ซูเราะฮฺอัลอะอฺลา อายะฮฺ 7 : “เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เปิดเผยและสิ่งที่ซ่อนเร้น

Submitted by dp6admin on Wed, 19/06/2013 - 11:37
إِلَّا مَا شَاءَ اللَّـهُ ۚ إِنَّهُ يَعْلَمُ الْجَهْرَ وَمَا يَخْفَىٰ  / 
“เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เปิดเผยและสิ่งที่ซ่อนเร้น” (อัลอะอฺลา 7)
 
แท้จริงพระองค์ทรงรู้สิ่งที่เปิดเผยและสิ่งที่เร้นลับ พระองค์ทรงรู้ทุกอย่างที่เปิดเผยและปกปิด นี่คือความรู้ที่กว้างขวางของอัลลอฮฺ   ซึ่งมิติของความรู้ของพระองค์อยู่เหนือมิติแห่งความรู้ที่มนุษย์มีอยู่ เราสามารถกล่าวว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกปกปิด นั่นคือไม่มีใครรู้ แต่มันมีสิ่งที่ถูกปกปิดมากกว่าสิ่งที่ถูกปกปิด เป็นสิ่งที่อาจไม่มีใครคาดถึงในมิติของมนุษย์ แต่อัลลอฮฺทรงรู้
 
 ﴿ وَإِن تَجْهَرْ بِالْقَوْلِ فَإِنَّهُ يَعْلَمُ السِّرَّ وَأَخْفَى ﴾
ความว่า “และหากว่าเจ้ากล่าวเสียงดัง  เพราะแท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับและสิ่งซ่อนเร้น”  (ซูเราะฮฺฏอฮา อายะฮฺ 7)
 
ตั้งแต่อดีตกาล ไม่มีใครที่สามารถรู้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส แต่ปัจจุบันมันกลับเป็นข้อมูลที่ถูกเปิดเผยได้ด้วยอุปกรณ์ต่างๆ นี่คือความสามารถของมนุษย์ที่สามารถทำให้สิ่งที่เคยเป็นความลับหรือเร้นลับถูกเปิดเผยเป็นความรู้ได้ ถึงกระนั้นก็ยังมีสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถรู้ได้ แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สามารถล่วงรู้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างไร อาทิ กติกาของจักรวาลนี้ สิ่งที่อยู่ในร่างกายของเรา กฎธรรมชาติต่างๆ ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรางสร้างไว้นั้น นักวิทยาศาสตร์อาจจะรู้ว่ามีกระบวนการทำงานอย่างไร แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าอะไรที่ทำให้ทุกสิ่งอย่างเป็นเช่นนั้น ซึ่งกติกานี้ก็ยังคงเป็นความลับที่อัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงรู้
 
เมื่อเราเชื่อในความสามารถของอัลลอฮฺ  ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  แบบนี้ มนุษย์ก็ต้องเชื่อว่าทางนำนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ   อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ พระองค์เท่านั้นที่ทรงประสงค์จะให้ทางนำแก่เรา หากเราเชื่อว่าองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ที่สุดนั้นอยู่ที่อัลลอฮฺ  ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  เราก็จะไม่หลงกับใครที่มีความรู้มาก ความสามารถสูง หรือใครที่แสดงถึงความกว้างขวางของความรู้ของเขาเอง เพราะเราเชื่อมั่นว่าความรู้ที่แท้จริงนั้นอยู่กับอัลลอฮฺ   พระองค์ทรงรู้ และนี่คือเหตุผลที่อุละมาอฺกล่าวว่า “ผู้รู้ย่อมมีสัจธรรม  ตราบใดที่เขายังได้อ้างอิงถึงอัลกุรอาน” เพราะเป็นความรู้ที่ไม่จำกัดและกว้างขวางที่สุด เป็นสัจธรรมตลอดไป ถ้าหากอ้างอิงอัลกุรอานและหะดีษนั่นแสดงว่าเขาได้ยึดในสัจธรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือข้อจำกัดในความรู้ของมนุษย์ ซึ่งเป็นทำนองเดียวกันกับในซูเราะฮฺนี้ที่ได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับทางนำ สัจธรรมที่เราแสวงหาว่ามันจะปรากฏที่ไหน กับใคร และเราต้องมุ่งมั่นแสวงหาความจริงเหล่านี้อย่างไร?
 
 

เรียบเรียงจาก การอรรถาธิบายความหมายอัลกุรอาน (ตัฟซีร) ในซูเราะฮฺอัลอะอฺลา โดยชัยคฺริฎอ อะหฺมัด สมะดี