ระวังพฤติกรรมต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูล (สู่อีมานที่มั่นคง 68)

โดย dp6admin
เนื้อหา

สู่อีหม่านที่มั่นคง  ตอนที่ 68   โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮ์ 

อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงกล่าวไว้ในอัลกุรอานว่า

أَلَمْ يَعْلَمُوا أَنَّهُ مَن يُحَادِدِ اللَّهَ وَرَسُولَهُ فَأَنَّ لَهُ نَارَ جَهَنَّمَ خَالِدًا فِيهَا ۚ ذَٰلِكَ الْخِزْيُ الْعَظِيمُ
ความว่า “พวกเขามิรู้กระนั้นหรือว่าบุคคลที่ต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์นั้นจะได้รับการลงโทษคือนรกญะฮันนัม โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือความอัปยศอันใหญ่หลวง” (อัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 63)

อายะฮฺเป็นอายะฮฺที่อัลลอฮฺทรงตำหนิบรรดาผู้ที่เป็นมุนาฟิกีน ผู้บิดพลิ้ว สับปลับ ที่ได้กระทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นการต่อต้านและทำลายศาสนาอิสลาม เป็นจุดยืนอันเลวร้ายของบรรดาผู้ที่อ้างตนว่าเป็นมุอฺมิน แต่แท้จริงอีหม่านของเขานั้นเป็นอีหม่านที่ไม่มีค่าหรือไม่มีผลในชีวิต อัลลอฮฺจึงทรงตำหนิพวกเขาในอัลกุรอาน และบุคคลที่ต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลนั้นจะเป็นความอดสู ความอัปยศหรือความเลวร้ายอย่างมหันต์ในโลกนี้จะประสบแก่พวกเขา และในวันปรโลกพวกเขาก็จะประสบกับการถูกทรมาน การลงโทษอย่างเจ็บปวด นั่นคือการพำนักอยู่ในนรก

แล้วการต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์นั้นมีลักษณะอย่างไร? ในอายะฮฺเหล่านี้อัลลอฮฺได้ระบุพฤติกรรมของบรรดามุนาฟิกีนผู้สับปลับที่ได้ทิ้งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสถานการณ์ที่ท่านนบีต้องการความช่วยเหลือจากบรรดาผู้ศรัทธา นั่นคือในสงครามตะบู๊ก ซึ่งท่านนบีได้เรียกร้องบรรดาผู้ศรัทธาให้เตรียมตัวรวมพลังเพื่อตั้งกองทัพไปปกป้องแผ่นดินอิสลามจากศัตรูนั่นคืออาณาจักรโรมันที่กำลังเตรียมตัวเพื่อรุกรานแผ่นดินอิสลาม เพราะฉะนั้นบรรดาผู้ศรัทธาที่มีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของเขาในการญิฮาดต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็ยอมเสียสละเวลาและชีวิตของเขา ถวายชีวิตของเขาแก่อัลลอฮฺ วะตะอาลา และออกไปร่วมสงครามกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่มีบางกลุ่มจากผู้สับปลับ บิดพลิ้ว ที่อ้างตนว่าเป็นผู้ศรัทธา ยืนยันกับประชาชนว่าเป็นมุอฺมิน ยืนยันกับสังคมว่ามีอีหม่านทั้งๆ ที่เมื่อถึงเวลาประกาศอีหม่านด้วยพฤติกรรมด้วยภาคปฏิบัติพวกเขาก็ไม่ออกไปรบกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และอยู่ในเมืองมะดีนะฮฺ โดยมีข้ออ้างต่างๆ นานา เช่น เรากลัวความร้อน กลัวฟิตนะฮฺหรือการก่อกวนของพวกโรมัน เราไม่มีความสามารถที่จะออกทำญิฮาด นำอุปสรรคต่างๆ มาอ้างต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อปลีกตัวจากการทำหน้าที่ในการปกป้องแผ่นดินของอัลอิสลาม

