ซูเราะฮฺอัลอะอฺลา อายะฮฺ 1 "จงแซ่ซ้องสดุดี พระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงสูงสุดยิ่ง"

Submitted by dp6admin on Wed, 27/03/2013 - 18:12
เนื้อหา

ซูเราะฮฺนี้ถือว่าเป็นซูเราะฮฺเดียวในอัลกุรอานที่เริ่มต้นด้วยคำว่า  “سَبِّحِ“ ซึ่งเป็นคำสั่งให้สรรเสริญสดุดีต่ออัลลอฮฺ   แม้ว่าคำนี้มีปรากฏในอายะฮฺอื่นๆในอัลกุรอานอีกเป็นจำนวนมาก แต่มิได้ขึ้นต้นเป็นอายะฮฺแรกของซูเราะฮฺเช่นซูเราะฮฺนี้

سَبِّحِ اسْمَرَبِّكَا لْأَعْلَى

“จงแซ่ซ้องสดุดี พระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงสูงสุดยิ่ง”

 

 

การเริ่มต้นของซูเราะฮฺนี้แตกต่างจากซูเราะฮฺอื่นๆ กล่าวคือซูเราะฮฺอื่นๆที่เริ่มต้นด้วยสำนวนคล้ายๆกันนี้ ในเชิงความหมายเพื่อสรรเสริญ สดุดี และเทอดเกียรติแด่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้น จะเป็นคำที่อยู่ในรูปของกริยา มิใช่รูปของคำสั่ง เช่น ซูเราะฮฺอัลอิสรออฺ หรืออัลกะฮฺฟ ซึ่งการสรรเสริญเป็นกริยาหรือการกล่าวถึงสิทธิของอัลลอฮฺในการที่บ่าวจะต้องสดุดีสรรเสริญพระองค์ แต่ในซูเราะฮฺนี้ถือว่าเป็นซูเราะฮฺเดียวในอัลกุรอานที่เริ่มต้นด้วยคำว่า  “سَبِّحِ“ ซึ่งเป็นคำสั่งให้สรรเสริญสดุดีต่ออัลลอฮฺ   แม้ว่าคำนี้มีปรากฏในอายะฮฺอื่นๆในอัลกุรอานอีกเป็นจำนวนมาก แต่มิได้ขึ้นต้นเป็นอายะฮฺแรกของซูเราะฮฺเช่นซูเราะฮฺนี้

การสั่งให้สดุดีต่ออัลลอฮฺที่ปรากฏในต้นอายะฮฺนี้ เป็นการสื่อความหมายในเรื่องทางนำว่า จะต้องเริ่มต้นด้วยการสักการะ การอิบาดะฮฺอย่างดีต่ออัลลอฮฺ   เพราะการที่บ่าวต้องการฮิดายะฮฺนั้นต้องเริ่มต้นที่ตัวบ่าวเอง หากมนุษย์รู้จักพระเจ้า ยอมรับพระเจ้า สรรเสริญและสดุดีต่อพระเจ้า ย่อมเป็นหนทางที่ใกล้ชิดและรวดเร็วที่สุดที่จะนำพาไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง หากยังไม่ได้รับสัจธรรมก็ย่อมเป็นการยากลำบากสำหรับมนุษย์ที่จะไตร่ตรอง พิจารณาค้นหาเอง หากว่ามนุษย์มีความอิคลาศ (บริสุทธิ์ใจ)ในการแสวงหาสัจธรรมของอัลลอฮฺ   พระองค์ให้ความช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักอัลลอฮฺเลย แต่อยากรู้จักสัจธรรมของพระองค์ด้วยความบริสุทธิ์ใจในการแสวงหาสัจธรรมก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก เพราะต้องใช้ดุลพินิจ ประสบการณ์ ความรู้ และอีกหลายประการ เพื่อให้เขาค้นพบสัจธรรมของพระองค์ทั้งๆที่ไม่รู้จักพระองค์ การที่อัลลอฮฺจะประทานความช่วยเหลือ ก็ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ในการแสวงหาสัจธรรมว่ามีหรือไม่ แต่สำหรับผู้ที่รู้จักอัลลอฮฺแล้ว และยอมรับในพระเจ้าแล้ว ทางนำก็จะอาจจะรวดเร็วกว่า

อาจมีผู้สงสัยว่าผู้ที่ได้รับทางนำแล้ว ศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว และรู้จักอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แล้ว ถือว่ามีฮิดายะฮฺแล้ว แต่เพราะเหตุใดพวกเขายังคงวอนขอฮิดายะฮฺอย่างต่อเนื่อง? 

