DMS1129

هُوَ الَّذِي بَعَثَ فِي الْأُمِّيِّينَ رَسُولًا مِّنْهُمْ يَتْلُو عَلَيْهِمْ آيَاتِهِ وَيُزَكِّيهِمْ وَيُعَلِّمُهُمُ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ وَإِن كَانُوا مِن قَبْلُ لَفِي ضَلَالٍ مُّبِينٍ  ﴿٢﴾

62:2 พระองค์ทรงเป็นผู้แต่งตั้งร่อซูลขึ้นคนหนึ่งในหมู่ผู้ไม่รู้จักหนังสือจากพวกเขาเองเพื่อสาธยายอายาตต่าง ๆ ของพระองค์แก่พวกเขา และทรงทำให้พวกเขาผุดผ่อง และทรงสอนคัมภีร์และความสุขุมคัมภีร์ภาพแก่พวกเขา และแม้ว่าแต่ก่อนนี้พวกเขาอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้งก็ตาม

DMS1128

(( كُلُّ سُلاَمَى مِنَ النَّاسِ عَلَيْهِ صَدَقَةٌ ، كُلَّ يَوْمٍ تَطْلُعُ فِيهِ الشَّمْسُ : تَعْدِلُ بَيْنَ اثْنَيْنِ صَدَقَةٌ، وَتُعِيْنُ الرَّجُلَ في دَابَّتِهِ فَتَحْمِلُهُ عَلَيْهَا أَوْ تَرْفَعُ لَهُ مَتَاعَهُ صَدَقَةٌ ، وَالْكَلِمَةُ الطَّيِّبةُ صَدَقَةٌ ، وَبِكُلِّ خَطْوَةٍ تَمْشِيْهَا إِلَى الصَّلاَةِ صَدَقَةٌ ، وَتُمِيْطُ الأَذَى عَنِ الطَّرِيِقِ صَدَقَةٌ )).   رواه البخاري ومسلم)

“ทุกอวัยวะของคนนั้นทำการศ่อดะเกาะฮฺทุกวัน เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ท่านปรองดองระหว่างสองคน (ที่ขัดแย้งกัน) ก็เป็นศ่อดะเกาะฮฺ, ช่วยเหลือคนที่เกี่ยวกับพาหนะของเขา (เช่น) ท่านช่วยเขาขึ้นหรือช่วยยกสิ่งของขึ้นบนพาหนะของเขาก็เป็นศ่อดะเกาะฮฺ, คำพูดที่ดีก็เป็นการศ่อดะเกาะฮฺ, ทุกก้าวเพื่อไปละหมาดก็เป็นการศ่อดะเกาะฮฺ, และการขจัดสิ่งขัดขวางจากทางเดินก็เป็นการศ่อดะเกาะฮฺ”

DMS1127

إِنَّ الَّذِينَ يُحِبُّونَ أَن تَشِيعَ الْفَاحِشَةُ فِي الَّذِينَ آمَنُوا لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ ۚ وَاللَّـهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ  ﴿١٩﴾

แท้จริงบรรดาผู้ชอบที่จะให้เรื่องบัดสีแพร่หลายไปในหมู่ผู้ศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวด ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และอัลลอฮฺทรงรอบรู้และพวกเจ้าไม่รู้

DMS1126


6036 ـ حدثنا أبو الوليد حدثنا شعبة قال الوليد بن عيزار أخبرني قال سمعت أبا عمرو الشيباني يقول أخبرنا صاحب هذه الدار ـ وأومأ بيده إلى دار عبد الله ـ قال سألت النبي صلى الله عليه وسلم أى العمل أحب إلى الله قال ‏"‏ الصلاة على وقتها ‏"‏‏.‏ قال ثم أى قال ‏"‏ ثم بر الوالدين ‏"‏‏.‏ قال ثم أى قال ‏"‏ الجهاد في سبيل الله ‏"‏‏.‏ قال حدثني بهن ولو استزدته لزادني‏.‏

ฉัน(อับดุลลอฮฺ อิบนิมัสอู๊ด)ได้ถามท่านนบี ว่า "การงานใดเป็นที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮฺ?" ท่านนบีได้ตอบว่า “การละหมาดตรงเวลา” ฉันได้ถามอีกว่า แล้วอะไรอีก? ท่านได้ตอบว่า “การทําดีต่อบิดามารดา(อย่างจริงใจและสม่ำเสมอ)” ฉันได้ถามอีกว่า "แล้วหลังจากนั้น?"  ท่านตอบว่า “การทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ”

DMS1125

فَسِيحُوا فِي الْأَرْضِ أَرْبَعَةَ أَشْهُرٍ وَاعْلَمُوا أَنَّكُمْ غَيْرُ مُعْجِزِي اللَّـهِ ۙ وَأَنَّ اللَّـهَ مُخْزِي الْكَافِرِينَ ﴿٢﴾

