กุนูตในละหมาดวิตรเดือนรอมฎอน

Submitted by dp6admin on Sat, 04/04/2009 - 00:50

เรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะ

การกุนูตใน 15 คืนหลังของเดือนรอมฎอน

ดุอาอฺกุนูตในวิตรฺตลอดปีคือบทกุนูตของอัลหะซัน (“อัลลอฮุมมะฮฺดินี..." [ดูบทกุนูต]) เป็นที่ยอมรับในทุกมัซฮับ และจากหะดีษของท่านอับดุรเราะหฺมาน อิบนุลกอรียฺ บอกว่า เมื่อกุนูตในละหมาดวิตรฺ บรรดาซอฮาบะฮฺจะสาปแช่งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาใน 15 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน โดยกล่าวว่า

اللَّهُمَّ قَاتِلِ الْكَفَرَةَ الَّذِيْن  يَصُدُّوْنَ  عَنْ سَبِيْلِكَ
โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงต่อต้านผู้ปฏิเสธศรัทธาซึ่งขัดขวางหนทางของพระองค์
وَيُكَذِّبُوْنَ رُسُلَكَ
ปฏิเสธบรรดาศาสนทูตที่พระองค์ทรงส่งมา
وَلا يُؤْمِنُوْنَ بِوَعْدِكَ
ผู้ที่ไม่ศรัทธาในคำสัญญามั่นของพระองค์ท่าน
وَخَالِفْ بَيْنَ كَلِمَتِهِمْ
โอ้อัลลอฮฺ  ขอให้มีความขัดแย้งระหว่างหมู่พวกเขา
وَأَلْقِ فِيْ قُلُوْبِهِمُ الرُّعْبَ
และขอทรง โปรดให้หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
وَأَلْقِ عَلَيْهِمْ رِجْزَكَ وَعَذَابَكَ
และขอพระองค์ทรงลงโทษพวกเขาสู่ความหายนะ
إِلَهَ الحَقِّ
โอ้องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสัจธรรม
 
ทรรศนะอุละมาอฺส่วนมากบอกว่าหากต้องการขอมากกว่า 2 บทข้างต้นก็ย่อมได้ แต่ถ้าเป็นวิตรฺญะมาอะฮฺ อิมามสมควรขอดุอาอฺกว้าง ๆ ให้แก่พี่น้องมุสลิมทั่วไป เช่น พี่น้องมุสลิมะฮฺ บรรดาเยาวชนมุสลิม เป็นต้น ไม่ใช่ขอดุอาอฺในเรื่องส่วนตัว เช่น ครอบครัว เป็นต้น และบรรดาอุละมาอฺได้ติงว่าอย่าขอดุอาอฺให้นานเกินไป (ประมาณ 10-20 นาทีเพียงพอ) เพื่อไม่ให้ขัดกับซุนนะฮฺของท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  และหลังจากขอดุอาอฺสามารถซอละวาตท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และขออภัยโทษให้แก่บรรดาผู้ศรัทธา

มีดุอาอฺอีกบทหนึ่งที่บรรดาซอฮาบะฮฺ เช่น ท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏ็อบ มักจะขอคือ

اللَّهُمَّ إِيَّاكَ نَعْبُدُ ،
โอ้อัลลอฮฺ  ต่อพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพสักการะ
 
وَلَكَ نُصَلِّيْ وَنَسْجُدُ ،
และต่อพระองค์เท่านั้นที่เราได้ละหมาดและสุญูด
وَإِلَيْكَ نَسْعَى وَنَحْفِدُ
และสู่พระองค์เท่านั้นเรารีบเร่ง (ในการสวามิภักดิ์และปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์)
نَرْجُوْ رَحْمَتَكَ
และเรามีความหวังต่อพระเมตตาของพระองค์ท่าน โอ้องค์พระผู้อภิบาลของเรา
وَنَخْشَى عَذَابَكَ
และเราเกรงกลัวต่อการลงโทษ ของพระองค์ท่าน
إِنَّ عَذَابَكَ الجِدَّ بِالكُفَّارِ مُلْحِق
แท้จริงการลงโทษของพระองค์ท่านต่อผู้ที่พระองค์ต่อต้านพวกเขา จะปรากฏอย่างแน่นอน
 

 ดุอาอฺกล่าวก่อนหรือหลังให้สลามในละหมาดวิตรฺ

اللَّهُمَّ إِنِّيْ أَعُوْذُ بِرِضَاكَ مِنْ سَخَطِكَ ،

โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอความคุ้มครองด้วยความโปรดปรานของพระองค์ท่าน จากความโกรธกริ้วของพระองค์
وَبِمُعَافَاتِكَ مِنْ عُقُوْبَتِكَ ،
และด้วยการประทานอภัยโทษของพระองค์ ให้ฉันปลอดภัยจากการลงโทษของพระองค์
وَأَعُوْذُ بِكَ مِنْكَ
และฉันขอความคุ้มครองด้วย พระองค์ท่าน ให้รอดพ้นจากการลงโทษของพระองค์ท่าน
لاَ أُحْصِيْ ثَنَاءً عَلَيْكَ أَنْتَ كَمَا أَثْنَيْتَ عَلَي نَفْسِكَ
ฉันไม่อาจคำนวณนับการสดุดีต่อพระองค์ได้ ดังที่พระองค์ทรงสดุดีพระองค์เอง

