله  ، أطعمه الله ، ومن سقى لله  ، سقاه الله ، ومن عفى لله  ، أعفاه الله )) .
“วันกิยามะฮฺมนุษย์จะถูกชุมนุมโดยเปลือยกาย หิวมาก กระหายน้ำมาก อ่อนเพลียมาก ใครที่เศาะดะเกาะฮฺเครื่องนุ่งห่ม อัลลอฮจะให้เขามีเครื่องนุ่งห่ม(ในวันกิยามะฮฺ), ใครให้อาหารเพื่ออัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะไม่ให้เขาหิว(ในวันกิยามะฮฺ), ผู้ใดที่ให้น้ำเพื่ออัลลอฮฺ  อัลลอฮฺก็จะให้น้ำแก่เขา(ในวันกิยามะฮฺ),...
 
وخرَّج البيهقي ( ) من حديث أنس مرفوعاً : (( أنَّ رجلاً من أهل الجنَّةِ يُشرف يومَ القيامة على أهلِ النَّارِ ، فيُناديه رجلٌ من أهلِ النّار ، يا فلان ، هل تعرفني ؟ فيقول : لا والله ما أعرِفُك ، من أنت ؟ فيقول : أنا الذي مررتَ بي في دار الدُّنيا ، فاستسقيتني شَربةً من ماءٍ ، فسقيتُك ، قال : قد عرفتُ ، قال : فاشفع لي بها عند ربِّك ، قال : فيسأل الله  ، ويقول : شفِّعني فيه ، فيأمر به ، فيُخرجه من النار )) .