พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เป็นการขยัน เป็นการปฏิบัติสุดความสามารถในการที่จะดำเนินชีวิตภายใต้ความเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้นคือการที่เราต้องทำอิบาดะฮฺ ปฏิบัติศาสนกิจขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า พยายามที่จะทำให้การทำอิบาดะฮฺของเรานั้นมีลักษณะสวยงาม มีลักษณะที่จะทำให้อิบาดะฮฺนั้นเป็นที่ตอบรับของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ดังนั้นการที่บรรดาผู้ศรัทธามีความรู้สึกว่าอิบาดะฮฺของเขานั้นเป็นประเด็นสำคัญในชีวิตเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ เอาใจใส่ นั่นคือลักษณะของมุอ์มินที่เห็นว่าอิบาดะฮฺนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในชีวิตของเขา เพราะการปฏิบัติศาสนกิจนั้นเป็นคุณลักษณะหลักของบรรดาผู้ศรัทธาที่ยึดมั่นในความเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา
ดังนั้น ในอัลกุรอานก็จะเน้นเรื่องอิบาดะฮฺ เรื่องการปฏิบัติศาสนกิจว่าเป็นสัญลักษณ์ของบรรดาผู้ศรัทธาที่จะแสดงความเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า คำว่า “عِبَادَة” (อิบาดะฮฺ) หมายถึงการปฏิบัติศาสนกิจ การเคารพภักดีซึ่งมาจากคำว่า “عَبْد” (อับด์) ที่แปลว่าบ่าว เป็นศัพท์ที่สอดคล้องกัน กล่าวคือจะเป็นอับด์ได้ก็ต้องมีอิบาดะฮฺ จะเป็นบ่าวที่แท้จริงของอัลลอฮฺได้ก็ต้องปฏิบัติศาสนกิจ และการทำอิบาดะฮฺต้องมีคุณลักษณะสวยงามที่จะทำให้อิบาดะฮฺของเรานั้นเป็นที่ตอบรับของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา
ดังนั้นเราต้องพยายามที่จะทำให้อิบาดะฮฺของเรานั้นมีลักษณะสวยงามและนั่นคือเป้าหมายของศาสนาอิสลามที่ไม่ใช่การเน้นจำนวนหรือปริมาณของอิบาดะฮฺแต่คือการทำให้อิบาดะฮฺของเรานั้นดีงาม สวยงาม มีคุณภาพ
الَّذِي خَلَقَ الْمَوْتَ وَالْحَيَاةَ لِيَبْلُوَكُمْ أَيُّكُمْ أَحْسَنُ عَمَلًا...
ความว่า “ผู้ซึ่งสร้างความตายและการมีชีวิตเพื่อที่จะทดสอบพวกเจ้าว่าใครในหมู่พวกเจ้าที่จะมีการงานที่ดียิ่ง” (ส่วนหนึ่งจากอายะฮฺที่ 2 ของซูเราะฮฺอัลมุลก์)
พระองค์อัลลอฮฺทรงสร้างให้มีชีวิตและความตายเพื่อเป็นการทดสอบ เพื่อเป็นการสำรวจอีหม่านของเราซึ่งเป็นบ่าวของอัลลอฮฺนั้นจะมีการกระทำที่ดีงาม มีอิบาดะฮฺที่ดีงาม
การทำอิบาดะฮฺที่ดีงามเป็นเป้าหมาย ศาสนาไม่ได้บอกว่าจะทดสอบหรือทดลองเพื่อดูว่าใครจะมีอิบาดะฮฺที่มากมาย เพราะอิบาดะฮฺที่มีจำนวนมากแต่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีคุณลักษณะที่สวยงามจะเป็นอิบาดะฮฺที่ไม่มีคุณค่า เป็นอิบาดะฮฺที่อาจจะไม่ถูกตอบรับจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สนับสนุนให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นประพฤติสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงชอบ ก็คือการทำอิบาดะฮฺอย่างสวยงาม แม้กระทั่งการที่จะทำอิบาดะฮฺให้สวยงามนั้นเราก็ต้องขยันขอดุอาอฺ วิงวอนต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงช่วยเหลือให้เราปฏิบัติอิบาดะฮฺอย่างสวยงาม และการที่จะขอดุอาอฺวิงวอนในประเด็นนี้ท่านนบียังใช้ให้ขะมักเขม้นในการขอด้วยดังที่ปรากฏในหะดีษเศาะฮีห์ที่บันทึกโดยอิมามอัลหากิมและอิมามอบูนุอัยม์ รายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
أتحبُّونَ أيُّها النَّاسُ أن تجتَهِدوا في الدُّعاءِ ؟ قولوا : اللَّهمَّ أعِنَّا علَى شُكرِكَ ، و ذكرِكَ ، و حُسنِ عبادتِكَ
