หัวใจที่มีความเชื่อมั่น (ยะกีน)

Submitted by dp6admin on Fri, 15/03/2019 - 14:46

พี่น้องผู้มีอีหม่านที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ

ในบรรดาคุณลักษณะของหัวใจของมุอ์มินนั้น ซึ่งเป็นหัวใจที่ปราศจากโรคต่างๆ หัวใจอันบริสุทธิ์ หัวใจที่มีอีหม่านที่มั่นคงก็ยังมีลักษณะอันดีงามที่จะบ่งบอกว่าหัวใจเหล่านั้นเป็นหัวใจที่มีความสัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้า มีอีหม่านที่มั่นคง นั่นคือ อัลยะกีน ความมั่นใจในพระผู้เป็นเจ้า การยืนหยัดในหนทางโดยที่ไม่มีความสงสัย อึดอัด นั่นคือหัวใจที่มุอ์มินต้องพยายามแสวงหา อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

إِنَّ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ لَـَٔايَـٰتٍ لِّلْمُؤْمِنِينَ ﴿٣﴾ وَفِى خَلْقِكُمْ وَمَا يَبُثُّ مِن دَآبَّةٍ ءَايَـٰتٌ لِّقَوْمٍ يُوقِنُونَ ﴿٤﴾
ความว่า “แท้จริงนั้นในบรรดาชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน เป็นสัญญาณสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา และในการที่อัลลอฮฺทรงกำเนิดสูเจ้าทั้งหลาย และทุกสิ่งบนแผ่นดินนี้เป็นสัญญาณสำหรับบรรดาผู้ที่มั่นใจ” (อัลญาษิยะฮฺ อายะฮฺที่ ๓-๔)

ผู้ที่มั่นใจนั้นจะมีอีหม่านที่มั่นคงต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา โดยไม่สงสัย เพราะฉะนั้นบรรดาอุละมาอ์จะอธิบายความหมายของคำว่า อีหม่าน คือการเชื่อมั่นโดยไม่สงสัย และการที่จะมียะกีนหรือความมั่นคง มั่นใจในอีหม่านนั้น เป็นเงื่อนไขที่สำคัญสำหรับอีหม่านที่เราต้องสะสมในหัวใจของเรา เพราะการสงสัยหรือการที่ไม่มั่นใจในความศรัทธานั้นจะทำให้อีหม่านของเราอยู่ในสภาพความเชื่อเหมือนกับความเชื่อของบรรดากุฟฟารหรือบรรดาผู้ปฏิเสธผู้สงสัยในอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และการที่จะทำให้หัวใจของเรานั้นมีความมั่นใจ นั่นคือเป้าหมายที่มุอ์มินทุกคนต้องตั้งไว้ในอีหม่านของเขา

 

เมื่อมีความสงสัยเกิดขึ้น เขาก็ต้องพยายามมุ่งไปสู่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา พยายามที่จะแก้ไขปรับปรุงปัญหาที่เกิดขึ้นในอีหม่านของเขา ดังที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แนะนำสำหรับคนที่มีความสงสัยในอีหม่านของเขาให้อีหม่านของเขานั้นขึ้นอยู่กับคำพูดที่เขาได้ประกาศว่า “อามันตุบิลลาฮฺ - ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺ”

ในหะดีษบทหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

يَأْتِي الشَّيْطَانُ أَحَدَكُمْ فَيَقُولُ : مَنْ خَلَقَ هَذَا وَمَنْ خَلَقَ هَذَا حَتَّى يَقُولَ : مَنْ خَلَقَ الله؟ فإذا وجد ذلك فلبقل : آمنت بالله
“ชัยฏอนมารร้ายจะมาหาคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าและถามเขาว่าใครเป็นผู้สร้างสิ่งเหล่านี้ ใครเป็นผู้สร้างสิ่งเหล่านั้น จนกระทั่งถามเขาว่าใครเป็นผู้สร้างอัลลอฮฺ?”

นั่นคือความเลวร้ายของชัยฏอนมารร้ายที่ต้องการสร้างความสงสัย ความอึดอัด ความไม่มั่นใจ ความไม่มั่นคงในอีหม่าน ต้องการทำลายอีหม่านของเรา นั่นคือเป้าหมายของชัยฏอนมารร้าย ต้องการให้อีหม่านของเราสิ้นสุดไป ถูกทำลายไป ต้องการถล่มอีหม่านของเรา จะมาถามเรา จะสร้างความสงสัย เริ่มจากคำถามปกติธรรมดาว่าใครเป็นผู้สร้างสิ่งเหล่านั้น เราก็จะตอบ จนสุดท้ายเขาก็จะถามว่า อัลลอฮฺล่ะใครสร้าง?

