ตัฟซีรซูเราะตุลมาอิดะฮฺ 20 (อายะฮฺ 20-26)

Submitted by admin on Wed, 27/11/2013 - 12:45
หัวข้อเรื่อง
ตัวอย่างกลุ่มชนที่ผิดสัญญากับอัลลอฮฺ, นบีมูซาและบนีอิสรออีล ช่วงที่อยู่ในคาบสมุทรซีนาย(อพยพมาจากอียิปต์)
สถานที่
มุศ็อลลาอัซซุนนะฮฺ บางกอกน้อย
วันที่บรรยาย
23 มุฮัรรอม 1435
วันที่บรรยาย
วันที่อัพ
ขนาดไฟล์
17.00 mb
ความยาว
97.00 นาที
รายละเอียด

วีดีโอ

 

  وَإِذْ قَالَ مُوسَى لِقَوْمِهِ يَا قَوْمِ اذْكُرُواْ نِعْمَةَ اللّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ جَعَلَ فِيكُمْ أَنبِيَاء وَجَعَلَكُم مُّلُوكًا وَآتَاكُم مَّا لَمْ يُؤْتِ أَحَدًا مِّن الْعَالَمِينَ
20. และจงรำลึกถึงขณะที่มูซาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า โอ้ประชาชาติของฉัน ! พึงรำลึกถึงความกรุณาเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีแด่พวกท่านเถิด เพราะว่าพระองค์ได้ทรงให้มีบรรดานะบีขึ้นในหมู่พวกท่าน และได้ทรงให้พวกท่านเป็นกษัตริย์ และได้ทรงประทานแก่พวกท่าน สิ่งที่มิได้ทรงประทานให้แก่ผู้ใดในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย
    يَا قَوْمِ ادْخُلُوا الأَرْضَ المُقَدَّسَةَ الَّتِي كَتَبَ اللّهُ لَكُمْ وَلاَ تَرْتَدُّوا عَلَى أَدْبَارِكُمْ فَتَنقَلِبُوا خَاسِرِينَ
21. โอ้ประชาชาติของฉัน ! จงเข้าไปในแผ่นดินอันบริสุทธิ์ ที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้แก่พวกท่านเถิด และจงอย่าหันหลังของพวกท่านกลับ เพราะจะทำให้พวกท่านกลับกลายเป็นผู้ขาดทุน
    قَالُوا يَا مُوسَى إِنَّ فِيهَا قَوْمًا جَبَّارِينَ وَإِنَّا لَن نَّدْخُلَهَا حَتَّىَ يَخْرُجُواْ مِنْهَا فَإِن يَخْرُجُواْ مِنْهَا فَإِنَّا دَاخِلُونَ
22. พวกเขากล่าวว่า โอ้มูซา แท้จริงในแผ่นดินอันบริสุทธิ์นั้นมีพวกที่เหี้ยมโหด และพวกเราจะไม่เข้าไปในแผ่นดินนั้นเป็นอันขาด จนกว่าพวกเขาจะออกไปจากที่นั้น แต่ถ้าพวกเขาออกไปจากที่นั้นแล้ว พวกเราจึงจะเป็นผู้เข้าไป
قَالَ رَجُلَانِ مِنَ الَّذِينَ يَخَافُونَ أَنْعَمَ اللَّهُ عَلَيْهِمَا ادْخُلُوا عَلَيْهِمُ الْبَابَ فَإِذَا دَخَلْتُمُوهُ فَإِنَّكُمْ غَالِبُونَ ۚ وَعَلَى اللَّهِ فَتَوَكَّلُوا إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ
23. มีชายสองคนในหมู่ผู้ยำเกรงที่อัลลอฮ์ได้ทรงกรุณาเมตตาแก่เขามทั้งสองได้กล่าวว่าพวกท่านจงเข้าประตูนั้น ไปเผชิญหน้ากับพวกเขาเถิดครั้นเมื่อพวกท่านเข้าประตูนั้นไปแล้ว แน่นอนพวกท่านจะเป็นผู้ชนะ และแด่อัลลอฮ์นั้นพวกเจ้าจงมอบหมายเถิด หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา
قَالُوا يَا مُوسَىٰ إِنَّا لَن نَّدْخُلَهَا أَبَدًا مَّا دَامُوا فِيهَا ۖ فَاذْهَبْ أَنتَ وَرَبُّكَ فَقَاتِلَا إِنَّا هَاهُنَا قَاعِدُونَ
24. พวกเขากล่าวว่า โอ้มูซา ! แท้จริงพวกเราจะไม่เข้าไปที่นั้นโดยเด็ดขาด ตราบใดที่พวกเขา ยังคงอยู่ที่นั้น ดังนั้นท่านและพระเจ้าของท่านจงไปเถิด แล้วจงต่อสู้ พวกเราจะนั่งอยู่ที่นี่
قَالَ رَبِّ إِنِّي لَا أَمْلِكُ إِلَّا نَفْسِي وَأَخِي ۖ فَافْرُقْ بَيْنَنَا وَبَيْنَ الْقَوْمِ الْفَاسِقِينَ
25. เขากล่าวว่า โอ้พระเจ้าแห่งข้าพระองค์แท้จริงข้าพระองค์ไม่มีอำนาจ นอกจากตัวของข้าพระองค์เองและพี่ชายของข้าพระองค์ เท่านั้น ดังนั้นโปรดได้แยกระหว่างเรา กับประชาชาติผู้ละเมิดด้วยเถิด
قَالَ فَإِنَّهَا مُحَرَّمَةٌ عَلَيْهِمْ ۛ أَرْبَعِينَ سَنَةً ۛ يَتِيهُونَ فِي الْأَرْضِ ۚ فَلَا تَأْسَ عَلَى الْقَوْمِ الْفَاسِقِينَ
26. พระองค์ตรัสว่า แท้จริงแผ่นดินนั้น เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขา สี่สิบปี ซึ่งพวกเขาจะระเหเร่ร่อนไปในผืนแผ่นดิน ดังนั้นเจ้าจงอย่าเสียใจให้แก่ประชาชาติผู้ละเมิดเหล่านั้นเลย
 
