DMS1133

إِنَّ اللَّـهَ وَمَلَائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ ۚ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا  ﴿٥٦﴾

แท้จริงอัลลอฮฺและมะลาอิกะฮฺของพระองค์ประสาทพรแก่นะบี  โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! พวกเจ้าจงประสาทพรให้เขาและกล่าวทักทายเขาโดยคารวะ

DMS1132

صَلَاةُ الرَّجُلِ تَطَوَّعاً حَيْثُ لَا يَرَاهُ النَّاسُ تَعْدِلُ صَلَاتَهُ عَلَى أَعْيُنِ النَّاسِ خَمْساً وَعَشْرِيْنط . صحيح الجامع الصغير وزياداته

การละหมาดของคนหนึ่งคนใดโดยอาสา (ซุนนะฮฺ) โดยที่มนุษย์ผู้อื่นไม่เห็นเขา เท่ากับผู้ที่ละหมาดต่อหน้าคน 25 เท่า

DMS1131 จงรำลึกถึงความกรุณาเมตตาของอัลลอฮ์

وَاذْكُرُوا نِعْمَةَ اللَّـهِ عَلَيْكُمْ وَمِيثَاقَهُ الَّذِي وَاثَقَكُم بِهِ إِذْ قُلْتُمْ سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا ۖ وَاتَّقُوا اللَّـهَ ۚ إِنَّ اللَّـهَ عَلِيمٌ بِذَاتِ الصُّدُورِ  ﴿٧﴾ ?

5:7. และจงรำลึกถึงความกรุณาเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้า และสัญญาของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำมันไว้แก่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้ากล่าวว่า พวกเราได้ยินแล้ว และพวกเราเชื่อฟังแล้ว และพึงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในทรวงอก

DMS1130

"نحن الآخرون السابقون يوم القيامة،بيد أنهم أوتوا الكتاب من قبلنا، ثم هذا يومهم الذي فرض عليهم فاختلفوا فيه فهدانا الله له، فالناس لنا فيه تبع، اليهود غدا والنصارى بعد غد

แท้จริงเรา(มุสลิมีน)จะเป็นคนสุดท้าย(อัลอาคิรูน)และเป็นคนที่อยู่แนวหน้า(อัซซาบิกูน)ในวันกิยามะฮฺ แท้จริงมันมีข้อแตกต่างเพียงข้อเดียว พวกเขา(ประชาชาติอื่น)ได้รับคัมภีร์ก่อนเราเท่านั้น” วันนี้(วันศุกร์)เป็นวันที่ถูกบันทึก(บัญญัติ)แก่ยะฮูดและนะศอรอ”  แต่พวกเขา(ยะฮูดและนะศอรอ)ขัดแย้งกัน“ดังนั้นผู้คนทั้งหลายจะตามเรามา วันประเสริฐยิ่งในโลกนี้คือวันศุกร์  ยิวพรุ่งนี้ (วันเสาร์) และนะศอรอถัดไป(วันอาทิตย์)"

DMS1129

هُوَ الَّذِي بَعَثَ فِي الْأُمِّيِّينَ رَسُولًا مِّنْهُمْ يَتْلُو عَلَيْهِمْ آيَاتِهِ وَيُزَكِّيهِمْ وَيُعَلِّمُهُمُ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ وَإِن كَانُوا مِن قَبْلُ لَفِي ضَلَالٍ مُّبِينٍ  ﴿٢﴾

62:2 พระองค์ทรงเป็นผู้แต่งตั้งร่อซูลขึ้นคนหนึ่งในหมู่ผู้ไม่รู้จักหนังสือจากพวกเขาเองเพื่อสาธยายอายาตต่าง ๆ ของพระองค์แก่พวกเขา และทรงทำให้พวกเขาผุดผ่อง และทรงสอนคัมภีร์และความสุขุมคัมภีร์ภาพแก่พวกเขา และแม้ว่าแต่ก่อนนี้พวกเขาอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้งก็ตาม