 

หลังจากให้สลามละหมาดวิตรฺ   ให้กล่าวประโยคต่อไปนี้ 3 ครั้ง

سُبْحَانَ الْمَلِكِ الْقُدُّوْس
“มหาบริสุทธิ์แด่พระผู้ทรงอำนาจผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง”

ในการรายงานของท่านอบูดาวูด บอกว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวด้วยเสียงดังยาวในครั้งที่สาม แต่ไม่มีจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หรือซอฮาบะฮฺให้กล่าวซิกรฺนี้โดยพร้อมเพรียงกัน ที่ถูกต้องคือต่างคนต่างกล่าว (ส่วนวรรค  رَبُّ الْمَلائِكَةِ وَ الْرُوْح สายรายงานฎออีฟ (อ่อน)) 

บางครั้ง เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดวิตรฺเสร็จแล้ว ท่านจะละหมาดอีก 2 ร็อกอัต โดยอ่านซูเราะฮฺอัซซัลซะละและอัลกาฟิรูน มีหะดีษของท่านอิบนุคุซัยมะฮฺ ในหนังสืออัศศ่อฮี้ฮฺ ท่านอิมามอัดดาริมียฺในหนังสืออัซซุนัน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริงการเดินทางย่อมทำให้อ่อนเพลียและไม่สะดวก (ในการละหมาด) ถ้าหากพวกท่านละหมาดวิตรฺแล้วและสามารถละหมาดอีก 2 ร็อกอัตก็ให้ละหมาด แต่ถ้าหากตื่นแล้วไม่ได้ละหมาด ก็ถูกบันทึกว่าได้ละหมาดเช่นเดียวกัน”

อุละมาอฺบางท่านบอกว่า การละหมาดสองร็อกอัตนี้ขัดกับคำสั่งของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า “พวกท่านจงทำให้การละหมาดสุดท้ายของยามกลางคืนคือละหมาดวิตรฺ” เชคอัลบานียฺบอกว่าคำสั่งที่ให้วิตรฺเป็นละหมาดสุดท้ายนั้นไม่ใช่วาญิบ เป็นมุสตะฮับ(ชอบให้กระทำ) แต่หากเราอยากละหมาดหลังวิตรฺอีกก็ทำได้ ไม่ถือว่าผิดซุนนะฮฺ เพราะมีแบบฉบับจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่รองรับ เช่น ละหมาดตะรอวิหฺและวิตรฺกับอิมามที่มัสญิดเสร็จแล้ว หลังจากนั้นก็ละหมาดอีกได้เป็นจำนวนคู่ร็อกอัต ดังกรณีซอฮาบะฮฺที่ขอคำแนะนำจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เกี่ยวกับเรื่องละหมาดวิตรฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บอกว่า ถ้ามั่นใจให้ละหมาดตอนท้าย ถ้าไม่มั่นใจให้ละหมาดวิตรฺก่อนนอน และถ้าตื่นก็สามารถละหมาดอีกได้

นอกจากนี้ เราควรศึกษาวิธีปฏิบัติในละหมาดเพื่อให้การทำอิบาดะฮฺมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาทิเช่น การดุอาอฺอิสติฟตาหฺ(ดุอาอฺเริ่มต้นละหมาด) ดุอาอฺอิสติอาซะฮฺ (ดุอาอฺขอความคุ้มครองจากชัยฏอน) ซึ่งมีหลายบท สามารถเลือกท่องจำและนำมาอ่านในการละหมาดกิยามุลลัยลฺได้

 

การยกมือในกุนูต

ไม่มีตัวบทจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เกี่ยวกับเรื่องการยกมือในกุนูตเฉพาะ มีเพียงหลักฐานว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ขอดุอาอฺแน่นอน แต่ไม่มีตัวบทว่ายกมือหรือไม่ ส่วนจากซอฮาบะฮฺและตาบิอีนมีบางท่านยกมือ ทรรศนะอุละมาอฺจึงบอกว่าปฏิบัติได้ทั้งยกมือและไม่ยก ถ้าอิมามยกมือมะมูมก็สมควรยก ถ้าอิมามไม่ยกมือมะมูมก็ไม่สมควรยก ตามทรรศนะของอุละมาอฺบางท่าน ส่วนทรรศนะของผมแล้วแต่ความเหมาะสม แม้ว่าอิมามจะยกหรือไม่ก็ตาม

ในขณะที่อิมามยืนละหมาดและอ่านยาว เราควรพยายามจับคำศัพท์ที่พอรู้และใคร่ครวญเรื่องราวเกี่ยวกับคำศัพท์นั้น เช่น อิบรอฮีม อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  ทรงกล่าวถึงเรื่องราวของท่านนบีอิบรอฮีม عليه السلام เพื่อดึงคุชัวอฺให้อยู่กับอัลกุรอาน ถ้าเราไม่เข้าใจความหมายของอัลกุรอาน ก็ให้ตระหนักว่าที่เรากำลังได้ยินคือพระดำรัสของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  โดยอาจเตรียมตัวศึกษาความหมายอัลกุรอานล่วงหน้าในส่วนที่อิมามจะอ่าน

 


วันที่ลงบทความ : 9 ต.ค. 49
ที่มา : เรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี, 2549-09-10 การละหมาดกิยามุลลัยลฺ 2 (บ้านตานีพันธ์)