มีคนจำนวนมากที่จะประสบกับคำถามเหล่านี้เนื่องจากติดตามหรือหลงลืมไปตามชัยฏอน พยายามไม่อยู่ในอีหม่านที่มั่นคงที่ต้องมี เพราะฉะนั้นการที่จะมีความสงสัยในทุกครั้งที่มีคำถามจากชัยฏอนเช่นนี้ ท่านนบีก็แนะนำให้เรามุ่งสู่อีหม่านที่มั่นคง นั่นคือความเชื่อที่เราได้สัญญามั่นไว้แล้วกับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ด้วยคำประกาศว่าเราศรัทธาในอัลลอฮฺแล้ว การที่เราจะกล่าวว่าเราศรัทธาในอัลลอฮฺแล้วนั้นเป็นการประกาศต่อชัยฏอนมารร้ายว่าความเชื่อของเรานั้นเป็นความเชื่อที่มั่นคงโดยที่สิ่งที่จะทำให้เราสงสัยที่มาจากชัยฏอนมารร้ายนั้นไม่สามารถที่จะทำลายการประกาศว่าเราเป็นมุอ์มินต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา

เปรียบเสมือนคนหนึ่งที่กำลังมองดวงอาทิตย์แล้วมีคนหนึ่งมากระซิบกระซาบว่านี่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์นะแต่เป็นเพียงดวงไฟเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นดาวหรือดวงจันทร์ สร้างความสงสัยอยากจะให้เราหลีกเลี่ยงจากความชัดแจ้งที่เราประสบอยู่ขณะที่เรามองดวงอาทิตย์ด้วยดวงตาของเรา การที่เรามีความมั่นใจว่าสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่คือดวงอาทิตย์นั้น คือความมั่นใจ ความมั่นคง ความเชื่อมั่นที่เราเรียกกันว่ายะกีน หรือที่บ้านเราเรียกเป็นสำเนียงว่ายะเก็น ซึ่งความเชื่อมั่นนั้นไม่มีสิ่งที่จะมาทำลาย ถล่มหรือสร้างความสงสัยให้เราขยับตัวจากความเชื่อมั่นเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีคนมากระซิบกระซาบว่านี่คือดวงจันทร์ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ เราก็จะไม่เชื่อและจะตอบว่า นี่ไงเรากำลังเห็นว่านี่คือดวงอาทิตย์ คุณจะมาเถียงได้ยังไง?

นั่นคือการเปรียบเทียบที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แนะนำให้เราปฏิบัติ ชัยฏอนจะมากระซิบกระซาบว่าใครเป็นผู้สร้างอัลลอฮฺ ท่านนบีบอกว่าอย่าตอบ อย่าสนใจ แต่ให้กล่าวว่า “ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺ”

เพราะอะไร? เพราะการที่เราประกาศแล้วว่า “ฉันเป็นผู้ศรัทธา เป็นมุอ์มิน เป็นผู้อีหม่านต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา” นั่นคือความเชื่อที่มั่นคงแล้วสำหรับฉัน และไม่มีสิ่งใดจะทำให้ฉันสงสัยต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตราบใดที่ฉันตอบชัยฏอนว่าใครเป็นผู้สร้างอัลลอฮฺแล้ว แน่นอนชัยฏอนก็จะถามอีกครั้งหนึ่งว่าใครสร้างอัลลอฮฺ และจะถามต่อว่าใครเป็นผู้สร้างของผู้ที่สร้างอัลลอฮฺ ซึ่งคำถามที่จะมาต่อไปนั้นจะไม่สิ้นสุด ไม่หมด ไม่จบ อุละมาอ์เรียกว่าเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบหรือเป็นคำถามที่มีความต่อเนื่อง แต่ในเมื่อคำถามนี้ถูกตัดด้วยอีหม่านที่มั่นใจ ด้วยความเชื่อมั่นในอัลลอฮฺนั้น ชัยฏอนก็จะหนีไป จะหันห่างจากผู้ที่มีอีหม่านที่มั่นคงเพราะเห็นว่าเป็นซอยตันแล้ว เป็นวิถีทางที่ใช้ไม่ได้กับคนที่มีอีหม่านที่มั่นคง เมื่อถามเขาว่าใครเป็นผู้สร้างอัลลอฮฺ เขาก็จะตอบทันทีว่า “ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺ”

พี่น้องครับ ความสงสัยที่ชัยฏอนจะกระซิบกระซาบในหัวใจของเรานั้นมากมาย บางคนจะสงสัยต่ออัลกุรอาน บางคนสงสัยต่อท่านนบี หรือความสงสัยต่อบางบทบัญญัติในศาสนาอิสลาม ความสงสัยต่อสรพพสิ่งต่างๆ ที่อัลลอฮฺทรงสร้างในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกประเด็นที่มั่นจะเกิดขึ้นจากการกระซิบกระซาบของชัยฏอนนั้นมีวิถีทางเดียวก็คือการที่เรายึดมั่นในยะกีน ความเชื่อมั่นศรัทธา ที่หมายความว่าเชื่ออย่างมั่นคง ไม่มีความสงสัย ดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า

“นั่นคือคัมภีร์ที่ไม่มีความสงสัยในนั้น”

ทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากพระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นสิ่งที่แน่นอนมั่นคงไม่มีความสงสัยประการใดทั้งสิ้น และนั่นคืออีหม่านที่เราต้องพยายามสะสมอย่างต่อเนื่องครับ อีหม่านที่มั่นคง มียะกีน มีความมั่นใจ และนั่นคืออีหม่านที่จะทำให้เรายืนหยัดตลอดชีวิตจนถึงก่อนวันเสียชีวิตเราจะสามารถประกาศให้แก่ประชาคมโลกทั้งปวงว่า

“ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ - ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา”


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 40, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮ

 

หัวใจที่มีความเชื่อมั่น (ยะกีน)