คำตอบคือ ทางนำที่อัลลอฮฺจะให้กับเรานั้นมีหลายตำแหน่ง หลายสถานะ และหลายระดับขั้น  

  • ฮิดายะฮฺอามมะฮฺ (هدايةعامة - ทางนำทั่วไป) คือ ทางนำที่ทุกคนสามารถประสบได้ ซึ่งหมายรวมถึงทางนำที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของศาสนา เช่นทางนำแก่เหล่าเดรัจฉาน พวกมันจะไม่สามารถทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ในการดำรงชีวิต เว้นแต่จะได้รับการนำทางจากอัลลอฮฺ   เช่น การที่อัลลอฮฺ  ทรงสอนผึ้ง สอนนกให้หาอาหารแล้วนำมาป้อนลูก สอนเดรัจฉานต่างๆ ให้ดำรงชีวิตตามความเหมาะสมของแต่ละตัว แต่ละชนิด สอนให้ทารกที่ถูกคลอดจากมดลูกของมารดานั้น สามารถดูดนมจากอกมารดาได้เลย โดยที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมจากใครทั้งสิ้น เหล่านี้ถือเป็นทางนำทั่วไปซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนา 
  • ส่วน ฮิดายะฮฺคอศเศาะฮฺ (هدايةخاصة-ทางนำเฉพาะ) มีหลายระดับ บางระดับเหมือนกัน แต่บางระดับต่างกัน และจะมีบางระดับที่คนบางคนเท่านั้นจะประสบ แต่ทุกระดับของฮิดายะฮฺเป็นรางวัลที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะประทานให้ตามพระประสงค์ของพระองค์ เช่น ฮิดายะฮฺที่นบี บรรดาเราะซูล เศาะฮาบะฮฺ คนศอลิหฺได้รับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้บรรลุจุดนี้ แต่ละคนจะมีคุณสมบัติพิเศษเพื่อให้เขาได้มีสิทธิในการรับฮิดายะฮฺที่แตกต่างจากคนอื่น

 

การเริ่มต้นด้วยสำนวนนี้ สื่อให้เข้าใจว่าการสรรเสริญสดุดี การอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  ย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะได้รับฮิดายะฮฺ และเป็นข้อสังเกตที่ลึกซึ้งมาก เห็นได้ว่า เมื่อซูเราะฮฺนี้ถูกประทานลงมาว่า “سَبِّحِ اسْمَ رَبِّكَ الْأَعْلَى” ท่านนบี   ได้เรียกบรรดาสาวกมาและกล่าวว่า

 “اجعلواها في سجودكم”

(จงใช้อายะฮฺนี้ในการสรรเสริญอัลลอฮฺขณะสุญูด) 

 

อันเป็นที่มาของสำนวน “سبحان ربي الأعلى”

(ซุบฮานะร็อบบิยัลอะอฺลา  :  มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้าของฉันผู้ทรงสูงส่ง)

และท่านนบี   ยังได้กล่าวว่า

اقرب ما يكون العبد من ربه وهو ساجد فأكثِروا

(บ่าวของอัลลอฮฺย่อมอยู่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺมากที่สุดขณะที่เขาสุญูด ดังนั้นจงวิงวอนขอให้มาก)

 

และการที่กล่าวสรรเสริญด้วยประโยคนี้ ซึ่งเป็นบทเริ่มต้นกล่าวถึงเรื่องฮิดายะฮฺ แสดงว่าฮิดายะฮฺที่เราจะได้จากการกล่าว سبحان ربي الأعلى (ซุบฮานะร็อบบิยัลอะอฺลา) ในขณะสุญูดย่อมเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้รับฮิดายะฮฺซึ่งเราสามารถแสวงหาได้ ในบางครั้งเมื่อท่านนบี   ได้อ่านอายะฮฺนี้ ท่านก็จะหยุดและกล่าว سبحان ربي الأعلى (ซุบฮานะร็อบบิยัลอะอฺลา) ซึ่งสำนวนนี้สามารถกล่าวได้ทั้งในใจหรือกล่าวออกมาเบาๆ เมื่อบ่าวคนหนึ่งตอบรับคำสั่งของอัลลอฮฺ   ผู้ทรงสูงส่งที่สุดในอายะฮฺนี้ เป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความตกต่ำของบ่าวและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า หนทางแห่งฮิดายะฮฺจะอยู่ระหว่างสองตำแหน่งนี้ แม้บ่าวจะอยู่ในสภาพที่ตกต่ำและอัลลอฮฺอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งที่สุด แต่เนื่องด้วยการสดุดีการอิบาดะฮฺต่อพระองค์ และการแสวงหาสัจธรรม ทำให้บ่าวได้ใกล้ชิดพระองค์มากที่สุด จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในขณะที่บ่าวสุญูดนั้นอวัยวะต่างๆจะอยู่ในสภาพที่ต่ำที่สุด พร้อมกับกล่าวคำสดุดีอัลลอฮฺว่าพระองค์คือผู้ทรงบริสุทธิ์และผู้ทรงสูงส่งที่สุด สภาพที่ประจักษ์นี้ คือสิ่งที่ท่านนบี  ได้กล่าวว่า บ่าวนั้นได้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺที่สุดแล้ว  นั่นแสดงว่าความใกล้ไกลระหว่างบ่าวผู้ต้อยต่ำกับอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่ง หนทางแห่งฮิดายะฮฺและการสื่อสารระหว่างกันนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะห่างหรือสถานที่แต่อย่างใด หากแต่ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ใจและการปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน

