DMS1143 ผู้ติดตาม

لَهُ مُعَقِّبَاتٌ مِّن بَيْنِ يَدَيْهِ وَمِنْ خَلْفِهِ يَحْفَظُونَهُ مِنْ أَمْرِ اللَّـهِ ۗ إِنَّ اللَّـهَ لَا يُغَيِّرُ مَا بِقَوْمٍ حَتَّىٰ يُغَيِّرُوا مَا بِأَنفُسِهِمْ ۗ وَإِذَا أَرَادَ اللَّـهُ بِقَوْمٍ سُوءًا فَلَا مَرَدَّ لَهُ ۚ وَمَا لَهُم مِّن دُونِهِ مِن وَالٍ  ﴿١١﴾

สำหรับเขามีมะลาอิกะฮฺผู้เฝ้าติดตามทั้งข้างหน้าและข้างหลังเขา รักษาเขาตามพระบัญชาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺจะมิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพของชนกลุ่มใด จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพของพวกเขาเอง และเมื่ออัลลอฮฺทรงปรารถนาความทุกข์แก่ชนกลุ่มใดก็จะไม่มีผู้ตอบโต้พระองค์ และสำหรับพวกเขาไม่มีผู้ช่วยเหลือนอกจากพระองค์ (อัรเราะอดฺ 11)

DMS1142

(من إستطاع منكم أن يستتر من النار ولو بشق تمرة فليفعل) متفق عليه
"ใครก็ตามที่สามารถปกป้องตัวเองให้พ้นจากนรก  ถึงแม้ว่า(บริจาค)ด้วยครึ่งเม็ดอินทผลัม ก็จงทำ"

DMS1141

فَيَوْمَئِذٍ وَقَعَتِ الْوَاقِعَةُ  ﴿١٥﴾ وَانشَقَّتِ السَّمَاءُ فَهِيَ يَوْمَئِذٍ وَاهِيَةٌ  ﴿١٦﴾ وَالْمَلَكُ عَلَىٰ أَرْجَائِهَا ۚ وَيَحْمِلُ عَرْشَ رَبِّكَ فَوْقَهُمْ يَوْمَئِذٍ ثَمَانِيَةٌ  ﴿١٧﴾ يَوْمَئِذٍ تُعْرَضُونَ لَا تَخْفَىٰ مِنكُمْ خَافِيَةٌ  ﴿١٨﴾

15. ในวันนั้นวันกิยามะฮฺก็จะเกิดขึ้น  16. และชั้นฟ้าก็จะแยกออก แล้วมันก็จะอ่อนกำลังลงอย่างไม่เป็นระเบียบในวันนั้น 17. และมะลักก็จะปรากฏอยู่บนเวหาและ (มะลาอิกะฮฺ) จำนวนแปดท่านจะทูนบังลังก์แห่งพระเจ้าของเจ้าไว้เบื้องบนพวกเขาในวันนั้น 18. วันนั้นพวกเจ้าจะถูกนำมาอยู่ต่อหน้าพระองค์ ไม่มีความลับอันใดจะถูกปิดบังแก่พวกเจ้า

DMS1140

‏عَنْ ‏أَبِيْ مُوْسَى الْأَشْعَرِيْ    قَالَ ‏قَالَ رَسُوْلُ اللهِ ‏‏  ‏(‏قَالَ اللهُ تَعَالَى ‏ ‏يَا مَلَكَ الْمَوْت قَبَضْتَ وَلَدَ عَبْدِيْ قَبَضْتَ ‏قُرَّةَ ‏عَيْنِهِ وَثَمَرَةَ فُؤَادِهِ قاَلَ نَعَمْ قَالَ فَمَا قَالَ قَالَ حَمِدَكَ وَاسْتَرْجَع قَالَ ابنُوْا لَهُ بَيْتًا فِي الْجَنَّة وَسَمُّوْهُ بَيْتَ الْحَمْد) رواه أحمد

อัลลอฮฺได้บอกกับมะละกิลเมาตฺว่า “โอ้มะละกิลเมาตฺท่านได้ยึดวิญญาณลูกชายของบ่าวของฉัน ท่านได้ยึดวิญญาณที่รักของเขา ท่านได้ยึดวิญญาณดวงใจของเขา” มะละกิลเมาตฺตอบว่า “ใช่” “แล้วเขาได้พูดอย่างไร” “เขากล่าวสรรเสริญพระองค์ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ(มวลการสรรเสริญเป็นของพระองค์)  และกล่าว อินนาลิลลาฮิ วะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน   “อัลลอฮฺจะบอกกับมลาอิกะฮฺ “จงสร้างบ้านให้เขาในสวนสวรรค์ และจงเรียกบ้านนี้ว่า บ้านแห่งการสรรเสริญ”