 
 
 
 
---- บางส่วนจากการอรรถาธิบาย ---
ตัฟซีร ซูเราะห์ อัลมาอีดะห์ อายะห์ที่ 20-26 
อธธิบายโดย ชัยคฺ ริฎอ อะหมัด สมะดี 
 
     ก่อนเริ่มอายะห์นี้ขอให้ย้ำเตือนพี่น้องทุกคนได้เข้าใจว่า สิ่งที่อัลลอฮฺได้เอ่ย(ในอัลกุรอาน)บ่อยครั้ง มักจะเป็นเรื่องใหญ่และมักจะเป็นปัญหาที่เกิดกับทุกประชาชาติในอดีตทั้งนี้ เพื่อได้เป็นอุทาหร คำเตือน แก่ประชาชาติของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ)
   ในอายะห์ที่ 20 ถึงอายะห์ที่ 26 นั้น อัลลอฮฺได้เล่าเหตุการณ์ถึงสาวกของท่านนบีมูซาและพี่ชายท่านนบีฮารูน (อลัยฮิสลาม) นั้นก็คือ ชาวบนีอิสรออีล(ยิว) ให้เห็นถึงการดื้อดึงต่อบทบัญญัติของอัลลอฮฺ(ซุบฮานะฮุวะตะอาลา) ในเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ชาวบนีอิสรออีลได้อพยพจากนครอิยิปต์ผ่านอภินิหารการผ่าทะเลของนบีมูซา และได้อาศัยอยู่บนเกาะซีนาย เพื่อที่รอบทบัญญัติที่มาจากอัลลอฮฺ
 
وَإِذْ قَالَ مُوسَىٰ لِقَوْمِهِ يَا قَوْمِ اذْكُرُوا نِعْمَةَ اللَّـهِ عَلَيْكُمْ إِذْ جَعَلَ فِيكُمْ أَنبِيَاءَ وَجَعَلَكُم مُّلُوكًا وَآتَاكُم مَّا لَمْ يُؤْتِ أَحَدًا مِّنَ الْعَالَمِينَ
﴿٢٠-سورة المائدة﴾
20. และจงรำลึกถึงขณะที่มูซาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า โอ้ประชาชาติของฉัน ! พึงรำลึกถึงความกรุณาเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีแด่พวกท่านเถิด เพราะว่าพระองค์ได้ทรงให้มีบรรดานะบีขึ้นในหมู่พวกท่าน และได้ทรงให้พวกท่านเป็นกษัตริย์ และได้ทรงประทานแก่พวกท่าน สิ่งที่มิได้ทรงประทานให้แก่ผู้ใดในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย
 