ท่านนบีได้สนทนากับบรรดาศ่อฮาบะฮฺและเหล่าผู้ได้รับการศึกษากับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่าพวกท่านทั้งหลายอยากจะขยันในการวิงวอน เรียกร้องขอสิ่งต่าง ๆ จากอัลลอฮฺไหม? หากพวกท่านต้องการเช่นนั้นก็จงกล่าวว่า “โอ้พระองค์อัลลอฮฺขอให้พระองค์ช่วยเหลือเราในการขอบคุณพระองค์ท่าน ในการรำลึกถึงพระองค์ท่าน และในการปฏิบัติอิบาดะฮฺอย่างสวยงามให้แก่พระองค์ท่าน”
3 ประเด็นที่ถูกระบุในดุอาอฺบทนี้คือ
1.การขอบคุณอัลลอฮฺ เราต้องขยันขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺช่วยเหลือให้เราขอบคุณต่อพระองค์
2.ให้เราระลึกถึงอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา อย่างขะมักเขม้น และ
3.ให้เราทำอิบาดะฮฺอย่างสวยงาม จนกระทั่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ขอดุอาอฺบทนี้ในทุกเวลาหลังการละหมาดฟัรฎูเสร็จแล้ว
หลังจากที่สำเร็จจากการละหมาดแล้วก็จะมีการขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺทรงช่วยเหลือให้เรารำลึกถึงอัลลอฮฺ ขอบคุณอัลลอฮฺและขยันทำอิบาดะฮฺอย่างสวยงาม
ถ้าเราวิเคราะห์เป้าหมายในหะดีษหรือดุอาอฺบทนี้เราจะพบว่ามีเป้าหมายอันสวยงามมากในคุณลักษณะของบรรดาผู้ศรัทธาที่อยากจะยืนหยัดในการแสดงความเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า เมื่ออิบาดะฮฺเสร็จแล้วเราก็แสดงตนว่าเราไม่เบื่อในการทำอิบาดะฮฺ เรายังยืนยันในความเป็นบ่าว เรายังยืนยันในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ยังยืนยันขอดุอาอฺว่า “ทำอิบาดะฮฺเสร็จแล้ว ทำหน้าที่เสร็จแล้ว แต่เรายังต้องการความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา เพื่อให้เราปฏิบัติอิบาดะฮฺอย่างสม่ำเสมออย่างสวยงาม ให้เรามีการขยันขอบคุณและรำลึกถึงอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา”
เมื่อเรามีการขยันขอดุอาอฺหลังละหมาดฟัรฎูเช่นนี้และขยันขอดุอาอฺในทุกเวลาเมื่อมีโอกาสขอดุอาอฺวิงวอนต่ออัลลอฮฺ นั่นก็แสดงว่าอิบาดะฮฺกลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของเรา กลายเป็นเรื่องที่มีคุณค่าในชีวิตของเราและนั่นคือคุณลักษณะของบรรดาผู้ศรัทธาที่มีอีหม่านที่มั่นคง
แต่ลักษณะของบรรดามุนาฟิกีนผู้บิดพลิ้วผู้สับปลับ หรือลักษณะของบรรดากุฟฟารผู้ที่เนรคุณและปฏิเสธอัลลอฮฺ หรือลักษณะของผู้ที่อกตัญญูต่ออัลลอฮฺ ที่ไม่ยอมรับในสภาพความเป็นจริงที่ว่าเราต้องปฏิบัติตนตามฐานะที่เราเป็นบ่าว ปฏิบัติตนให้อยู่ภายใต้อำนาจและเดชานุภาพของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา นี่คือพฤติกรรมที่เราต้องหลีกเลี่ยงและพยายามแสดงตนว่าเราอยากจะเป็นบ่าวของอัลลอฮฺจริง ๆ อยากจะขยันทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺจริง ๆ จึงต้องมีดุอาอฺมีการวิงวอนที่เราจะขอในช่วงท้ายของทุกเวลาละหมาดหรือในทุกเวลาที่มีโอกาสดุอาอฺ เช่น ขณะสุญูดหรือก่อนสลามเพื่อจบการละหมาด หรือการดุอาอฺในช่วงเศษหนึ่งส่วนสามสุดท้ายของกลางคืนที่เป็นช่วงที่มีความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ เป็นเวลาที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา จะลงมาถึงชั้นฟ้าสุดท้ายและประกาศว่า “ใครที่เรียกร้อง ข้าจะตอบรับ ใครที่ขอ ข้าจะให้...” อันเป็นเวลาที่ดุอาอฺมุสตะญาบ
