พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
การวิงวอน การขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้นเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่สำหรับบรรดาผู้ศรัทธา เป็นการทำอิบาดะฮฺที่สำคัญมากในชีวิตมุอ์มิน และเป็นคำบัญชาของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่สั่งไว้สำหรับบ่าวของพระองค์ทุกคนให้ทำหน้าที่ในการวิงวอน ในการแสดงความต้องการต่อพระผู้เป็นเจ้า อัลลอฮฺทรงกล่าวไว้ในอัลกุรอานว่า
وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُونِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ ۚ ... ﴿٦٠ ﴾
ความว่า “และพระเจ้าของพวกเจ้าตรัสว่า จงวิงวอนขอต่อข่า ข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้า...” (ส่วนหนึ่งของอายะฮฺที่ 60 ซูเราะฮฺฆอฟิร)
และอีกอายะฮฺหนึ่งอัลลอฮฺทรงกล่าวว่า
وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ ۖ أُجِيبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذَا دَعَانِ ۖ ... ﴿١٨٦ ﴾
ความว่า “และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้าแล้วก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงนั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้า...” (ส่วนหนึ่งของอายะฮฺที่ 182 ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ”
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้ยืนยันถึงความสำคัญในการวิงวอนขอดุอาอฺ ในการเรียกร้อง ในการที่บ่าวของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา จะยืนยันในลักษณะความต้องการ ลักษณะของมนุษย์ที่ยากจนต่ออัลลอฮฺ มนุษย์ที่ขัดสนที่ต้องการความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า
ในการบันทึกของอิมามอะห์มัดและบรรดาเจ้าของสุนัน คืออบูดาวูด ติรมิซี อันนะซาอีและอิบนุมาญะฮฺ ได้บันทึกไว้จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งท่านกล่าวว่า
الدعاء هو العبادة
ความว่า “แท้จริงการขอดุอาอฺนั้นนั่นคือการทำอิบาดะฮฺ”
ก็หมายถึงว่าเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ วัตถุประสงค์ของการทำอิบาดะฮฺคือการวิงวอน การที่บ่าวของอัลลอฮฺนั้นจะขอจากอัลลอฮฺ จะเรียกร้องพระองค์
และในหะดีษอีกบทหนึ่งซึ่งบันทึกโดยอิมามอัลหากิมในหนังสืออัลมุสตัดร็อก ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า
أفضل العبادة الدعاء
ความว่า “ทำอิบาดะฮฺที่ประเสริฐที่สุดคือการดุอาอฺ”
อิบาดะฮฺที่ดีเลิศที่สุดคือการวิงวอนต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา นอกจากนั้นไม่มีอิบาดะฮฺที่อัลลอฮฺทรงโปรดให้บ่าวของพระองค์นั้นปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีอิบาดะฮฺที่มีเกียรติยศ ไม่มีอิบาดะฮฺที่มีศักดิ์ศรี ไม่มีอิบาดะฮฺที่มีความสำคัญ ไม่มีอิบาดะฮฺที่มีความยิ่งใหญ่มากกว่าการขอดุอาอฺ การวิงวอนต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา
จึงมีหะดีษที่บันทึกโดยอิมามอะห์มัด อัตติรมิซี และอัลหากิม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
ليس شيء أكرم على الله تعالى من الدعاء
ความว่า “ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะมีเกียรติ ณ อัลลอฮฺ ตะอาลา มากไปกว่าดุอาอฺ”