ในอายะห์ที่ 20 เป็นการตักเตือนชาวบนีอิสรออีลของท่านนบีมูซา ให้รำลึก สำนึกถึงความเมตตตาของอัลลอฮฺ (เพราะแท้จริงมนุษย์ช่างขี้ลืม ไม่เว้นกระทั้งในวัยหนุ่มที่หลงลืมว่า เกิดมาเพื่ออิบาดะห์ต่ออัลลอฮฺ แต่กลับมาจำได้อีกทีเมื่อครั้นแก่แล้ว จึงมาเริ่มทำอิบาดะห์) ให้รำลึกถึงที่พวกเขามีนบีมากมาย
 
    อุละมาอฺมี 2 ทัศนะ คือ
1.อัลลอฮฺทรงให้รางวัลแก่บรรดาคนดีของชาวบนีอิสรออีล ในรุ่นก่อน จึงส่งนบีมาอย่างไม่ขาดสาย ในหนึ่งรุ่นนั้น ก็จะมีนบีเสมอ โดยบนีอิสรออีลนั้นใน 1000 ปี มีนบีอยู่ประมาณ 1000 ท่าน
2.เพราะความดื้อดึงของพวกเขา จึงได้มีนบีอย่างมากมาย ยิ่งเขาดื้อดึงต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ บทบัญญัติก็ยิ่งยากลำบากขึ้น 
ให้รำลึกถึงที่ให้บางส่วนของพวกเขานั้นเป็นกษัตริย์ เช่น นบีดาวูด นบีสุไลมาน เป็นต้น แต่อิบนุ อับบาส ได้อธิบายว่า ทุกคนในบนีอิสรออีลนั้น เมื่อมีบ้าน มีภรรยา และมีคนใช้ สมาชิกในบ้านจะเรียกเจ้าบ้านว่า มาลิก(แปลว่ากษัตริย์) และสอดคล้องกับฮาดีษนบี(ซอลฯ) ได้อุปมาว่า ทุกคนที่ตื่นเช้าวันนึงมีความปลอดภัยในชีวิด มีสุขภาพที่ดี มีปัจจัยยังชีพที่เพียงพอหนึ่งวันหนึ่งคืนก็เปรียบเสมือนเขานั้น ได้ครอบครองทรัพท์สินทั้งโลก
ในอายะห์นี้ก็เป็นการตักเตือนมุสลิมทุกคนเช่นเดียวกันให้สำนึก ในเมื่อมุสลิมนั้นได้นบีที่ดีที่สุดมาเป็นผู้นำ จึงสมควรจะสำนึกต่อความเมตตาของอัลลอฮฺไว้มากกว่า
 
يَا قَوْمِ ادْخُلُوا الْأَرْضَ الْمُقَدَّسَةَ الَّتِي كَتَبَ اللَّـهُ لَكُمْ وَلَا تَرْتَدُّوا عَلَىٰ أَدْبَارِكُمْ فَتَنقَلِبُوا خَاسِرِينَ
﴿٢١-سورة المائدة﴾
21. โอ้ประชาชาติของฉัน ! จงเข้าไปในแผ่นดินอันบริสุทธิ์ ที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้แก่พวกท่านเถิด และจงอย่าหันหลังของพวกท่านกลับ เพราะจะทำให้พวกท่านกลับกลายเป็นผู้ขาดทุน
 
-แผ่นดินบริสุทธิ์ คือ เยรูซาลิม ซึ่งแต่เดิมเป็นถิ่นอาศัยของท่านนบีอิสฮากและลูกของท่านนบียะอฺกู๊บ(อลัยฮิสลาม) ซึ่งในสมัยที่แผ่นดินแห้งแล้ว นบียะอฺกู๊บ ได้อพยพไปอยู่กับ นบียูซุฟ ขณะนั้น มีอำนาจที่อิยิปต์ นานๆเข้าชาวบนีอสรออีลยิ่งมีอำนาจการปกครองในอิยิปต์ จึงโดนฟาโรห์ ขับไล่ไปจนถึงเกาะซีนาย
(ในปัจจุบัน ใช่ที่ว่าแต่เดิมนั้นเป็นถิ่นกำเนิดของยิว และมีสิทธิ์ในการเรียกร้องแผ่นดิน แต่ด้วยยิวนั้นปฎิเสธศรัทธา จึงเท่ากับหมดสิทธิ์ในแผ่นดินของอัลลอฮฺ)
 