การดุอาอฺในวาระเหล่านี้ก็จะทำให้ความรู้สึกของเรานั้นมีความสุข มีความรู้สึกต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ว่าเราสนใจ เอาใจใส่ต่อเรื่องอิบาดะฮฺ มิใช่เหมือนคนที่ทำอิบาดะฮฺเสมือนเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีจิตวิญญาณในการทำอิบาดะฮฺ ทำอิบาดะฮฺ ไปละหมาดหรือปฏิบัติศาสนกิจเปรียบเสมือนคนที่ไปทำงานทุกวัน เซ็นชื่อเข้า-ออก ทำสิ่งที่เป็นประเพณีโดยไม่มีจิตวิญญาณไม่มีเป้าหมายไม่มีความหมาย นั่นไม่ใช่อิบาดะฮฺ ไม่ใช่การขอบคุณ การรำลึกถึงอัลลอฮฺที่จะมีคุณค่าหรือที่จะนำผลบุญมหาศาลมาสู่เรา
เป็นสิ่งที่เราต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราอยู่ในโลกนี้เพื่อทำอิบาดะฮฺที่จะทำให้เรานั้นมีความสุข ให้อีหม่านของเรานั้นเข้มแข็ง เข้มงวด แต่ถ้าหากอิบาดะฮฺไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความสวยงาม ไม่มีชีวิตชีวา แน่นอนว่าอิบาดะฮฺก็จะกลายเป็นประเพณีที่เราปฏิบัติทุกวันเหมือนการแปรงฟัน การเข้าสุขา การเข้า-ออกบ้าน ขับ-ขี่ยานพาหนะ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาปกติ แต่อิบาดะฮฺไม่ใช่เช่นนั้นเพราะเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อม ต้องให้ความสำคัญเอาใจใส่อย่างยิ่ง
ดังนั้น การที่เราขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ช่วยเหลือให้เราขอบคุณต่อพระองค์ เราก็ต้องพยายามขอบคุณพระองค์ด้วยการกล่าวคำว่า “الحمد لله” (อัลฮัมดุลิลลาฮฺ) และด้วยการใช้อวัยวะหรือความโปรดปรานต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรานั้นใช้ไปในสิ่งที่ถูกต้อง และเราะต้องขยันซิกรุลลอฮฺ รำลึกถึงอัลลอฮฺด้วยคำกล่าวต่าง ๆ ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สอนไว้ “سبحان الله والحمد لله ولا إله إلا الله والله أكبر” (สุบฮานัลลอฮฺ วัลฮัมดุลิลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร) และขยันทำอิบาดะฮฺอื่น ๆ
พี่น้องครับ อิบาดะฮฺไม่ใช่เรื่องปฏิบัติศาสนกิจเช่นการละหมาดเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทุกสิ่งที่เป็นคำสั่งใช้ คำสั่งสอนของศาสนาอัลอิสลาม มารยาทที่ดีงามนั้นถ้าเรามีเจตนาที่ดีก็จะกลายเป็นอิบาดะฮฺ การทำดีกับพี่น้อง เพื่อนบ้าน บรรดามุสลิม ถ้าเรามีเจตนาดีก็จะเป็นอิบาดะฮฺ การทำมาหากินถ้าเรานำรายได้ไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องที่มีผลประโยชน์ในชีวิตนี้และในโลกหน้า เพื่อแสวงหาผลบุญ ออกซะกาตช่วยเหลือสังคม การทำงานของเราก็จะกลายเป็นอิบาดะฮฺ ประเด็นต่าง ๆ ที่เราจะปฏิบัติด้วยเจตนาหรือความปรารถนาที่ดีต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็จะกลายเป็นอิบาดะฮฺ เราต้องพยายามให้ชีวิตของเราทั้งหมดเป็นอิบาดะฮฺ เข้า-ออกบ้าน หรือแม้กระทั่งแม่บ้านที่ทำกับข้าวให้สามี พ่อที่เอาลูกไปส่งที่โรงเรียน เลี้ยงลูก หรือแม้กระทั่งอาหารที่เราจะป้อนลูก ป้อนภริยา ถ้าเราเจตนาดีท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ยืนยันว่าเป็นเศาะดะเกาะฮฺ เป็นอิบาดะฮฺ นั่นคือสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่า และจะมีคุณค่ายิ่งขึ้นถ้าเราขยันขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้เรามีลักษณะของการขอบคุณ รำลึกถึงอัลลอฮฺและมีอิบาดะฮฺที่ดีงาม
วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 73, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 54 views