การปฏิบัติฟัรฎูและซุนนะฮฺ (สู่อีมานที่มั่นคง 15)

โดย admin

ในหะดีษกุดซีจากท่านนบี ﷺที่ได้กล่าวถึงพระดำรัสของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์ทรงตรัสว่า

(وَمَا تَقَرَّبَ إِلَيَّ عَبْدِي بِشَيْءٍ أَحَبَّ إِلَيَّ مِمَّا افْتَرَضْتُ عَلَيْهِ وَمَا يَزَالُ عَبْدِي يَتَقَرَّبُ إِلَيَّ بِالنَّوَافِلِ حَتَّى أُحِبَّهُ) رواه البخاري

ความว่า “และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของเราได้ปฏิบัติเพื่อทำตัวให้ใกล้ชิดกับเราแล้วสิ่งนั้นจะเป็นที่รักของเรายิ่งไปกว่าสิ่งที่เรากำหนดเป็นฟัรฎูแก่เขา และบ่าวของเราจะยังคงพยายามทำตัวให้ใกล้ชิดกับเราด้วยการงานที่เป็นซุนนะฮฺจนกระทั่งเรารักเขา” (บันทึกโดยอัล-บุคอรี)

นี่คือคำบัญญัติ คำแนะนำของของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ต่อบ่าวของพระองค์ ให้ปฏิบัติศาสนกิจแต่ต้องมีระบบในการปฏิบัติ สิ่งที่มุอ์มินต้องปฏิบัติ ที่มีความสำคัญ มีความยิ่งใหญ่และประโยชน์ที่จะกลับมาสู่ตัวเขาเองนั่นคือ การปฏิบัติฟัรฎู หรือการทำหน้าที่ในพระบัญญัติของของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่มีความจำเป็น เช่น การละหมาด 5 เวลา ที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงบัญญัติไว้ เป็นความจำเป็นที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติ ซึ่งเหนือกว่าหรือมากกว่าการละหมาดซุนนะฮฺ

ฉะนั้นจึงเป็นความฉลาด เป็นความถูกต้อง เป็นอีหม่านที่มั่นคงสำหรับมุอ์มิน ที่จะให้เกียรติและความสำคัญกับการละหมาดฟัรฎู มากกว่าการละหมาดซุนนะฮฺ ท่านนบี ﷺ จึงแนะนำว่า เมื่อมีการประกาศว่าเข้าเวลาละหมาดฟัรฎูแล้ว (ถึงเวลาอิกอมะฮฺ) ไม่สมควรที่จะนำการละหมาดซุนนะฮฺมาปฏิบัติในช่วงเวลานั้น” เพราะการละหมาดฟัรฎูเป็นที่โปรดปราน ณ ที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา มากกว่าการละหมาดซุนนะฮฺ ท่านนบี ﷺกล่าวว่า

(إِذَا أُقِيْمَتْ الصَّلَاةُ فَلَا صَلَاةَ إِلَّا الْمَكْتُوْبَةَ)

رواه مسلم

ความว่า “เมื่อมีการอิกอมะฮฺแล้ว ก็จะไม่มีการละหมาดใดนอกจากการละหมาดฟัรฎู” (บันทึกโดยมุสลิม)

ฉะนั้นอุละมาอฺระบุไว้ว่า เมื่ออิหม่ามเข้าสู่การละหมาดฟัรฎู มะอ์มูมไม่ควรละหมาดซุนนะฮฺ แต่ถ้าเขาเข้าสู่การละหมาดซุนนะฮฺและมีการอิกอมะฮฺ หากเพิ่งเริ่มละหมาดซุนนะฮฺให้ออกจากละหมาดซุนนะฮฺไปสู่การละหมาดฟัรฎู แต่หากว่าเหลือเวลาอีกนิดเดียวจะละหมาดซุนนะฮฺจบและทันการตักบีเราะฮฺของอิหม่ามก็ปฏิบัติการละหมาดซุนนะฮฺให้สมบูรณ์ก่อน

มีอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงระบบการปฏิบัติอิบาดะฮฺของมุอ์มินที่มีอีหม่านที่มั่นคง การละหมาดตะรอวีหฺในเดือนเราะมะฎอนบางคนจะให้ความสำคัญมากกว่าการละหมาดอิชาอ์ ซึ่งเขาอาจจะบกพร่องในการละหมาดอิชาอ์เป็นมัสบูกคือละหมาดอิชาอ์ไม่ทันกับอิหม่ามแต่รักษาการละหมาดตะรอวีหฺกับอิหม่ามอย่างเคร่งครัด การประพฤติเช่นนี้บ่งบอกว่าเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงโปรดคืออะไร

ในบทหะดีษที่ระบุไว้ข้างต้น อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่พระองค์ชอบมากที่สุดนั่นคือการที่บ่าวของพระองค์ปฏิบัติฟัรฎูอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ณ อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา และนั่นคือสิ่งที่เราต้องเข้าใจ เพื่อจะให้การปฏิบัติศาสนกิจของเราเข้าสู่ความถูกต้อง อยู่ในระบบที่ถูกต้อง