พระผู้อภิบาลของเรายังได้ยืนยันว่าเมื่อเรายกมือวิงวอนขอต่อพระองค์นั้นจะมีกำไรที่จะได้รับอย่างแน่นอนนั่นคือการตอบรับดุอาอฺของเรา เมื่อเราได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จะทำให้ดุอาอฺของเรานั้นมุสตะญาบ เป็นดุอาอฺที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบรับ
ในหะดีษที่บันทึกโดยอิมามอะห์มัดและอบูดาวูด ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า
ان ربكم حييّ كريم يستحيي من عبده اذا رفع يديه اليه ان يردهما صفرا خائبتين
ความว่า “แท้จริงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเป็นผู้ทรงละอายและใจบุญยิ่ง เมื่อบ่าวคนหนึ่งของพระองค์ได้ยกมือทั้งสองของเขาขึ้น (เพื่อวิงวอน) ต่อพระองค์ พระองค์จะทรงละอายที่จะปล่อยให้มือทั้งสองนั้นต้องขาดทุน (ด้วยการไม่ตอบรับดุอาอฺ)”
เป็นการยืนยันจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ว่าเมื่อบ่าวของพระองค์ได้ทำหน้าที่ในการขอพร ขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะตอบรับอย่างแน่นอนตราบใดที่บ่าวของพระองค์นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ในการดุอาอฺตามเงื่อนไขที่มีอยู่ในหลักการศาสนา
ไม่มีสิ่งหนึ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะทำให้มนุษย์อยู่ในความปลอดภัย ที่จะทำให้มนุษย์มีอำนาจบารมี มีความสามารถที่จะเรียกร้องสิ่งต่างๆ ที่เขาต้องการในชีวิตของเขา มากไปกว่าการที่เขาจะทำความดี มากกว่าการที่เขาจะขอพรจากอัลลออฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา
ในหะดีษที่บทหนึ่งที่บันทึกโดยอิมามอัตติรมิซีและอัลฮากิม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
لا يرد القضاء الا الدعاء ولا يزيد في العمر الا البر
ความว่า “ไม่มีสิ่งใดที่จะสกัดกั้นกฎสภาวะของอัลลอฮฺ (อัลเกาะฎออ์) ที่ถูกกำหนดแล้ว นอกจากการดุอาอฺ และไม่มีสิ่งใดที่จะเพิ่มอายุให้ยืนยาวมากขึ้นได้นอกจากการทำความดี”
กฎสภาะที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา กำหนดไว้ให้เกิดขึ้นนั้น ไม่มีสิ่งใดจะมาเปลี่ยนแปลงมันได้นอกจากการวิงวอนขอต่อพระองค์ แต่มิได้หมายความว่าดุอาอฺนั้นเป็นอำนาจของมนุษย์ที่จะเปลี่ยนอำนาจของอัลลอฮฺ เพราะการดุอาอฺนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้อำนาจของพระผู้เป็นเจ้า อยู่ในกฎสภาวะของพระองค์เช่นเดียวกัน ฉะนั้นการวิงวอนขอจึงไม่ใช่การแสดงอำนาจของเราต่อพระองค์ แต่เป็นสิ่งที่เราจะขอให้พระผู้เป็นเจ้านั้นใช้อำนาจของพระองค์นั้นในการเปลี่ยนกฎสภาวะ ซึ่งมีส่วนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้คืออัลเกาะฎออ์และอัลเกาะดัรที่มลาอิกะฮฺได้ปฏิบัติไว้ตามบัญชาของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา แต่ส่วนกฎสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้คือบันทึกอัลเลาหุลมะห์ฟูซซึ่งเป็นการบันทึกของพระองค์ ในบันทึกนี้จะบันทึกว่าคนหนึ่งคนใดจะขอดุอาอฺและการขอพรของเขานั้นจะเปลี่ยนกฎสภาวะที่เปลี่ยนได้ แม้กระทั่งชีวิตของเราก็ถูกกำหนดแต่อัลลอฮฺก็บันทึกไว้ว่าเมื่อคนหนึ่งคนใดทำความดีก็จะเป็นสาเหตุต่อชีวิตของเขาให้ยาวนานกว่าเดิม ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจบารมีของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ไม่มีอะไรที่จะอยู่นอกกรอบอำนาจของพระองค์