-อย่าหันหลัง อย่าหันหลังแก่คำสั่งของอัลลอฮฺ หรืออย่าหันหลังให้ศัตรู(หนีสงคราม)และจงเข้าไปในดินแดนศักดิ์ศิดดิ์นั้น
 
الُوا يَا مُوسَىٰ إِنَّ فِيهَا قَوْمًا جَبَّارِينَ وَإِنَّا لَن نَّدْخُلَهَا حَتَّىٰ يَخْرُجُوا مِنْهَا فَإِن يَخْرُجُوا مِنْهَا فَإِنَّا دَاخِلُونَ
﴿٢٢-سورة المائدة﴾
22. พวกเขากล่าวว่า โอ้มูซา แท้จริงในแผ่นดินอันบริสุทธิ์นั้นมีพวกที่เหี้ยมโหด และพวกเราจะไม่เข้าไปในแผ่นดินนั้นเป็นอันขาด จนกว่าพวกเขาจะออกไปจากที่นั้น แต่ถ้าพวกเขาออกไปจากที่นั้นแล้ว พวกเราจึงจะเป็นผู้เข้าไป
 
มีการรายงานว่า เมื่อได้รับคำสั่งให้เข้าไปในเยรูซาลิม แต่ละเผ่า(12 เผ่า)ได้ส่งคนไปสืบข่าว และพบว่า เมืองมีผู้ปกครองที่โหดเหี้ยมมาก จึงปฎิเสธบทบัญญัตินี้ จนกระทั่ง
นบีมูซาและนบีฮารูน ก้มลงกราบต่ออัลลอฮฺ(เพื่อขออภัยโทษ)
 
قَالَ رَجُلَانِ مِنَ الَّذِينَ يَخَافُونَ أَنْعَمَ اللَّـهُ عَلَيْهِمَا ادْخُلُوا عَلَيْهِمُ الْبَابَ فَإِذَا دَخَلْتُمُوهُ فَإِنَّكُمْ غَالِبُونَ ۚ وَعَلَى اللَّـهِ فَتَوَكَّلُوا إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ
﴿٢٣-سورة المائدة﴾
23. มีชายสองคนในหมู่ผู้ยำเกรงที่อัลลอฮ์ได้ทรงกรุณาเมตตาแก่เขามทั้งสองได้กล่าวว่าพวกท่านจงเข้าประตูนั้น ไปเผชิญหน้ากับพวกเขาเถิดครั้นเมื่อพวกท่านเข้าประตูนั้นไปแล้ว แน่นอนพวกท่านจะเป็นผู้ชนะ และแด่อัลลอฮ์นั้นพวกเจ้าจงมอบหมายเถิด หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา
 
-สองคนในบรรดาผู้ศรัทธา เห็นนบีมูซาและนบีฮารูนก้มลงกราบจึงไปตักเตือนบนีอิสรออีลให้ทำตามคำสั่งอัลลอฮฺเสียที ทั้งที่บัญญัติจากอัลลอฮฺนั้นแค่สั่งให้เข้าไปในประตูนั้น(ไม่ได้สั่งไปทำสงคราม) และเมื่อเข้าไป แน่นอนท่านจะชนะ ท่านจงมอบหมาย
 
จะเห็นได้ว่า ผู้ที่ยำเกรงนั้นในทุกยุคทุกสมัย คือ คนที่เข้าใจคำสั่งของอัลลอฮฺในใจความง่าย ไม่ซับซ้อน จุกจีก จู้จี้(อย่างที่ยิวเป็น มีตัวอย่างในซูเราะห์บากอเราะห์ ที่อัลลอฮฺสั่งให้ยิวเชือดวัว แทนที่จะเชือดวัวตัวไหนก็ได้ กลับมาจุกจิก เรื่องอายุ เพศ สี จนสุดท้าย ไม่สามารถทำได้ และฝืนอัลลอฮฺ(อีกแล้ว))
 
قَالُوا يَا مُوسَىٰ إِنَّا لَن نَّدْخُلَهَا أَبَدًا مَّا دَامُوا فِيهَا ۖ فَاذْهَبْ أَنتَ وَرَبُّكَ فَقَاتِلَا إِنَّا هَاهُنَا قَاعِدُونَ ﴿٢٤﴾  
24. พวกเขากล่าวว่า โอ้มูซา ! แท้จริงพวกเราจะไม่เข้าไปที่นั้นโดยเด็ดขาด ตราบใดที่พวกเขา ยังคงอยู่ที่นั้น ดังนั้นท่านและพระเจ้าของท่านจงไปเถิด แล้วจงต่อสู้ พวกเราจะนั่งอยู่ที่นี่
 