DMS1128

(( كُلُّ سُلاَمَى مِنَ النَّاسِ عَلَيْهِ صَدَقَةٌ ، كُلَّ يَوْمٍ تَطْلُعُ فِيهِ الشَّمْسُ : تَعْدِلُ بَيْنَ اثْنَيْنِ صَدَقَةٌ، وَتُعِيْنُ الرَّجُلَ في دَابَّتِهِ فَتَحْمِلُهُ عَلَيْهَا أَوْ تَرْفَعُ لَهُ مَتَاعَهُ صَدَقَةٌ ، وَالْكَلِمَةُ الطَّيِّبةُ صَدَقَةٌ ، وَبِكُلِّ خَطْوَةٍ تَمْشِيْهَا إِلَى الصَّلاَةِ صَدَقَةٌ ، وَتُمِيْطُ الأَذَى عَنِ الطَّرِيِقِ صَدَقَةٌ )).   رواه البخاري ومسلم)

“ทุกอวัยวะของคนนั้นทำการศ่อดะเกาะฮฺทุกวัน เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ท่านปรองดองระหว่างสองคน (ที่ขัดแย้งกัน) ก็เป็นศ่อดะเกาะฮฺ, ช่วยเหลือคนที่เกี่ยวกับพาหนะของเขา (เช่น) ท่านช่วยเขาขึ้นหรือช่วยยกสิ่งของขึ้นบนพาหนะของเขาก็เป็นศ่อดะเกาะฮฺ, คำพูดที่ดีก็เป็นการศ่อดะเกาะฮฺ, ทุกก้าวเพื่อไปละหมาดก็เป็นการศ่อดะเกาะฮฺ, และการขจัดสิ่งขัดขวางจากทางเดินก็เป็นการศ่อดะเกาะฮฺ”

DMS1127

إِنَّ الَّذِينَ يُحِبُّونَ أَن تَشِيعَ الْفَاحِشَةُ فِي الَّذِينَ آمَنُوا لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ ۚ وَاللَّـهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ  ﴿١٩﴾

แท้จริงบรรดาผู้ชอบที่จะให้เรื่องบัดสีแพร่หลายไปในหมู่ผู้ศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวด ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และอัลลอฮฺทรงรอบรู้และพวกเจ้าไม่รู้

DMS1126


6036 ـ حدثنا أبو الوليد حدثنا شعبة قال الوليد بن عيزار أخبرني قال سمعت أبا عمرو الشيباني يقول أخبرنا صاحب هذه الدار ـ وأومأ بيده إلى دار عبد الله ـ قال سألت النبي صلى الله عليه وسلم أى العمل أحب إلى الله قال ‏"‏ الصلاة على وقتها ‏"‏‏.‏ قال ثم أى قال ‏"‏ ثم بر الوالدين ‏"‏‏.‏ قال ثم أى قال ‏"‏ الجهاد في سبيل الله ‏"‏‏.‏ قال حدثني بهن ولو استزدته لزادني‏.‏

ฉัน(อับดุลลอฮฺ อิบนิมัสอู๊ด)ได้ถามท่านนบี ว่า "การงานใดเป็นที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮฺ?" ท่านนบีได้ตอบว่า “การละหมาดตรงเวลา” ฉันได้ถามอีกว่า แล้วอะไรอีก? ท่านได้ตอบว่า “การทําดีต่อบิดามารดา(อย่างจริงใจและสม่ำเสมอ)” ฉันได้ถามอีกว่า "แล้วหลังจากนั้น?"  ท่านตอบว่า “การทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ”

DMS1125

فَسِيحُوا فِي الْأَرْضِ أَرْبَعَةَ أَشْهُرٍ وَاعْلَمُوا أَنَّكُمْ غَيْرُ مُعْجِزِي اللَّـهِ ۙ وَأَنَّ اللَّـهَ مُخْزِي الْكَافِرِينَ ﴿٢﴾

DMS1124

قال رسول الله صلى الله عليه وسلم :(( لأن أقول : سبحان الله ، والحمد لله ، ولا إله إلا الله ، والله أكبر أحبُّ إلي مما طلعت عليه الشمس ))

ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ได้กล่าวว่า "การที่ฉันจะกล่าวว่า ซุบฮานัลลอฮฺ วัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร นั้น เป็นที่รักยิ่งแก่ฉันยิ่งกว่าการที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นในวันนั้น" บันทึกโดยมุสลิม