นอกจากนั้นอัลลอฮฺก็จะทรงไม่พอใจ ทรงโกรธกริ้วบุคคลที่ไม่ทำหน้าที่ขอพรต่อพระองค์ ดังที่ระบุในหะดีษที่บันทึกโดยอิมามอัตติรมิซี ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวไว้ว่า
إنه من لم يسأل الله تعالى يغضب عليه
ความว่า “แท้จริงนั้นใครก็ตามที่ไม่ยอมขอต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา พระองค์จะทรงโกรธกริ้วเขา”
บุคคลที่ไม่แสดงความต้องการต่ออัลลอฮฺ เย่อหยิ่งต่อพระองค์ ไม่ควรที่จะเป็นบ่าว ไม่ควรที่จะเป็นที่รักของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา คนที่แสดงความเย่อหยิ่งต่อพระองค์ ไม่ต้องการพระองค์ หลบหนีจากพระผู้อภิบาลของเขา แสดงความยิ่งใหญ่ต่อพระองค์นั้น แน่นอนว่าต้องรับความโกรธกริ้วจากพระองค์
นอกจากนั้นบุคคลที่ไม่ทำหน้าที่ในการอิบาดะฮฺ ในการดุอาอฺขอพรต่ออัลลอฮฺนั้นก็จะถือว่าเป็นผู้ที่อ่อนแอมากที่สุดดังหะดีษในระดับหะสันที่บันทึกโดยอิมามอัฏเฏาะบะรอนี ในหนังสือมุอ์ญัม อัลเอาสัฏ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
أعجز الناس من عجز عن الدعاء وأبخل الناس من بخل بالسلام
ความว่า “มนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดนั้นคือผู้ที่อ่อนแอในการขอดุอาอฺ และผู้ที่ตระหนี่ที่สุดคือผู้ที่ตระหนี่ในการกล่าวสลาม”
มนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดคือผู้ที่ไม่สามารถทำหน้าที่ในการขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺทั้งที่เป็นเรื่องที่ง่าย ง่ายมากที่จะยกมือและกล่าวดุอาอฺ ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอาหรับก็ได้ การที่เราจะพูดคุยกับอัลลอฮฺนั้นพระองค์ไม่ได้ต้องการให้เราพูดภาษาอาหรับยกเว้นบทซิกิรหรือดุอาอฺที่อยู่ในละหมาดที่ท่านนบีบัญญัติไว้ เฉพาะส่วนนี้เท่านั้นที่เราจะต้องใช้ภาษาอาหรับ แต่นอกจากนั้นการที่เราจะขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากอัลลอฮฺแม้กระทั่งขณะสุญูดในละหมาดเราก็ยังสามารถใช้ภาษาอื่นในการขอต่อพระองค์ได้ หลังจากกล่าวอัลลอฮุอักบัร สุบฮานะร็อบบิยัลอะอฺลา ตามที่นบีบัญญัติไว้แล้ว เราก็สามารถขอดุอาอฺเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นๆ ก็ได้เพราะอัลลอฮฺทรงเข้าใจอย่างแน่นอน เรื่องดุอาอฺนั้นเป็นเรื่องง่ายที่สุด คนที่ไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นคนที่อ่อนแอมาก
คนอีกกลุ่มที่ท่านนบีกล่าวถึงในหะดีษบทนี้คือคนที่ไม่ให้สลาม ไม่รับสลาม ก็ถือว่าเป็นมนุษย์ที่ตระหนี่มาก นี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนักในหน้าที่ของผู้ศรัทธา การวิงวอนขอดุอาอฺเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทบทวนและให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักการศาสนาข้อนี้อย่างต่อเนื่องนะครับ คงมีโอกาสพูดคุยถึงประเด็นสำคัญเมื่อเรายกมือขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา เราต้องเข้าใจอะไร ต้องรู้สึกอะไร เพื่อให้การดุอาอฺของเรานั้นบรรลุเป้าหมาย มีความเหมาะสม มีวัตถุประสงค์อันมีความสำคัญตามหลักศรัทธาที่เราต้องการ
ฝากไว้กับพี่น้องเพียงเท่านี้นะครับวัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 84, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 52 views