เริ่มการเผยแผ่อิสลาม

Submitted by dp6admin on Sat, 11/02/2012 - 22:50

 เมื่อท่านนะบีได้รับวะฮียฺแล้ว เป็นคำสั่งของอัลลอฮฺที่ใช้ให้ท่านนะบีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า และนำความศรัทธาเผยแผ่สู่คนอื่น ยังไม่มีคำสั่งให้ท่านนะบีเริ่มเผยแผ่โดยกว้างขวาง ท่านนะบีใช้วิธีเผยแผ่อย่างลับ โดยบอกเพื่อน ๆ คนแรกที่บอกคือท่านหญิงคอดิญะฮฺ เป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้ารับอิสลาม เด็กคนแรกที่ศรัทธาก็คือ ท่านอะลี เพราะเป็นลูกเลี้ยงของท่านนะบี และเพื่อนสนิทที่สุดของท่านนะบี คือ อบูบักร อัศศิดดีก เป็นผู้ชายคนแรกที่ศรัทธา ต่อมาคือ อุษมาน อิบนุอัฟฟาน, สะอดฺ อิบนุอะบีวักกอศ ทีละคน ๆ ท่านนะบีใช้วิธีพูด ไม่ปราศรัย ไม่ได้ขึ้นคุฏบะฮฺ เพราะอัลลอฮฺยังไม่ทรงอนุญาต ท่านนะบีใช้วิธีนี้ในช่วงแรกของการดะอฺวะฮฺเผยแผ่ศาสนา ที่บรรยากาศยังไม่เอื้ออำนวยให้ใช้วิธีเปิดเผย แสดงว่ามุสลิมมีสิทธิ์ในการเผยแผ่อย่างลับทุกสถานการณ์ที่จะมีความยากลำบาก หรือมีการกดขี่ 

สมัยที่รัสเซียและประเทศมุสลิมอยู่ภายใต้อำนาจของคอมมิวนิสต์หลายสิบปี อาจารย์ของผมไปทำอุมเราะฮฺที่มักกะฮฺ เห็นเยาวชนผิวขาว เครายาว และมีผู้ชายคนหนึ่งอาวุโสมาก เคราสีขาว และเยาวชนเคารพคนนี้มาก อาจารย์ผมจึงไปถามเยาวชนว่าคนนี้เป็นใคร ปรากฏว่าเยาวชนนี้เป็นคนที่มาจากเมืองเหล่านั้น เขาบอกว่าชายอาวุโสคนนี้เป็นครูที่สอนอัลกุรอานให้เขาตอนเป็นเด็ก ยุคคอมมิวนิสต์เขาไม่ให้เปิดเผยความเป็นมุสลิม ห้ามสอนอัลกุรอานหรือหะดีษ ศาสนาห้ามแตะต้อง แต่ก็มีครูที่อุทิศชีวิตสอนศาสนา โดยทุกเมืองมีบ้านอาสาสมัครเป็นบ้านสอน ขุดอุโมงค์ใต้บ้าน จัดห้องเป็นถ้ำลับ และครูที่อุทิศชีวิตเพื่อสอนศาสนาจะตระเวนไปทุกเมือง เมืองละเดือน ชาวบ้านก็ส่งลูกหลานมา ด้วยความยากลำบากทำให้คนอดทน ส่งลูกหลานไปเรียน สอนละหมาด อัลกุรอาน และหลักการศาสนาที่จำเป็น ส่วนครูไม่ได้อะไร นอกจากมีอาหารให้กิน เมื่อครบเดือนแล้วก็จะมีคนนำไปอีกเมืองนึง เมื่อคอมมิวนิสต์สิ้นสุดไปแล้ว เด็กที่เคยเรียนก็ได้ทุนไปเรียนที่มักกะฮฺและมะดีนะฮฺ จึงพาอาจารย์ไปทำอุมเราะฮฺเพื่อตอบแทนบุญคุณของอาจารย์ที่อุทิศชีวิตเพื่อรักษาดำรัสของอัลลอฮฺให้ดำรงอยู่ในสังคม

นี่คือสิ่งที่นำมาจากชีวิตของท่านนะบีและศ่อฮาบะฮฺ วะฮียฺที่อัลลอฮฺทรงให้กับโลกนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกและมนุษยชาติทั้งหลาย เปลี่ยนชีวิตของท่านนะบีและบรรดาศ่อฮาบะฮฺ อัลกุรอานที่ท่านนะบีและศ่อฮาบะฮฺรักษาไว้จนถึงบัดนี้ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแม้เพียงอักษรเดียว เรารักษาวะฮียฺของอัลลอฮฺอย่างไร และวะฮียฺเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรามากเพียงใด นี่คือสิ่งที่เราต้องคิดคำนวณอยู่ตลอด อะมานะฮฺที่ท่านนะบีฝากไว้กับเราคืออัลกุรอาน นี่คือข้อสรุปของชีวิตของท่านนะบี เป็นไปได้ว่าวาระสำคัญในชีวิตท่านนะบีคือกุรอาน ซึ่งเป็นส่วนจำแนกระหว่างชีวิตก่อนและหลังการเป็นนะบีของท่าน

 

ท่านนะบีได้รับอัลกุรอานซึ่งเป็นวะฮียฺจากอัลลอฮฺ และใช้เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องเชิญชวนสังคมกุเรชสู่ศาสนาอันเที่ยงธรรม การเริ่มเผยแผ่อิสลามของท่านนะบีเริ่มเมื่อท่านบรรลุอายุ 40 ปี ซึ่งเป็นอายุที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และประสบการณ์ (*1*) และเป็นอายุที่บรรดานะบีและร่อซูลส่วนมากเริ่มเทศนา แต่ก็มีนะบีและร่อซูลบางท่านที่เริ่มเทศนาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 ปี เช่น ท่านนะบียะหฺยา ท่านนะบีอีซาเริ่มเทศนาตั้งแต่อยู่ในเปล ประกาศว่าตนเองเป็นบ่าวของอัลลอฮฺและมีหน้าที่ประกาศความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺ

