ละหมาดอย่างมีคุชูอฺ

Submitted by dp6admin on Mon, 25/05/2020 - 21:40
เนื้อหา

ข้อปฏิบัติ 6 ประการที่จะทำให้มีคุชูอฺในละหมาด

อาบน้ำละหมาด

คุชัวอฺ เริ่มจาก การอาบน้ำละหมาด อัลลอฮฺตะอาลาสั่งให้อาบน้ำละหมาดทำความสะอาดอวัยวะต่าง ๆ และเราต้องรำลึกถึงการทำความสะอาดหัวใจด้วย ท่านนบีกล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮฺตะอาลาจะไม่มองอวัยวะ (รูปร่าง) ของมนุษย์ แต่อัลลอฮฺตะอาลาจะมองที่หัวใจ" ล้างมือ ล้างหน้า แต่ไม่ได้ทำความสะอาดหัวใจ จะละหมาดได้อย่างไร ? เข้าละหมาดโดยที่ร่างกายสะอาด แต่หัวใจยังสกปรกอยู่ คือ ยังโกรธมุสลิม มีกุฟรฺ มีชิรกฺ มีความผิด ไม่ชอบเตาบะฮฺ มาละหมาดแบบขี้เกียจ ทำเป็นประเพณี -- ก็ไม่มีทางที่จะได้คุชัวอฺ
 
ขณะอาบน้ำละหมาด  ต้องรำลึกถึงความสะอาดของหัวใจ ให้ล้างหัวใจก่อนจะล้างมือล้างหน้า  และรำลึกถึงเวลาที่จะถูกอาบน้ำ กะฝั่น เข้าหลุม เพราะเป็นการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปพบอัลลอฮฺตะอาลาเช่นเดียวกัน -- การรำลึกถึงความตายวันละ 5 เวลา ทำให้เรารำลึกถึงการคิดบัญชี และเตรียมตัวที่จะพบกับการคิดบัญชีด้วยการรีบทำความดี  
 

การอะซาน

- เป็นการประกาศเข้าเวลาละหมาด อัลลอฮฺตะอาลาเรียกเราไปพบพระองค์
- รำลึกถึงการเป่าสังข์ เป็นสัญญาณวันกิยามะฮฺ อิสรอฟีลเป่าสังข์ครั้งแรกมนุษย์จะตายหมด เป่าครั้งที่ 2 มนุษย์จะฟื้นขึ้นมา ทุกครั้งที่ได้ยินอะซาน ต้องนึกถึงวันกิยามะฮฺ
 

การละหมาด
 

ข้อปฏิบัติ 6 ประการที่จะทำให้มีคุชูอฺในละหมาด
 
salat2.jpg 1- ปิดบังเอาเราะฮฺจากมนุษย์ทั้งหลาย -- แต่เราต้องรำลึกว่าเราจะปิดบังเอาเราะฮฺ (คือสิ่งที่ไม่อยากให้ใครเห็น รวมทั้ง ความผิด ความชั่วที่เราทำไว้ด้วย) จากอัลลอฮฺตะอาลาไม่ได้ นอกจากจะเตาบัต (กลับเนื้อกลับตัว)....นี่คือ ความละอายต่ออัลลอฮฺตะอาลา ความยำเกรงต่อพระองค์
 
2- เหนียตว่าจะไปเยี่ยมอัลลอฮฺตะอาลา เพราะมัสยิดเป็นบ้านของอัลลอฮฺตะอาลา...ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "เป็นสิทธิของผู้มาเยี่ยม ที่จะได้รับการให้เกียรติจากผู้ที่เราไปเยี่ยม" เราไปเยี่ยมอัลลอฮฺตะอาลาที่มัสยิด อัลลอฮฺตะอาลาก็จะให้เกียรติ ให้ผลบุญแก่เรา เช่นผลบุญของการเดินไปละหมาดวันศุกร์ -- "ใครที่อาบน้ำอย่างดี (พิถีพิถัน) ไปมัสยิดแต่เนิ่น ๆ ใส่น้ำหอม เดินไปมัสยิด นั่งใกล้คอฏีบ ไม่คุย ฟังอย่างมีคุชัวอฺ ก็จะได้ผลบุญทุกก้าวที่เดินไปมัสยิด แต่ละก้าวได้ผลบุญเท่ากับการปฏิบัติอิบาดะฮฺอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ (รวมถึงการละหมาดตะฮัจยุด ถือศีลอด) 1 ปี" -- ทุกก้าวเดินไปละหมาดจะได้รับผลบุญ ซึ่งจะไปลบล้างความผิดที่เราทำไว้ ทุกคนมีความผิด มุสลิมต้องหาทางลบความผิด อัลลอฮฺตะอาลาเท่านั้นที่เป็นผู้ให้อภัย ลบล้างความผิดให้แก่เรา
 
3- เมื่อเข้ามัสยิด ให้ถอน "(ความรักใน)ดุนยา" ออก เหมือนกับถอดรองเท้า มีแต่อัลลอฮฺตะอาลา ไม่นึกถึงสิ่งอื่น
 