ในอายะห์นี้ เราจะเห็นถึงความบังอาจ ความยะโส ของบนีอิสรออีล ที่ปฎิเสธคำสั่งของอัลลอฮฺไม่พอ แต่ถึงขั้นไล่ อัลลอฮฺ ไล่นบีมูซา ให้ไปสู้เอง 
หากเรามองเผินๆดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย 
แต่ท่านซุฟยาน อัซเซารี บอกว่า "อุลามาอฺที่ไม่ได้ทำหน้าที่เรียกร้องเชิญชวณผู้คนสู่แนวทางของอัลลอฮฺ ก็ไม่ต่างจากบนีอิสรออีลเลย"
และทำนองเดียวกัน หากเราเปรียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ก็คือ เมื่อมีงานศาสนาที่ทุกคนสามารถทำได้ สามารถสนับสนุนได้ แต่กลับบอกว่า พวกนั้นทำอยู่ พวกนี้ทำอยู่เงินสนับสนุนก็น่าจะพอแล้ว แล้วตัวเองไม่พยายามทำอะไรเลย หนำซ้ำบางคนอาจจะยังขัดขวางคนทำงานศาสนาด้วยซ้ำ ในอีกรูปแบบนึงที่ อาจจะเข้าข่าย คือ
คนที่มักจะใช้คำว่า"เดี๋ยวอัลลอฮฺจัดการมันเอง" เมื่อคนมาทำลายศาสนาไม่ด้านใดด้านนึง เป็นการใช้คำทำนองเดียวกับในอายะห์นี้ ที่เหมือนจะฟังดูดี มอบหมาย โดยที่ตัวเองไม่พยายามทำสิ่งใดสอดคล้องกับคำพูดนั้นเลย
 
قَالَ رَبِّ إِنِّي لَا أَمْلِكُ إِلَّا نَفْسِي وَأَخِي ۖ فَافْرُقْ بَيْنَنَا وَبَيْنَ الْقَوْمِ الْفَاسِقِينَ ﴿٢٥﴾ قَالَ فَإِنَّهَا مُحَرَّمَةٌ عَلَيْهِمْ ۛ أَرْبَعِينَ سَنَةً ۛ يَتِيهُونَ فِي الْأَرْضِ ۚ فَلَا تَأْسَ عَلَى الْقَوْمِ الْفَاسِقِينَ ﴿٢٦﴾ 
25. เขา กล่าวว่า โอ้พระเจ้าแห่งข้าพระองค์แท้จริงข้าพระองค์ไม่มีอำนาจ นอกจากตัวของข้าพระองค์เองและพี่ชายของข้าพระองค์ เท่านั้น ดังนั้นโปรดได้แยกระหว่างเรา กับประชาชาติผู้ละเมิดด้วยเถิด[5:25] 
 
พระองค์ตรัสว่า แท้จริงแผ่นดินนั้น เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขา สี่สิบปี ซึ่งพวกเขาจะระเหเร่ร่อนไปในผืนแผ่นดิน ดังนั้นเจ้าจงอย่าเสียใจให้แก่ประชาชาติผู้ละเมิดเหล่านั้นเลย[5:26] 
 
อัลลอฮฺได้ตอบสนองคำวิงวอนของท่านนบีมูซา ในอายะห์ 25 โดยที่เมืองเยรูซาลิมเป็นที่ต้องห้ามแก่ชาวบนีอิสรออีล(ยิว) และนบีมูซากับนบีฮารูน ต้องถูกแยกจากกัน
ในที่นี้คำว่าต้องห้าม อุลามาอฺ ได้มี 2 ทัศนะกับเรื่องนี้
       ทัศนะที่ 1.เมืองเยรูซาลิมถูกต้องห้ามเป็นเวลา 40 ปี กล่าวคือ พวกยิวไม่สามารถพิชิตเยรูซาลิมภายใน 40 ปีนี้ และต้องเร่ร่อนบนทะเลทรายของเกาะซีนายไปเรื่อยๆ (ในทางการอ่าน(ตัจวีต)หากอ่านอายะห์นี้โดยหยุดอายะห์แบบที่ 1 จะมีความหมายอายะห์ดังคำอธิบายตามทัศนะที่ 1)
 