 

DMS1139

أَمْ حَسِبْتُمْ أَن تُتْرَكُوا وَلَمَّا يَعْلَمِ اللَّـهُ الَّذِينَ جَاهَدُوا مِنكُمْ وَلَمْ يَتَّخِذُوا مِن دُونِ اللَّـهِ وَلَا رَسُولِهِ وَلَا الْمُؤْمِنِينَ وَلِيجَةً ۚ وَاللَّـهُ خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ  ﴿١٦﴾

 “หรือพวกเจ้าคิดว้าพวกเจ้าจะถูกปล่อยไว้ โดยที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ในหมู่พวกเจ้า และมิได้ยึดถือเพื่อนสนิทอื่นจากอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ และอื่นจากผู้ศรัทธาทั้งหลาย และอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้อย่างละเอียดในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ”

DMS1138

(عينان لا تمسهما النار عين بكت من خشية الله وعين باتت تحرس في سبيل الله ) رواه الترميذي

ดวงตาสองดวงที่นรกจะไม่แตะต้อง คือดวงตาที่ร้องไห้เพราะยำเกรงอัลลอฮฺ และดวงตาที่ได้ตื่นเฝ้า(เป็นยาม)ในหนทางของอัลลอฮฺ

DMS1137

وَهُوَ الَّذِي جَعَلَ لَكُمُ اللَّيْلَ لِبَاسًا وَالنَّوْمَ سُبَاتًا وَجَعَلَ النَّهَارَ نُشُورًا  ﴿٤٧﴾ وَهُوَ الَّذِي أَرْسَلَ الرِّيَاحَ بُشْرًا بَيْنَ يَدَيْ رَحْمَتِهِ ۚ وَأَنزَلْنَا مِنَ السَّمَاءِ مَاءً طَهُورًا  ﴿٤٨﴾

และพระองค์คือผู้ทรงทำให้กลางคืนเป็นอาภรณ์สำหรับพวกเจ้า และให้การนอนเป็นการพักผ่อน และทำให้กลางวันเป็นการเคลื่อนไหว * และพระองค์คือผู้ส่งลม เป็นการนำข่าวดีล่วงหน้า ท่ามกลางความเมตตาของพระองค์ และเราได้ประทานน้ำบริสุทธิ์ลงมาจากฟากฟ้า

DMS1136

من قرأ سورة الكهف في يوم الجمعة سطع له نور من تحت قدمه إلى عنان السماء يضيء له يوم القيامة وغفر له ما بين الجمعتين?

ความว่า “ใครที่อ่านซูเราะฮฺอัลกะหฟในวันศุกร์ จะมีแสงสว่าง(รัศมี)ปรากฏแก่เขาระหว่างสองศุกร์  เกิดแก่เขาตั้งแต่เท้าของเขาถึงท้องฟ้า และจะได้รับความอภัยโทษระหว่างสองญุมุอะฮฺ”

DMS1135

.. وَأَمَّا الدَّرَجَاتُ : فَإِطْعَامُ الطَّعَامِ ،وَإِفْشَاءُ السَّلامِ ، وَصَلاةٌ بِاللَّيْلِ وَالنَّاسُ نِيَامٌ...

3 ประการที่จะยกขั้นของผู้ศรัทธา - ให้อาหารคนขัดสน, ให้สลามผู้อื่นอย่างกว้างขวาง, ละหมาดช่วงกลางคืนขณะที่ผู้คนนอนหลับ

DMS1134

إِنَّ اللَّـهَ يُحِبُّ الَّذِينَ يُقَاتِلُونَ فِي سَبِيلِهِ صَفًّا كَأَنَّهُم بُنْيَانٌ مَّرْصُوصٌ  ﴿٤﴾

แท้จริง อัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้ที่ต่อสู้ในทางของพระองค์เป็นแถวเดียวกัน ประหนึ่งพวกเขาเป็นอาคารที่ยึดมั่นแข็งแรง