(*1*) อัลลอฮฺตรัสไว้ในอัลกุรอานมีความหมายว่า “เมื่อคน(ซอลิหฺ)อายุ 40 ปี (ซึ่งเป็นความสมบูรณ์ในชีวิตของมนุษย์) ก็จะกล่าวว่า โอ้อัลลอฮฺขอให้ข้าพระองค์เป็นผู้มีความสามารถในการที่จะชุโกร (ขอบคุณ) พระองค์ต่อความโปรดปรานที่พระองค์ทรงประทานให้แก่ข้าพระองค์ และขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์มีความสามารถในการปฏิบัติอะมั้ลซอลิหฺ (หมายถึง อิบาดะฮฺหรือความดี) ที่พระองค์ทรงพอพระทัย และขอพระองค์ทรงให้บุตรหลานของข้าพระองค์เป็นบุตรหลานที่ดี” (อัลอะฮฺกอฟ 15) นั่นคือหลักฐานจากอัลกุรอานที่ยืนยันว่าความสมบูรณ์ของมนุษย์เริ่มตั้งแต่อายุ 40 ปี สติปัญญาและประสบการณ์มีความสมบูรณ์ เป็นผู้ใหญ่ทุกด้าน

มีหลักฐานยืนยันว่าท่านนะบีได้รับวะฮียฺครั้งแรกเมื่ออายุ 40 ปี อุละมาอฺได้กำหนดเหตุการณ์ที่ท่านนะบีได้รับวะฮียฺนี้เป็นเส้นแบ่งระหว่างช่วงที่ท่านนะบียังไม่ได้เป็นร่อซูลและช่วงที่ท่านนะบีเป็นร่อซูลแล้ว (หลังจากรับวะฮียฺ) 

  •  ช่วงที่ท่านนะบียังไม่ได้เป็นร่อซูล เรียกว่า มาก็อบลัลบิอฺษะฮฺ  (ما قبل البعثة) (*2)  มี 40 ปี  เป็นช่วงที่มีข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของท่านนะบีไม่มากเท่ากับข้อมูลหลังจากที่ท่านนะบีเป็นร่อซูลแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อไปดูประวัติของคนที่มีชื่อเสียง หลังมีชื่อเสียงประวัติเยอะมาก แต่ก่อนมีชื่อเสียงกลับไม่ค่อยมีประวัติบันทึกไว้ เหมือนเป็นส่วนที่ไม่มีข้อมูล แต่สำหรับชีวประวัติของท่านนะบีก่อนเป็นนะบียังมีข้อมูลบางเรื่องที่มีรายงานซอฮีหฺรองรับ
  •  และช่วงที่ท่านนะบีเป็นร่อซูลแล้ว เรียกว่า มาบะอฺดัลบิอฺษะฮฺ (ما بعد البعثة) มี 23 ปี (ท่านนะบีเสียชีวิตเมื่ออายุ 63 ปี) 

(*2*) บิอฺษะฮฺ หมายถึง ท่านนะบีถูกกำหนดโดยอัลลอฮฺให้เป็นร่อซูล 

และได้แบ่งชีวประวัติหลังจากที่เป็นนะบีแล้วออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเรียก มาก็อบลัลฮิจญเราะฮฺ - ก่อนที่ท่านนะบีอพยพจากมักกะฮฺไปมะดีนะฮฺ” กินเวลา 13 ปี และอีกส่วนหนึ่งหลังจากที่ท่านนะบีอพยพแล้ว 10 ปี กล่าวโดยสรุป ชีวประวัติของท่านนะบีแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 40 ปีก่อนเป็นนะบี 13 ปีหลังจากเป็นนะบีแล้วแต่อยู่ที่มักกะฮฺ และอีก 10 ปีหลังจากเป็นนะบีแล้วแต่อยู่ที่มะดีนะฮฺ 

 

อุละมาอฺมีความเห็นไม่ตรงกันในการแบ่งช่วงชีวิตของท่านนะบีที่นครมักกะฮฺ ซึ่งทัศนะที่นักประวัติศาสตร์นิยมใช้ในการแบ่งและบันทึกชีวประวัติของท่านนะบีคือแบ่งชีวิตของท่านนะบีที่มักกะฮฺเป็น 2 ช่วงสำคัญ ช่วงแรก คือ ช่วงที่ท่านนะบีเผยแผ่อิสลามในเชิงลับ เรียกว่า อัดดะอฺวะตุซซิรรียะฮฺ  (الدعوة السرية) ท่านนะบีไม่ได้ประกาศ ไม่ได้ปราศรัย แต่อาศัยโอกาสบอกกับคนที่รู้จัก เพื่อนฝูง และญาติ ๆ และอีกช่วงหนึ่งเป็นช่วงที่ท่านนะบีเผยแผ่อิสลามอย่างเปิดเผย (الدعوة الجَهرِية) ท่านนะบีขึ้นภูเขาเศาะฟาประกาศอย่างชัดเจนว่าฉันเป็นร่อซูลที่มาจากพระเจ้า พวกท่านต้องเชื่อฉัน 

 


เรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี, เรื่อง ชีวประวัติท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ครั้งที่ 4-5 (2 เม.ย.47)