 قَالَ فَإِنَّهَا مُحَرَّمَةٌ عَلَيْهِمْ ۛ أَرْبَعِينَ سَنَةً ۛ 
26. พระองค์ตรัสว่า แท้จริงแผ่นดินนั้น เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขา สี่สิบปี 
 
       ทัศนะที่ 2.(เป็นทัศนะที่ถูกต้องที่สุด) เมืองเยรูซาลิมจะถูกต้องห้ามแก่บนีอิสรออีลอย่างถาวร และพวกเขาก็จะต้องเร่ร่อนหลงทางบนทะเลทรายของเกาะซีนายไปเรื่อยๆอย่างน้อย 40 ปี  (ในทางการอ่าน(ตัจวีต)หากอ่านอายะห์นี้โดยหยุดอายะห์แบบที่ 2 จะมีความหมายอายะห์ดังคำอธิบายตามทัศนะที่ 2)
 قَالَ فَإِنَّهَا مُحَرَّمَةٌ عَلَيْهِمْ
พระองค์ตรัสว่า แท้จริงแผ่นดินนั้น เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขา
 
           การเร่ร่อนของชาวบนีอิสรออีลครั้งนี้ ทำให้พวกเขาจะกลับอิยิปต์ก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไปไม่ถูก ส่วนนบีมูซากับนบีฮารูนเองก็ต้องเร่ร่อนเช่นเดียวกัน โดยที่แม้จะถูกสั่งให้แยกกันกับชาวบนีอิสรออีล 
แต่ตลอดการเดินทางนนบีมูซากับนบีฮารูนก็ไม่ได้เดินห่างจากกลุ่มชนบนีอิสรออีลมากนัก
           และเรื่องราวการเดินทางเร่ร่อนหลงทางในทะเลทรายต่อจากอายะห์เหล่านี้ อัลลอฮฺก็ได้ระบุไว้แล้ว
ในซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อย่างเช่น ชาวบนีอิสรออีล กระหายน้ำ จึงขอให้นบีมูซาขอน้ำจากอัลลอฮฺ แล้วอัลลอฮฺให้ได้เกิดตาน้ำ 12 ตา แก่ 12 เผ่า ขอของหวาน อัลลอฮฺก็ประทานให้ ขอของกิน อัลลอฮฺได้ให้นกซัลวาแก่พวกเขา ....(ศึกษาเพิ่มเติมในซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 51 เป็นต้นไป)
และระหว่างเร่ร่อนนี้ละ ที่นบีมูซาได้เข้าเฝ้าอัลลอฮฺ ณ ภูเขา อัตตูร เพื่อรับบทบัญญัติ ..... และระหว่างเร่รอ่อนนี้ละที่นบีมูซา นบีฮารูน เสียชีวิต .....
หลังจากนั้นไม่นาน สาวกของนบีมูซาชื่อ ยูชะอฺ บิน นูน(มีทัศนะว่า เป็นนบี) ได้เป็นผู้นำของบนีอิสรออีล จึงสามารถพิชิตเยรูซาลิมได้ แต่ การฝ่าฝืนของชาวบนีอิสรออีล(ยิว) ใช่มีแค่นั้น เมื่อพิชิตเมืองแล้ว มีบัญญัติจากอัลลอฮฺให้เข้าด้วยความ นอบบ้อมและกล่าวว่า“ฮิตเฏาะฮ์”(แปลว่าขออภัยโทษ )แต่ ชาวบนีอิสรออีล(ยิว)กลับเข้าไปด้วยท่านั่งแล้วก้นเขยิบ แล้วกลับพูดว่า"ฮินเฏาะฮ์"(แปลว่าข้าวสาลี)
 
หวังว่าพี่น้องมุสลิมทุกคน จะเอาอุทาหรณ์เหล่านี้เป็นบทเรียน มาปรับมาใช้ในการชีวิตของเรา และขอต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวะตะอาลา ทรงให้กระผมและพี่น้องทุกท่าน ทรงอยู่ในทางนำที่เที่ยงตรง จนถึงวันแห่งการตัดสินด้วย อามีน
 
บันทึกวันที่ 
26/11/2013 
19:35
 
ญะซากุมุลลอฮุค็อยร็อน Kumobarick Achiroki