คุชูอฺเริ่มที่การอาบน้ำละหมาด

Submitted by dp6admin on Thu, 12/09/2019 - 21:11

เชคริฎอ อะหมัด สมะดี  "พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ

สู่อีหม่านที่มั่นคง เป็นเรื่องที่เราพูดกันอยู่ตลอดว่า โครงการอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของมุสลิมนั้นคือ การรักษาอีหม่าน และมิใช่เพียงการรักษาให้อยู่เหมือนเดิมแต่เป็นการรักษาให้เพิ่มขึ้น เพราะอีหม่านของเรานั้นมีต้นทุนและกำไร ตราบใดที่คนหนึ่งคนใดจะรักษาต้นทุนโดยที่ไม่มีกำไรนั้นก็จะถือว่าขาดทุนเหมือนกัน แต่หากว่านำต้นทุนไปแสงวหากำไรอย่างต่อเนื่องนั้นเขาย่อมประสบความสำเร็จ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ว่า

قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ ﴿١﴾ الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ ﴿٢﴾
ความว่า “บรรดาผู้ศรัทธาจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน คือบรรดาผู้ที่มีความนอบน้อม(คุชูอฺ)ในขณะที่เขาละหมาด ปฏิบัติศาสนกิจต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา” (อัลมุอฺมินูน อายะฮฺที่ 1-2)

เป็นคุณลักษณะแรกของบรรดาผู้ศรัทธาที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงระบุไว้ในสูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน และเราได้พูดถึงความสำคัญของการละหมาดในชีวิตของมุอฺมิน เป็นสัญลักษณ์แห่งอีหม่าน เป็นสัญลักษณ์แห่งผู้เคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า

(العهد الذي بيننا وبينهم الصلاة، فمن تركها فقد كفر( رواه أحمد وأصحاب السنن
ความว่า “สัญญาระหว่างเรากับพวกเขา (ผู้ปฏิเสธ) คือการละหมาด ฉะนั้นใครละทิ้งมันเขาก็ได้ปฏิเสธแล้ว” บันทึกอะหฺมัดและบรรดาเจ้าของสุนัน

กล่าวคือ เป็นสัญญาระหว่างเรากับผู้ที่ไม่ศรัทธา (ต่ออัลลอฮฺ) ว่าเมื่อใครประกาศว่าเขาคือผู้ศรัทธานั้น เขาก็ต้องมีการละหมาด ส่วนใครที่ไม่ละหมาด เขาก็คือผู้เนรคุณ ผู้ปฏิเสธต่อพระผู้เป็นเจ้า” เพราะการที่เราเชื่อในพระผู้เป็นเจ้านั้น เราก็ต้องเชื่อในสิทธิของพระองค์ การที่เราเชื่อในพระผู้อภิบาลแห่งจักรวาล เราก็ต้องเชื่อในเดชานุภาพ อำนาจและพระบารมีของพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าของเราผู้ทรงสร้างโลกนี้มีสิทธิในการที่บ่าวของพระองค์นั้นต้องเคารพบูชา สักการะต่อพระองค์อย่างเคร่งครัด ดังที่พระองค์ได้ระบุในอัลกุรอานถึงเรื่องการละหมาดนั้นว่าเป็นกิจกรรมหรือภาระที่สำคัญที่สุดสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา

แต่การละหมาดอย่างเดียวนั้นไม่พอเพียงสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา แต่ต้องทำให้การละหมาดนั้นมีจิตวิญญาณ มีรสชาติ มีลักษณะสวยงาม ที่จะทำให้การละหมาดนั้นถูกตอบรับ มีการตอบแทนและให้รางวัลอย่างใหญ่หลวงจากพระผู้เป็นเจ้า และเป็นหน้าที่ของบรรดาผู้ศรัทธานั้นที่ต้องศึกษาว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้การละหมาดของเขานั้นมีรสชาติ มีจิตวิญญาณ เปรียบเสมือนการละหมาดของผู้ที่เห็นพระผู้เป็นเจ้า แต่ถ้าเขาไม่สามารถเห็นอัลลอฮฺได้ แน่แท้อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงเห็นเขา นั่นคือตำแหน่งของ “อิลอิหฺสาน” คือ ตำแหน่งสูงสุของบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺประหนึ่งว่าพวกเขาเห็นพระองค์นั่นเอง

เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องศึกษา แสวงหาความรู้ วันนี้เราจะเริ่มพูดถึงลักษณะการละหมาดที่จะเพิ่มเติมอีหม่านแก่จิตใจของเรา จะทำให้อีหม่านของเรามั่นคง ให้การละหมาดของเรานั้นเป็นเสบียงแห่งอีหม่านที่เราจะสะสมในทุกเวลาที่เราได้ปฏิบัติศาสนกิจ มีการเคารพสักการะต่อพระผู้เป็นเจ้า

