ซุนนะฮฺในวันอีด 1

Submitted by dp6admin on Sun, 15/11/2009 - 15:55
เนื้อหา

ซุนนะฮฺในวันอีด
1. ให้แต่งกายอย่างสวยงาม
2. อาบน้ำซุนนะฮฺ
3. ห้ามถือศีลอดในวันอีด
4. สำหรับอีดุ้ลฟิฏร ให้รีบทานอาหารก่อนไปละหมาด
5. ละหมาดอีด 
6. ละหมาดอีดที่มุศ็อลลา
7. ให้เดินไปสู่มุศ็อลลา
8. ให้สลับเปลี่ยนทางเดินขาไปและขากลับจากมุศ็อลลา
9. กล่าวตักบีรมากๆ
10. สำนวนตักบีร "อัลลอฮุอักบะรุลลอฮุอักบัร (อัลลอฮฺทรงเกรียงไกร) ลาอิลาหะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุอักบัร
11. การให้พรแก่พี่น้อง 
12. การเชือดกุรบาน(อุฎหิยะฮฺ)  

 

เรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
เรื่อง ซุนนะฮฺในวันอีด
 

วันสำคัญของประชาชาติอิสลามตามที่อัลกุรอานระบุและท่านนบีสั่งสอนไว้มีสองวันคือ อีดุ้ลฟิฏรฺและอีดุ้ลอัฎฮา ด้วยพระกำหนดของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตอาลา ดังที่มีหะดีษบันทึกโดยอิมามอันนะซาอียฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้อพยพจากมักกะฮฺไปมะดีนะฮฺ และได้พบว่าชาวมะดีนะฮฺฉลองอีด 2 วันซึ่งเป็นวันฉลองของชาวอาหรับโบราณ ท่านนบี  จึงได้ตั้งกฎระเบียบสำหรับเรื่องการฉลองของมุสลิม โดยท่านนบี ได้กล่าวว่า

قال أنس -رضي الله عنه-: قدم النبي صلى الله عليه وسلم المدينة، ولهم يومان يلعبون فيهما، فقال: (قد أبدلكم الله بهما خيرًا منهما: يوم الفطر، ويوم الأضحى . النسائي

ความหมาย "อัลลอฮฺทรงเปลี่ยนสองวันนี้(ที่พวกท่านกำลังฉลองอยู่ตามประเพณีอาหรับโบราณ) ด้วยสองวันอันประเสริฐยิ่งกว่า คือ วันอีดิ้ลฟิฏรฺ และวันอีดิ้ลอัฎฮา"

อุละมาอฺได้ตีความสำนวนหะดีษที่ว่า "อัลลอฮฺได้เปลี่ยนให้แก่พวกเจ้า" แสดงว่าการเปลี่ยนสองวันนี้เป็นการกำหนดของอัลลอฮฺ ที่ต้องเคารพและให้เกียรติ เพราะฉะนั้นถ้ามุสลิมให้ความสำคัญหรือเชื่อว่าวันอื่นๆมีความประเสริฐกว่าสองวันนี้ ก็เสมือนว่าได้ปฏิเสธการกำหนดของอัลลอฮฺ ที่ต้องพูดเรื่องนี้เพราะมุสลิมสมัยนี้ได้รวมเอาเรื่องที่เป็นประเพณีปฏิบัติหรือค่านิยมของสังคมเข้ามามีความสำคัญในชีวิต เราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับหลักการอิสลาม

