ความประเสริฐของการทำซุนนะฮฺ

โดย dp6admin

فَضْلُ تَطْبِيْقِ السًُّنَّةِ

ความประเสริฐของการทำซุนนะฮฺ

 

      คำว่า อัซซุนนะฮฺ ในหลักการศาสนาหมายถึง สิ่งที่ไม่วาญิบ ไม่มีความจำเป็น หรือสิ่งที่ถ้าไม่กระทำก็ไม่มีโทษ แต่มีผลบุญ หรือสิ่งที่ถ้าไม่กระทำก็ไม่มีข้อตำหนิใดๆ แต่มีข้อสรรเสริญสำหรับผู้กระทำ นั่นเป็นคำศัพท์เฉพาะ แต่ที่คนทั่วไปเข้าใจคลาดเคลื่อนคือเข้าใจว่า อัซซุนนะฮฺ หมาย ถึงสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำ ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะคำว่า อัซซุนนะฮฺ ในหลักการศาสนาโดยทั่วไป หมายถึงแนวทาง(ซุนนะฮฺ)ของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อันมีทั้งสิ่งที่เป็นวาญิบและมุสตะฮับ(ชอบให้กระทำ แต่ไม่มีโทษถ้าละทิ้ง)

      ในที่นี้จะกล่าวถึงความประเสริฐ ความจำเป็น หรือความสำคัญในการรักษาการปฏิบัติอัซซุนนะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หมายถึง ทำสิ่งที่เป็นความสมัครใจในเรื่อง  อิบาดะฮฺต่างๆ ซึ่งซุนนะฮฺชอบให้กระทำ คือสิ่งที่ไม่วาญิบต้องทำ ไม่มีโทษหากละทิ้ง เช่น ไม่ละหมาดซุนนะฮฺศุหฺริ ไม่ละหมาดซุนนะฮฺของมัฆร ิบ ถ้าไม่ละหมาดก็ไม่มีโทษ ไม่หะรอม แต่อุละมาอฺได้ชี้แจงว่าที่ไม่มีโทษนั้นหมายถึงกรณีที่ไม่ทำซุนนะฮฺบ้าง เช่น ไม่ละหมาดซุนนะฮฺของมัฆริบเฉพาะวันนี้ หรือไม่ค่อยรักษาซุนนะฮฺของมัฆริบ แต่การที่ตั้งใจว่าจะไม่ละหมาดซุนนะฮฺเลย ไม่ว่าจะเป็นซุนนะฮฺของเวลาใด เอาแต่ฟัรฎู การตั้งใจละทิ้งซุนนะฮฺเช่นนี้อุละมาอฺบอกว่ามีความผิด ที่ผิดไม่ใช่เพราะไม่ได้ละหมาดซุนนะฮฺ แต่ผิดเพราะตั้งใจละทิ้งซุนนะฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกว่า “ใครที่ไม่ปรารถนาหรือตั้งใจไม่เอาใจใส่ซุนนะฮฺของฉัน ไม่ใช่พวกของฉัน”

 

      ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้พูดหะดีษบทนี้ในเรื่องของการแต่งงาน เพราะมีศ่อฮาบะฮฺสามท่านศึกษาประวัติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ไปถามบรรดาภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่าท่านได้ทำอิบาดะฮฺหรือปฏิบัติตัวอย่างไร ศ่อฮาบะฮฺเสมือนเข้าใจกันเองว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทำน้อย และที่ท่านทำไม่เยอะเพราะท่านเป็นนบี แน่นอนย่อมเป็นชาวสวรรค์ แต่พวกเขาเป็นมนุษย์สามัญชนย่อมมีข้อบกพร่อง ก็ต้องขยันมากกว่า เขาประชุมกันและลงมติว่าต้องทำอะไรที่ดีเด่นกว่านบี คนหนึ่งบอกว่าฉันจะถือศีลอดทุกวัน อีกคนบอกว่าฉันจะไม่นอนและละหมาดกิยามุลลัยลฺทุกคืนตลอดคืน และอีกคนหนึ่งบอกว่าฉันจะไม่แต่งงานโดยเด็ดขาด เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้รับทราบข่าวสามคนที่ขะมักเขม้นทำอิบาดะฮฺจึงขึ้นมิมบัรปราศรัยอบรมศ่อฮาบะฮฺว่า

 

      “แท้จริงไม่มีใครยำเกรงอัลลอฮฺมากกว่าฉัน ทั้ง ๆ ที่ฉันยำเกรงอัลลอฮฺ มีความหวาดกลัวต่ออัลลอฮฺมากกว่าพวกท่าน แต่ฉันถือศีลอดและละเว้นบ้าง ฉันละหมาดกลางคืนและพักผ่อนบ้าง และฉันก็แต่งงาน นั่นคือแนวทางซุนนะฮฺของฉัน ใครที่ไม่ปรารถนาแนวทางของฉันก็ไม่ใช่พวกของฉัน”

 

นี่รวมถึงเรื่องแต่งงานด้วย ใครที่ไม่แต่งงานก็ไม่ได้ทำซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม การแต่งงานเป็นเรื่องอิบาดะฮฺ เป็นซุนนะฮฺประเด็นหนึ่งที่เราต้องเอาใจใส่

            ปัจจุบันนี้สังคมทั่วไปมักละทิ้งสิ่งที่เป็นซุนนะฮฺ โดยมีข้ออ้างว่าคำว่า “ซุนนะฮฺ” คือให้ละทิ้งได้ ทั้งๆที่ อัซซุนนะฮฺ นั้นโดยหลักการศาสนาเป็นสิ่งที่ชอบให้ทำ ไม่ใช่ชอบให้ทิ้ง

 


ที่มา : หนังสือ "40 ซุนนะฮฺจากหะดีษที่น่าปฏิบัติ" เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

วันที่ลงบทความ : 30 พ.ย. 48