4- ผินหน้าสู่กิบละฮฺ -- ทำไมต้องผินหน้าไปยังกิบละฮฺ ? อัลลอฮฺตะอาลาไม่ได้อยากเห็นหน้าเรา แต่สิ่งที่เราต้องหันไปยังพระองค์คือ หัวใจ ต้องหันหัวใจไปยังอัลลอฮฺตะอาลา "วัจญะฮฺตุวัจฮิยะลิลลาซี ฟะฏ่อรอสสะมาวาติวัลอัรฎิ--ข้าพเจ้าผินหน้าสู่พระองค์ ผู้สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน"...ถ้าหันหน้าสู่กิบละฮฺ แต่ไม่มีคุชัวอฺ นึกถึงสิ่งอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการละหมาด จะนับว่าเขาผินหน้าสู่อัลลอฮฺตะอาลาหรือเปล่า?
 
5- กล่าว "อัลลอฮุอักบัร" เป็นคำขออนุญาตเพื่อเข้าพบอัลลอฮฺตะอาลา ด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่เท่าเทียมพระองค์ ใหญ่กว่าทรัพย์สินเงินทอง บ้าน ภรรยา ลูก ฯลฯ ถ้ากล่าว "อัลลอฮุอักบัร" แต่ยังนึกถึงสิ่งอื่น สิ่งอื่นยังใหญ่กว่าอัลลอฮฺตะอาลา ก็เป็นการพูดโกหก จะเข้าพบพระองค์ได้อย่างไร?
 
6- เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าพบแล้ว ต้องเชื่อมั่นว่าเราอยู่กับอัลลอฮฺตะอาลา กำลังอยู่ต่อหน้าพระองค์ พระองค์เห็นเรา กำลังมองเราอยู่ -- ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "เวลามุสลิมเข้าละหมาด อัลลอฮฺตะอาลาจะผินใบหน้าของพระองค์เพ่งมองไปยังใบหน้าของบ่าวพระองค์ในการละหมาดของเขา ตราบใดที่เขาไม่เหลียวซ้ายแลขวา" -- เป็นมารยาทการพูดคุย เมื่อมีคนพูดเราต้องฟังและมองเขา ถ้าเขาพูดกับเรา แต่เราไปมองที่อื่น เป็นการไม่ให้เกียรติเขา การละหมาดก็เช่นเดียวกัน เรากำลังคุยกับอัลลอฮฺตะอาลา ก็ต้องให้ความสนใจพระองค์...อิมามกะอบฺ อิบนิอับดิลลาฮฺ ซึ่งเป็นตาบิอีนกล่าวว่า "ให้อ่านกุรอานเหมือนกับเขากำลังคุยกับอัลลอฮฺตะอาลา (เพราะอัลกุรอานเป็นคำกล่าวของพระองค์)"
 

การอ่าน "อัลฟาติฮะฮฺ"

จากหะดีษกุดซีย์ อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า  "พระองค์ได้แบ่งการละหมาดเป็น 2 ส่วน และสิ่งที่บ่าวของอัลลอฮฺตะอาลาขอ พระองค์ก็จะให้เขา...
หากว่าบ่าวกล่าว "อัลฮัมดุลิลลาฮิร็อบบิลอาละมีน" อัลลอฮฺตะอาลาจะตอบว่า "บ่าวของฉันได้สรรเสริญฉัน" 
เมื่อบ่าวกล่าว "อัรเราะฮฺมานิรเราะฮีม" อัลลอฮฺจะตอบว่า "บ่าวของฉันกล่าวถึงฉันด้วยลักษณะที่ดี (สรรเสริญฉัน)" 
เมื่อบ่าวกล่าว "มาลิกิเยาวฺมิดดีน" อัลลอฮฺจะตอบว่า "บ่าวของฉันสรรเสริญฉัน"
เมื่อบ่าวกล่าว "อียากะนะอฺบุดุ วะอียากะนัสตะอีน" อัลลอฮฺจะตอบว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างบ่าวของฉันกับฉัน สิ่งที่บ่าวของฉันขอฉันจะให้เขา"
เมื่อบ่าวกล่าว "อิหฺดินัศศิรอฏอลมุสตะกีม-ขอพระองค์โปรดให้ฉันอยู่ในแนวทางฮิดายะฮฺของพระองค์" "ศิรอฏอลละซีนะอันอัมตะอะลัยฮิม-คือทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานพวกเขามาแล้ว" "ฆ็อยริลมัฆฎูบิอะลัยฮิมวะลัฎฎอลลีน-ไม่ใช่ทางของผู้ถูกกริ้ว (ยิว) และผู้หลงผิด (คริสต์)" อัลลอฮฺจะตอบว่า "นั่นเป็นสิ่งที่บ่าวของฉันขอมา และฉันจะให้ในสิ่งที่บ่าวของฉันขอ"

 
...ทุกอายะฮฺเราจะได้คำตอบจากอัลลอฮฺตะอาลา เราอ่านฟาติฮะฮฺมากี่ครั้งแล้ว เคยได้ยินอัลลอฮฺตอบเราอย่างนี้หรือไม่ หูเราไม่ได้ยิน แต่จิตใจจะรับรู้  ได้รับรสชาติของการละหมาด (คุชัวอฺ) รู้สึกถึงความสงบ รู้สึกว่าพระเจ้ากำลังตอบเราอยู่ นั่นคือคุชัวอฺ...จึงเป็นซุนนะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ให้อ่านฟาติฮะฮฺทีละอายะฮฺๆ เพื่อรอคำตอบของอัลลอฮฺตะอาลา...
 