เช่นเดียวกับการที่เรามีหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องของเรา การที่เรามีหน้าที่รณรงค์ให้มีกิจกรรมเกิดขึ้นในสังคม กิจกรรมทางวิทยุ หรือเผยแผ่ศาสนา พิมพ์หนังสือ ทำหน้าที่ในการสอนศาสนา หรือเรื่องที่เกี่ยวกับสังคมต่างๆ หรือแม้กระทั่งหน้าที่ของเราต่อสภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมีนของเรา หรือจะขอดุอาอ์ จะประกาศสัจธรรม นั่นคือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติ ตราบใดที่เรานำสิ่งปลีกย่อย สิ่งที่เป็นซุนนะฮฺ ที่เป็นนัฟลู มาปฏิบัติก่อนสิ่งที่เป็นวาญิบหรือฟัรฎู แน่นอนแล้วการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ไม่อนุญาต

คนที่ละหมาดซุนนะฮฺก่อนละหมาดฟัรฎู เมื่อถึงเวลาละหมาดแล้วแต่ก็ยังไม่ออกจากการละหมาดซุนนะฮฺ ทั้งๆ ที่อิหม่ามเข้าสู่การละหมาดฟัรฎูแล้ว จนกระทั่งอิหม่ามละหมาดร็อกอะฮฺแรก แต่คนๆ นั้นก็ละหมาดซุนนะฮฺอยู่ การกระทำเช่นนี้บ่งบอกว่าอีหม่านของคนเหล่านี้เป็นอีหม่านที่ไม่มั่นคง คนที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงโปรดหรือชอบ ก็เป็นบุคคลที่ไม่รู้จะแสวงหาอีหม่านที่มั่นคงอย่างไร

คนที่เห็นสภาวะสงครามที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้แต่เอาเรื่องปลีกย่อยมาพูด เอาเรื่องที่ไร้สาระมาสร้างฟิตนะฮฺในสังคม คนที่เห็นประชาชาติอิสลามกำลังประสบกับปัญหาอันยิ่งใหญ่ แต่ก็เอาเรื่องที่ทำให้สังคมต้องแตกแยก หรือก่อไม่ให้มีความสามัคคีในสังคม นั่นคือบุคคลที่ไม่มีอีหม่านที่มั่นคง ไม่เข้าใจอีหม่านที่มั่นคง ไม่รู้จักศาสนาอย่างถูกต้อง บุคคลที่อยากจะให้ประชาชาติอิสลามเข้าสู่สภาวะที่ไม่มีความสามัคคี แตกแยก ถูกบดขยี้ อันเนื่องจากไม่มีความมั่นคงภายใน นั่นคือบุคคลที่ไม่เข้าใจในพระบัญญัติของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา

ในอัลกุรอาน อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

﴿ ... وَلَٰكِن كُونُواْ رَبَّٰنِيِّ‍ۧنَ بِمَا كُنتُمۡ تُعَلِّمُونَ ٱلۡكِتَٰبَ وَبِمَا كُنتُمۡ تَدۡرُسُونَ ٧٩ ﴾ [ال عمران: ٧٩]  

ความว่า “หากแต่ (เขาจะกล่าวว่า) ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ที่ผูกพันกับพระเจ้าเถิด เนื่องจากการที่พวกท่านเคยสอนคัมภีร์ และเคยศึกษาคัมภีร์มา” (อาลิอิมรอน : 79)

กล่าวคือ พวกท่านจงเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสั่งสอนคนอื่นในพระบัญญัติของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา สอนพระบัญญัติของพระองค์ ด้วยการสอนจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา และด้วยการศึกษาของพวกท่านเป็นผู้แนะนำ และเป็นผู้นำของสังคม ด้วยการสอนคำภีร์จากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา

ในตำราอรรถาธิบายอัล-กุรอานบรรดาอุละมาอ์กล่าวว่า การสอนที่เป็นลำดับคือการสอนสิ่งที่เป็นฟัรฎูก่อน และจึงสอนสิ่งที่เป็นซุนนะฮฺ ไม่ใช่สอนซุนนะฮฺจนลืมสอนสิ่งที่เป็นฟัรฎู สอนสิ่งที่มีความจำเป็นก่อนและเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นมาทีหลัง ไม่ใช่จะเอาแต่สิ่งปลีกย่อยมาพูดมาสร้างความวุ่นวายในสังคม แต่สิ่งที่มีความจำเป็น สิ่งที่มีความยิ่งใหญ่กลับไม่นำมาพูดไม่สั่งสอนสังคม

อีหม่านที่มั่นคงของเราขึ้นอยู่กับการที่เราเข้าใจพระบัญญัติของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงโปรด เพื่อที่จะให้พระองค์รักเรา เรามีหน้าที่ปฏิบัติฟัรฎูหรือวาญิบก่อนที่จะสนใจเรื่องซุนนะฮฺ ก่อนที่จะสนใจนัฟลู พี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลายครับเราต้องก้าวไปสู่อีหม่านที่มั่นคงด้วยการสร้างความสามัคคีในสังคมครับ


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 15, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮฺ

วีดีโอ/ไฟล์เสียง :
การปฏิบัติฟัรฎูและซุนนะฮฺ (สู่อีมานที่มั่นคง 15)