DMS1124

قال رسول الله صلى الله عليه وسلم :(( لأن أقول : سبحان الله ، والحمد لله ، ولا إله إلا الله ، والله أكبر أحبُّ إلي مما طلعت عليه الشمس ))

ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ได้กล่าวว่า "การที่ฉันจะกล่าวว่า ซุบฮานัลลอฮฺ วัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร นั้น เป็นที่รักยิ่งแก่ฉันยิ่งกว่าการที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นในวันนั้น" บันทึกโดยมุสลิม

DMS1123

الْحَمْدُ لِلَّـهِ الَّذِي أَنزَلَ عَلَىٰ عَبْدِهِ الْكِتَابَ وَلَمْ يَجْعَل لَّهُ عِوَجًا ۜ ﴿١﴾

1. บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮผู้ทรงประทานคัมภีร์แก่บ่าวของพระองค์ และพระองค์มิได้ทรงทำให้มันมีการบิดเบือนแต่อย่างใด -- อัลกะฮฟฺ --

DMS1122


‏حدثنا ‏ ‏عبد الملك بن عمرو ‏ ‏وأبو سعيد ‏ ‏قالا حدثنا ‏ ‏سليمان بن بلال ‏ ‏عن ‏ ‏عمارة بن غزية ‏ ‏عن ‏ ‏عبد الله بن علي بن حسين ‏ ‏عن ‏ ‏أبيه ‏ ‏علي بن حسين ‏ ‏عن ‏ ‏أبيه ‏ أن النبي ‏ ‏صلى الله عليه وسلم ‏ ‏قال : ‏‏ البخيل من ذكرت عنده ثم لم يصل علي ‏ ‏صلى الله عليه وسلم .

 มีรายงานจากอะลี อิบน ฮุซัยนฺ จากบิดาของเขา แจ้งว่า แท้จริงท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ได้กล่าวว่า "แท้จริง ผู้ตระหนี่นั้นคือ ผู้ที่(ชื่อของ)ฉัน ได้ถูกกล่าวต่อหน้าเขา แล้วเขามิได้กล่าวศ่อลาวาตให้แก่ฉัน"

DMS1121

فَاذْكُرُونِي أَذْكُرْكُمْ وَاشْكُرُوا لِي وَلَا تَكْفُرُونِ ﴿١٥٢﴾

152. ดังนั้นพวกเจ้าจงรำลึกถึงข้าเถิด ข้าก็จะรำลึกถึงพวกเจ้า และจงขอบคุณข้าเถิด และจงอย่าเนรคุณต่อข้าเลย


DMS1120

(( قَالَ اللهُ تَعَالَى :  يَا ابْنَ آدَمَ ، إِنَّكَ مَا دَعَوْتَنِي وَرَجَوْتَنِي غَفَرْتُ لَكَ عَلَى مَا كَانَ مِنْكَ وَلاَ أُبَالِي .  يَا ابْنَ آدَمَ ، لَوْ بَلَغَتْ ذُنُوبُكَ عَنَانَ السَّمَاءِ ، ثُمَّ اسْتَغْفَرْتَنِي غَفَرْتُ لَكَ . يَا ابْنَ آدَمَ ، إِنَّكَ لَو أَتَيْتَنِي بِقُرَابِ اْلأَرْضِ خَطَايَا ، ثُمَّ لَقِيَتَنِي لاَ تُشْرِكُ بِي شَيْئاً ، لأَ تَيْتُكَ بِقُرَابِهَا مَغْفِرَةً

 “อัลลอฮฺพระผู้ซึ่งสูงส่งได้ตรัสว่า บุตรอาดัม (มนุษย์) เอ๋ย ! ตราบใดที่สูเจ้าขอ (ดุอาอฺ) และมีความหวังจากฉัน ฉันจะอภัยให้ในความผิดที่สูเจ้าได้กระทำ และฉันจะไม่สนใจอีก บุตรอาดัมเอ๋ย ! แม้ว่าความผิดของสูเจ้าจะสูงเท่าชั้นฟ้า หลังจากสูเจ้าขออภัยโทษจากฉันแล้ว ฉันก็อภัยให้แก่สูเจ้า บุตรอาดัมเอ๋ย ! ถ้าสูเจ้ามายังฉันด้วยบาปเต็มแน่นเท่าพิภพ แล้วสูเจ้ามาพบฉันโดยที่สูเจ้าไม่ได้ตั้งภาคีใด ๆ กับฉัน แน่นอน ฉันจะให้อภัยแก่สูเจ้าด้วยการอภัยที่เท่าพิภพเช่นกัน”