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ เราเริ่มการละหมาดด้วยการอาบน้ำละหมาด การที่เราอาบน้ำละหมาดนั้นเป็นการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่สถานการณ์แห่งการเฝ้าดูของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา รับคำบัญชาและพระเมตตาจากพระองค์ ซึ่งมุอฺมินนั้นต้องอยู่ในสภาพอันสมบูรณ์และสวยงาม เพราะฉะนั้นเป็นบทบัญญัติสำหรับมุอฺมินที่ต้องรักษาการอาบน้ำละหมาดอย่างเคร่งครัด เพราะการอาบน้ำละหมาดนั้นจะเพิ่มเติมให้มุอฺมินมีอีหม่านที่มั่นคง เนื่องจากมีความบริสุทธิ์ที่เพิ่มเติมในอีหม่านของเขา การอาบน้ำละหมาดของเขามิใช่เพียงแต่การใช้น้ำล้างหน้า มือ เท้า แต่การอาบน้ำละหมาด การล้างอวัยวะต่างๆ ที่จำเป็นต้องล้าง มันคือการล้างจิตใจและวิญญาณด้วย

บรรดาอุละมาอฺของเราเห็นว่าการอาบน้ำละหมาดนั้นเป็นการเตรียมตัวสู่การพบอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา เปรียบเสมือนคนตายที่เราต้องอาบน้ำให้เขาเพื่อเตรียมศพของเขาสู่การละหมาดญะนาซะฮฺและฝังเขาเพื่อเตรียมเขาสู่การพบกับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ในวันปรโลก การอาบน้ำละหมาดก็เช่นเดียวกัน แต่ขณะนี้เขากำลังฝึกว่าการพบกับอัลลอฮฺนั้นยังอยู่ในโลกนี้ เป็นการสะสมอะมัลอิบาดะฮฺ เพื่อเป็นเสบียงในวันกิยามะฮฺ  เพราะฉะนั้นอุละมาอฺแนะนำให้เรามีการระลึกในขณะที่เรากำลังอาบน้ำละหมาดนั้น ให้เหมือนการอาบน้ำศพ คิดเหมือนเราเป็นคนตายที่กำลังถูกอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปสู่การพบอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา

หากว่ามุอฺมินทุกคนนึกถึงสภาพนี้ในการอาบน้ำละหมาด แน่นอนว่าจิตสำนึกของเขาจะเกิดขึ้นทันที เพราะความตายคือการตักเตือนที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของมุอฺมิน ถ้าเรารำลึกถึงความตายอย่างสม่ำเสมอ อีหม่านของเราก็จะเข้มข้นและเข็มแข็งตลอด เพราะเป็นคำเตือนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ให้เรารำลึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา ดังที่ท่านกล่าวว่า

(أكثروا من ذكر هاذم اللذات الموت) رواه الترمذي والنسائي
ความว่า “พวกท่านทั้งหลายจงระลึกถึงผู้ทำลายความสุข นั่นคือความตาย” (บันทึกโดยอัตติรมิซีและอันนะสาอี)

ความตายที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีความสุขในโลกนี้ ตราบใดที่มุอฺมินรำลึกถึงความตายนั้น ความสุขของเขาย่อมจะไม่สมบูรณ์ และนั่นคือเป้าหมายสำคัญในชีวิตของมุอฺมิน เพราะความสุขในโลกนี้นั้นแม้จะมีมากแค่ไหนก็ตามแต่ก็เป็นความสุขชั่วคราวเท่านั้น  เป็นความสุขที่ไม่สมบูรณ์ เพราะความสุขที่มุอฺมินต้องการอย่างแท้จริงนั้นอยู่ในสวรรค์ อันเป็นเป้าหมายในชีวิตของมุอฺมินที่ต้องปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง จนกระทั่งถึงวันกิยามะฮฺที่จะได้รับการตอบแทนอย่างสมบูรณ์จากพระผู้เป็นเจ้า เมื่อนั้นแหละที่เขาจะมีความสุขอย่างสมบูรณ์ สม่ำเสมอและตลอดกาล

มุอฺมินจะเตรียมตัวอาบน้ำละหมาด ล้างอวัยวะต่างๆ ตามที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สั่งใช้ และเขาจะไม่มีอาการ “วัสวาส” หรือมีความสงสัยมากในการอาบน้ำละหมาด ว่าเขาล้างสมบูรณ์หรือเปล่า ล้างเกลี้ยงหรือเปล่า  แต่เขาจะพยายามล้างให้สมบูรณ์และถามตัวเองว่า “อวัยวะภายนอกล้างสมบูรณ์ แล้วภายในนั้นบริสุทธิ์สะอาดอย่างสมบูรณ์หรือยัง?” นั่นคือจุดมุ่งหมายของมุอฺมิน อาบน้ำละหมาดเพื่อทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายใน เพื่อเตรียมตัวไปสู่การเข้าพบและเคารพสักการะพระผู้เป็นเจ้าของเขา และเมื่อเรามีสภาพอันสมบูรณ์เกี่ยวกับการเตรียมอาบน้ำละหมาดเช่นนี้แล้ว แน่นอนว่าอีหม่านของเราจะพร้อมขณะที่เราจะเริ่มละหมาดเพื่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา นั่นก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เราจะต้องเตรียมเพื่อให้ละหมาดของเรามีความคุชูอฺ มีความนอบน้อม

การที่เราจะมีคุชูอฺนั้นมิได้เริ่มที่การกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” แต่จะเริ่มตั้งแต่เราอาบน้ำละหมาด เตรียมตัว เตรียมจิตวิญญาณเพื่อพบอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา อย่างสมบูรณ์
ฝากกับพี่น้องไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ พบกันตอนหน้า อินชาอัลลอฮฺ วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ"


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 45, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮ

045