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้รับคำบัญชาจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของบรรดามุนาฟิกีนผู้บิดพลิ้ว สับปลับ ผู้ที่มีสองหน้า โดยหน้าหนึ่งบอกว่าเป็นมุอฺมิน แต่อีกหน้าหนึ่งก็บ่งบอกว่าไม่มีอีหม่านอย่างสิ้นเชิง ท่านนบีได้ตรวจสอบพฤติกรรมของพวกเขาจนกระทั่งปรากฏว่าพวกมุนาฟิกีนนั้นแท้จริงไม่มีอุปสรรคหรือสาเหตุใดที่จะทำให้พวกเขาไม่มีความสามารถออกไปดิ้นรนสู้รบกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพียงแต่ว่าพวกมุนาฟิกีนนั้นขี้เกียจ ไม่มีความปรารถนาดีต่ออิสลาม ไม่มีความประสงค์หรือตั้งใจที่จะเสียสละเพื่ออิสลาม ดังนั้นพวกมุนาฟิกีนจึงมีสภาพเหมือนกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของอัลอิสลาม เมื่อท่านนบีประกาศญิฮาด พวกมุนาฟิกีนผู้สับปลับก็ไม่ออกไปพร้อมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังผู้นำสูงสุดของสังคม ไม่ยอมที่จะปฏิบัติตามนโยบายหรือคำบัญชาของผู้บังคับบัญชา อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา จึงถือว่าบรรดามุนาฟิกีนนั้นเปรียบเสมือนต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลเพียงเพราะพวกเขาไม่ได้ออกไปญิฮาด ไม่ออกไปทำหน้าที่ในการปกป้องศาสนา ไม่ได้ปฏิบัติตตามคำบัญชาของผู้นำสังคม และนั่นคือพฤติกรรมที่จะถือว่าเป็นการต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์

การต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูลนั้นไม่ใช่การด่าทออัลลอฮฺ ด่านบี ด่าศาสนา ด่าอัลกุรอาน แต่อยู่ในลักษณะอื่นก็ได้ ลักษณะที่เราไม่ทราบ ลักษณะที่เราอ้างตนว่าเป็นมุอฺมินทั้งๆ ที่เราเป็นผู้ทำลายอีหม่าน อ้างตนว่าเป็นมุสลิมทั้งๆ ที่เราเป็นผู้ต่อต้านอิสลามด้วยพฤติกรรมของเรา บางคนไม่รู้สึกตัว อ้างตัวเป็นมุสลิม มีการละหมาด บริจาค แต่พฤติกรรมอื่นๆ ในชีวิตของเขาก็จะชี้ถึงอีหม่านและอิสลามของเขาว่า “อย่าเชื่อว่าฉันเป็นมุสลิม อย่าเชื่อฉันว่าเป็นมุอฺมิน” นั่นเป็นการต่อต้านศาสนาอัลอิสลามด้วยพฤติกรรม 

อิสลามและมุสลิมก็อาจจะเสียชื่อเพราะพฤติกรรมของบางคน การกระทำของบางคน เช่น คนที่ไม่มีมารยาทและจริยธรรม พูดจาหยาบคาย ผู้คนก็จะบอกว่าทำไมคนนี้ไม่มีมารยาทที่ดีงาม และเมื่อรู้ว่าเขาเป็นมุสลิม ผู้คนก็จะตำหนิศาสนาอิสลาม แสดงว่ามารยาทของคนเหล่านั้น แม้เขาจะเป็นมุสลิมแต่เนื่องจากพฤติกรรมของเขาเป็นสิ่งที่สังคมตำหนิ ไม่เห็นชอบ การตำหนิก็จะกลับมาสู่ศาสนาอิสลาม บุคคลเหล่านั้นที่มีส่วนที่จะทำให้ผู้อื่นปฏิเสธหรือตำหนิอัลอิสลามนั้นก็เปรียบเสมือนเป็นผู้ต่อต้านอิสลามด้วยนั่นเอง

ดังนั้น ผู้ที่มีความห่วงใยในอิสลาม มีความห่วงใยในการช่วยเหลือสนับสนุนอิสลามนั้น เขาก็ต้องปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และอย่ามองถึงการกระทำดีงามที่เขาทำในสังคมว่าจะเป็นบัญชีที่จะใช้อ้างอิงว่าเป็นมุสลิมเป็นมุอฺมิน เพราะมันไม่พอนะครับ อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ตำหนิบรรดามุนาฟิกีนในเรื่องเล็กน้อย พฤติกรรมเล็กน้อยที่พวกเขาได้ทำต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เช่น การพูดเล่น เยาะเย้ย ตำหนิท่านนบีและบรรดาเศาะฮาบะฮฺ ในสงครามตะบู๊กมีมุนาฟิกีนบางคนที่ออกไปรบกับท่านนบีแต่ในขณะที่เดินทางนั้นเขากล่าวว่า “เราไม่เคยเห็นใครที่ชอบกินมาก ชอบโกหก และขี้ขลาดมากกว่าท่านนบีมุฮัมมัดและบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่าน” นี่คือการตำหนิและเยาะเย้ยท่านนบีและเศาะฮาบะฮฺ ใส่ร้ายป้ายสี ให้ร้ายแก่ท่านนบีและสาวกของท่าน อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ถือว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นคนที่เยาะเย้ยอัลลอฮฺและร่อซูล ถือว่ามุรตัด ตกศาสนา