อ่านฟาติฮะฮฺจบแล้ว ขณะที่อิหม่ามอ่านอายะฮฺกุรอาน เราต้องรำลึกถึงความหมายของอายะฮฺต่าง ๆ  ต้องศึกษา พยายามทำความเข้าใจ แต่ถ้าฟังภาษาอาหรับไม่เข้าใจ จะรำลึกความหมายอัลกุรอานได้อย่างไร...ก็ต้องรำลึกว่าอายะฮฺกุรอานที่เรากำลังฟังนี้เป็นคำพูดของอัลลอฮฺตะอาลา เราต้องให้ความเคารพ รำลึกว่าอัลลอฮฺกำลังพูดกับเราอยู่ อัลกุรอานเป็นคำตรัสของพระองค์ เป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติตาม สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีคุชัวอฺ
 
ขณะยืนฟังอัลกุรอาน โดยเฉพาะการละหมาดในเดือนรอมฎอน อิหม่ามมักจะอ่านยาว ต้องยืนนาน บางคนอาจจะเมื่อย ก็ให้รำลึกว่าในวันกิยามะฮฺ มนุษย์ทุกคนจะต้องยืนรอเป็นเวลา 5 หมื่นปี อัลลอฮฺตะอาลาจึงจะให้เริ่มคิดบัญชี โดยเริ่มจากท่านนบีอาดัม คนที่มายืนเมื่อยในดุนยา อัลลอฮฺตะอาลาจะไม่ให้เขาเมื่อยในวันกิยามะฮฺ
 
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า ในวันนั้น (วันกิยามะฮฺ) นบีทุกท่านจะกล่าว "โอ้อัลลอฮฺ ขอให้หนีพ้นจากความยากลำบากในวันนี้"  นี่เป็นคำพูดของนบี ผู้ที่อัลลอฮฺตะอาลารับรองว่าพวกเขาจะได้เข้าสวรรค์ ก็ยังกลัววันนั้น แล้วมนุษย์ต่าง ๆ ที่มีความผิด ที่เป็นกาฟิร ที่ทำผิดใหญ่ จะทำอย่างไร วันนั้นเป็นวันที่ยากลำบาก
 
...ในวันนั้น ทุกคนจะต้องยืนพูดกับอัลลอฮฺตะอาลาโดยตรง ไม่ต้องมีล่าม ขณะพูดกับอัลลอฮฺ ไม่มีสิ่งใดเป็นความลับกับพระองค์  มนุษย์ไม่สามารถจะซ่อนความผิดของเขาได้ เขาจะมองหาความดีที่ตนเคยทำไว้ มองด้านขวาเห็นการกระทำของเขาซึ่งเป็นความดี มองด้านซ้ายก็เห็นการกระทำของเขาที่เป็นความชั่ว มองใต้เท้าจะเห็นนรก เขาจะรู้ว่าความดี-ความชั่วของเขามีแค่ไหน คนที่ความดีของเขามีมาก อัลลอฮฺตะอาลาจะให้จิตใจเขาสงบ ไม่มีความกลัว -- ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "อัลลอฮฺตะอาลาจะไม่ให้บ่าวของพระองค์ต้องกลัว 2 ครั้ง หรืออุ่นใจ 2 ครั้ง ถ้าเขายำเกรงกลัวอัลลอฮฺตะอาลาที่ดุนยา อัลลอฮฺจะให้เขาอุ่นใจในวันกิยามะฮฺ แต่ถ้าเขาไม่กลัวไม่ยำเกรงอัลลอฮฺตะอาลาในดุนยา พระองค์ก็จะให้เขากลัวในวันกิยามะฮฺ" -- 
 
...นี่คือการยืนขณะละหมาด เป็นการยืนต่อหน้าอัลลอฮฺตะอาลา พระองค์เห็นเรา ฟังเรา เห็นทุกสิ่ง เหนียตของเรา สิ่งที่เราอยากทำ ไม่อยากทำ สิ่งที่เราตั้งใจจะทำต่อไป อัลลอฮฺตะอาลาทรงรู้ทุกอย่าง
 
--------------------------
ถอดความและเรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี ณ มัสยิดอันซอริซซุนนะฮฺ (27-08-2542 และ 3-09-2542)

ละหมาดอย่างมีคุชูอฺ 1