 

หลังจากที่ซูเราะฮฺนี้ได้เริ่มต้นด้วยอายะฮฺเชิงคำสั่งให้สรรเสริญสดุดีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูเราะฮฺนี้ และเป็นนัยยะที่บ่งบอกว่าการอิบาดะฮฺ การสรรเสริญอัลลอฮฺนั้น เป็นการริเริ่มและเรียกร้องให้เกิดขึ้นซึ่งทางนำที่เราทุกคนต้องการ และนั่นคือเหตุผลเดียวที่ท่านนบี   ได้ส่งเสริมให้ผู้ที่จะขอดุอาอฺทั้งหลาย เริ่มด้วยการสรรเสริญอัลลอฮฺ   และเศาะละวาต(การประสาทพร) ต่อท่านนบี   จากนั้นจึงจะขอดุอาอฺและจบด้วยการสรรเสริญสดุดีและการเศาะละวาตเช่นเดียวกัน อุละมาอฺได้อธิบายเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การสรรเสริญอัลลอฮฺ   และการเศาะละวาตต่อท่านนบี   ก่อนและหลังดุอาอฺนั้น เป็นส่วนสำคัญที่พระองค์จะตอบรับดุอาอฺนั้นและเป็นมารยาทในการขอดุอาอฺ

 

เมื่อเราได้สรรเสริญอัลลอฮฺ   และรำลึกถึงพระองค์(ซิกรุลลอฮฺ)แล้ว หนทางแห่งทางนำก็จะมายังเราด้วยการอนุมัติของพระองค์  ดังที่เศาะฮาบะฮฺได้รายงานประวัติของท่านนบี   ว่า เมื่อท่านนบี   ประสบปัญหาใดก็ตาม ท่านจะรีบเร่งไปสู่การละหมาด เพราะในการละหมาดจะมีการสรรเสริญสดุดีต่ออัลลอฮฺ   ซึ่งจะส่งผลให้ท่านนบีเกิดความสงบใจ และจะได้รับหนทาง(จากอัลลอฮฺ)ในการแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้น แสดงว่าการละหมาดที่มีการสรรเสริญสดุดีต่ออัลลอฮฺนั้น จะทำให้มนุษย์สามารถประสบความสำเร็จในการบริหารเวลาและชีวิต การเริ่มต้นซูเราะฮฺด้วยคำสั่งให้สรรเสริญอัลลอฮฺ   นี้เสมือนเป็นเงื่อนไขว่า ถ้าอยากได้รับฮิดายะฮฺ ก็จงขยันในการสรรเสริญสดุดีอัลลอฮฺ   และการรำลึกถึงพระองค์ เพราะแท้จริงการสรรเสริญและการรำลึกถึงพระองค์นั้นเสมือนประตูที่ทำให้ผู้ปฏิบัติมีศักยภาพและความสามารถที่มากกว่าผู้อื่น ในการเข้าใจเหตุและผลของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ รวมถึงบททดสอบและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตที่อาจไม่มีคำตอบหรือเหตุผลในเชิงสติปัญญา แต่การสรรเสริญสดุดีและการรำลึกถึงอัลลอฮฺ   จะทำให้สติปัญญาของผู้ที่หมั่นปฏิบัตินั้นได้ขยายความสามารถในการวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้

 

เรียบเรียงจาก การอรรถาธิบายความหมายอัลกุรอาน (ตัฟซีร) ในซูเราะฮฺอัลอะอฺลา โดยชัยคฺริฎอ อะหฺมัด สมะดี