قُلْ أَبِاللَّهِ وَآيَاتِهِ وَرَسُولِهِ كُنْتُمْ تَسْتَهْزِئُونَ
ความว่า “...จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าพวกเจ้าเยาะเย้ยอัลลอฮฺ อายาตต่างๆ ของพระองค์และร่อซูลของพระองค์กระนั้นหรือ?” (ส่วนหนึ่งจากอายะฮฺที่ 65 ซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ)

لَا تَعْتَذِرُوا قَدْ كَفَرْتُم بَعْدَ إِيمَانِكُمْ
ความว่า “พวกเจ้าอย่าแก้ตัวเลย แท้จริงพวกเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธาแล้วหลังจากการมีศรัทธาของพวกเจ้า...” (ส่วนหนึ่งจากอายะฮฺที่ 66 ซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ)

นั่นคือลักษณะหรือพฤติกรรมของบรรดามุนาฟิกีนที่เยาะเย้ยศาสนาในบางเรื่อง แต่อัลลอฮฺถือว่าเป็นการปฏิเสธศรัทธา เพราะฉะนั้นเราก็อย่าประมาท สิ่งเล็กน้อยที่เรากระทำ ที่เราพูดในทุกวันทุกคืน อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรากลายเป็นผู้ต่อต้านศาสนา เป็นผู้ปฏิเสธอัลลอฮฺและร่อซูลอย่างเช่นบางคนที่แสดงความไม่พอใจในหลักการศาสนา หรือมีลักษณะของการเยาะเย้ย ตำหนิศาสนา เช่น พอเห็นคนมีเคราก็พูดเล่น เยาะเย้ยว่ามีเคราเหมือนเคราแพะ หรือเห็นมุสลิมะฮ์คลุมหิญาบ ปิดหน้า ก็จะตำหนิ เยาะเย้ยพวกนาง หรือเห็นคนที่ละหมาดคนเคร่งครัดก็จะพูดในทำนองล้อเล่นหรือเยาะเย้ย การกระทำเช่นนี้ คำพูดเช่นนี้ เปรียบเสมือนการที่เราตำหนิหรือเยาะเย้ยอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ นี่คือสิ่งอันตรายมากที่จะกระทบอีหม่านของเราจนอาจจะไม่เหลือเลย 

หน้าที่ของเราที่ต้องเสริมอีหม่าน สร้างความศรัทธาอันมั่นคงด้วยการกระทำที่ดีงาม ด้วยการรักษาอีหม่าน รักษาการกระทำอันดีงามให้เพิ่มขึ้น และระมัดระวัง อย่ากระทำในสิ่งที่เป็นลักษณะของมุนาฟิกีนผู้สับปลับ ผู้บิดพลิ้ว ผู้ต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูล ผู้มีบทบาทในการทำลายและให้ร้ายแก่อัลอิสลาม เป็นบทเรียนในอัลกุรอานที่ระบุว่าพวกมุนาฟิกีนมักจะทำตัวเป็นศัตรูกับอัลอิสลามทั้งๆ ที่อ้างตัวว่าเป็นมุสลิม อัลลอฮฺบอกในอัลกุรอานว่าพวกมุนาฟิกีนผู้บิดพลิ้วและสับปลับนั้นเป็นศัตรูที่แท้จริง จงระวังพวกเขา พวกเขาเป็นศัตรูที่มีเจตนาทำลายและต่อต้านอัลอิสลาม 

ฉะนั้นเราก็ต้องพยายามที่จะแสดงตนให้ชัดว่าเป็นมุอฺมิน มีความศรัทธามั่นคง มีจุดยืนชัดเจนต่ออิสลามของเราด้วยการกระทำอันดีงาม ด้วยคุณธรรมที่มั่นคง ด้วยการปฏิบัติศาสนกิจ ด้วยการรณรงค์เพื่อเผยแผ่ความดีในสังคม เพื่อนำความสวยงามสู่สังคม นำศาสนาที่มีรัศมีมีแสงสว่างนั้นไปสู่ผู้คน ด้วยการให้ความร่วมมือกับผู้อื่นในการกระทำความดี ด้วยการประกาศตนว่าเราเป็นผู้รักอัลอิสลาม เป็นผู้สนับสนุนอัลอิสลาม อย่าให้พฤติกรรมของเราค้านกับคำพูด อย่าให้การกระทำของเราค้านกับการประกาศว่าเราเป็นมุสลิม เป็นมุอฺมิน เป็นผู้รักอัลลอฮฺ ร่อซูลและศาสนา พฤติกรรมหรือภาคปฏิบัติของเราก็ต้องสอดคล้องกับคำประกาศดังกล่าว นั่นคืออีหม่านที่สง่างามและมั่นคง

วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮ์

 

วีดีโอ/ไฟล์เสียง :
ระวังพฤติกรรมต่อต้านอัลลอฮฺและร่อซูล (สู่อีมานที่มั่นคง 68)