คำว่า "อีด" ไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการฉลองเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น หากแต่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา เมื่อมาพิจารณาในหลักการอิสลามก็พบว่าจริง เพราะในวันอีดก็จะต้องมีการละหมาดอีด ซึ่งมีความสำคัญมาก แม้แต่คนที่ตลอดปีไม่ละหมาด อย่างน้อยก็ต้องมาละหมาดวันอีดทั้งสอง เมื่อพิจารณาในศาสนาอื่น เช่น วันคริสต์มาสของศาสนาคริสต์ก็มีข้อเกี่ยวพันกับศาสนาของเขา, วันสำคัญของศาสนาอื่นก็ไม่นำศาสนาอิสลามไปปะปนกับเขา เราก็ต้องตระหนักว่าวันสำคัญในความเชื่อของมุสลิมนั้นเป็นเรื่องของศาสนา และมีสองประการสำคัญที่เราต้องตระหนักและเคร่งครัดในการปฏิบัติ คือ

  • ประการแรก ไม่อนุญาตให้เฉลิมฉลองในวันฉลองของศาสนาอื่นที่มิใช่อิสลาม อันเป็นมติเอกฉันท์ของอุละมาอฺทั้งหลาย ซึ่งขั้นต่ำที่สุดของหุกุ่มแห่งการฉลองวันสำคัญของศาสนาอื่นก็คือหะรอม ถือเป็นกะบีเราะฮฺ(บาปใหญ่) อุละมาอฺบางท่านมีทัศนะว่าอาจเป็นการปฏิเสธ(กุฟรฺ)ด้วย เช่น งานฉลองบางงานมีการสวดหรือทำพิธีทางศาสนาอื่น เราก็ไปร่วมอยู่ด้วย ทั้งๆที่อัลกุรอานบอกว่าไม่ให้อยู่ร่วมในสถานที่ๆมีการปฏิเสธหลักการของอัลลอฮฺ แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับเขา แต่เราไปร่วมก็แสดงว่าให้ความสำคัญ
  • ประการที่สอง มุสลิมจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้เกียรติและให้ความสำคัญกับวันอีดที่อัลลอฮฺได้บัญญัติไว้ ในซูเราะฮฺอัลฮัจญฺ อายะฮฺที่ 32 อัลลอฮฺตรัสว่า

ذَلِكَ وَمَن يُعَظِّمْ شَعَائِرَ اللَّهِ فَإِنَّهَا مِن تَقْوَى الْقُلُوبِ

ความหมาย "เช่นนั้นแหละ ใครที่ให้เกียรติ(ให้ความยิ่งใหญ่ความสำคัญ)บทบัญญัติของอัลลอฮฺ(การฉลองอีด ทำกุรบาน ประกอบพิธีฮัจญฺ)นั้น นั่นแสดงถึงความยำเกรงที่อยู่ในหัวใจของเขา"

ในเมื่อวันอีดเป็นพิธีกรรมทางศาสนาก็ต้องมีสิ่งที่ต้องกระทำในวันนั้น เช่นเดียวกับวันศุกร์ที่มีข้อควรปฏิบัติเป็นพิเศษตามซุนนะฮฺของท่านนบีคือ อ่านซูเราะฮฺอัสสะญะดะในละหมาดซุบฮฺ, อ่านซูเราะฮฺกะหฟฺ, อาบน้ำซุนนะฮฺ, ให้มีคุฏบะฮฺ, ให้พบปะพี่น้อง, ให้ขยันขอดุอาอฺโดยเฉพาะในเวลาดุอาอฺมุสตะญาบ ซึ่งเราต้องศึกษาซุนนะฮฺของท่านนบี ในวันนั้นเพื่อที่จะปฏิบัติได้ถูกต้อง
 

ซุนนะฮฺในวันอีด ตามหลักฐานจากอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม คือ

1. ให้แต่งกายอย่างสวยงาม ใช้เสื้อผ้าที่พิเศษ ท่านนบี จะมีชุดพิเศษสำหรับวันศุกร์และสำหรับต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมท่าน ในบันทึกของท่านอิมามบุคอรียฺ ท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏ๊อบ ได้เห็นเสื้อผ้าชุดหนึ่งขายในตลาดก็ได้แนะนำท่านนบี ว่า  โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ซื้อตัวนี้สิครับ ท่านจะได้สวมเสื้อสวยๆในวันอีดและเมื่อมีแขกมาเยี่ยมท่าน -- จากหะดีษบทนี้แสดงว่าเป็นที่รู้กันในบรรดามุสลิมีนสมัยนั้นว่า ให้เตรียมชุดที่สวยงามไว้สำหรับวันอีด และท่านนบี ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

  • อิมามมาลิกบอกว่าฉันได้ยินว่าบรรดาผู้รู้จะแต่งตัวดีและใส่น้ำหอมในวันอีด
  • ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุอุมัร (เศาะฮาบะฮฺ) เมื่อถึงวันอีดจะเลือกเสื้อผ้าที่สวยที่สุดมาสวม
  • ถ้าไม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆ ก็ให้เลือกเสื้อผ้าที่ซักรีดอย่างดี เพื่อแสดงให้เห็นว่าการที่เราแต่งตัวดีกว่าวันอื่นเพราะเราให้ความสำคัญกับวันนี้
     

2. อาบน้ำซุนนะฮฺ - ในวันอีดไม่มีแบบอย่างจากท่านนบี ว่าได้กระทำ (ที่มีหลักฐานคือท่านนบีจะอาบน้ำซุนนะฮฺวันศุกร์) แต่มีหลักฐานจากการปฏิบัติของบรรดาเศาะฮาบะฮฺ เช่น ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุอุมัร และเป็นที่รู้กันของเศาะฮาบะฮฺส่วนมาก

3. ห้ามถือศีลอดในวันอีด - ถ้าถือศีลอดในวันนี้ถือว่าโมฆะและเป็นการทำสิ่งที่ชั่วร้าย มีหะดีษบันทึกโดยอิมามบุคอรียฺ ท่านนบี กล่าวว่า

«لا صوم في يومين: الفطر والأضحى » .

ความหมาย "ไม่มีการถือศีลอดในสองวัน : คืออีดุ้ลฟิฏรฺและอีดุ้ลอัฎฮา"

อิมามอันนะซาอียฺ กล่าวว่าอุละมาอฺมีมติเอกฉันท์ว่าการถือศีลอดในวันอีดนั้นห้ามโดยเด็ดขาด

4. การรับประทานอาหารก่อนละหมาดอีด - สำหรับอีดุ้ลฟิฏร ให้รีบทานอาหารก่อนไปละหมาด ส่วนอีดุ้ลอัฎฮา รอจนละหมาดอีดเสร็จแล้ว จึงรับประทานเนื้อกุรบานก่อน

في صحيح البخاري ، عَنْ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ رضي الله عنه قَالَ
: " كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لَا يَغْدُو يَوْمَ الْفِطْرِ حَتَّى يَأْكُلَ تَمَرَاتٍ" .

ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรียฺ รายงานจากท่านอนัส อิบนุมาลิก ว่า "ท่านนบี จะไม่ออกไปในวันอีดิ้ลฟิฏรฺ จนกว่าจะได้รับประทานอินทผลัมหลายเม็ด (โดยจะรับประทานเป็นจำนวนคี่ (3/5/7 เม็ด))"

فعن بريدة -رضي الله عنه- قال: كان النبي صلى الله عليه وسلم لا يخرج يوم الفطر حتى يَطعم،
ولا يطعم يوم الأضحى حتى يصلي .الترمذي.

และในบันทึกของอิมามอัตติรมิซียฺ เชคอัลบานียฺว่าเศาะฮี้ฮฺ จากรายงานของท่านบุร็อยดะฮฺว่า "ท่านนบี จะไม่ออกไปในวันอีดุ้ลฟิฏรฺจนกว่าจะได้รับประทานอาหาร และท่านจะไม่กินอะไรเลยในวันอีดิ้ลอัฎฮา จนกว่าจะละหมาด(จึงจะรับประทานอาหาร(เนื้อกุรบาน))"
 

ซุนนะฮฺในวันอีด 1