ตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอันอาม 55 (อายะฮฺ 104)

Submitted by admin on Wed, 29/03/2017 - 16:11
หัวข้อเรื่อง
คุณค่าของความจริง, ความจริง-ความเท็จ, เครื่องมือในการค้นหาความจริง, หะดีษยุคแห่งความหลอกลวง(รุวัยบิเฎาะฮฺ), ฟิตนะฮฺที่เข้าสู่หัวใจ, การแสวงหาสัจธรรมเป็นหน้าที่ของทุกคน
สถานที่
มุศ็อลลา White Channel
วันที่บรรยาย
1 เราะญับ 1438
วันที่บรรยาย
วันที่อัพ
ขนาดไฟล์
14.30 mb
ความยาว
60.00 นาที
รายละเอียด

วีดีโอ

 لَّا تُدْرِكُهُ الْأَبْصَارُ وَهُوَ يُدْرِكُ الْأَبْصَارَ ۖ وَهُوَ اللَّطِيفُ الْخَبِيرُ ﴿١٠٣﴾

6:103 สายตาทั้งหลายย่อมไม่ถึงพระองค์ แต่พระองค์ทรงถึงสายตาเหล่านั้น และพระองค์ก็คือผู้ทีรงปรานี ผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วน

 قَدْ جَاءَكُم بَصَائِرُ مِن رَّبِّكُمْ ۖ فَمَنْ أَبْصَرَ فَلِنَفْسِهِ ۖ وَمَنْ عَمِيَ فَعَلَيْهَا ۚ وَمَا أَنَا عَلَيْكُم بِحَفِيظٍ ﴿١٠٤﴾

6:104  แท้จริงบรรดาหลักฐานจากพระเจ้าของพวกเจ้านั้นได้มายังพวกเจ้าแล้ว ดังนั้น ผู้ใดมองเห็น ก็ย่อมได้แก่ตัวของเขา และผู้ใดมองไม่เห็น ก็ย่อมเป็นภัยแก่ตัวของเขา และฉันมิใช่เป็นผู้พิทักษ์รักษาพวกเจ้า

อวัยวะรับรู้ข้อมูลมี 2 ประการคือ อับศอร - ตา; บะศออิร - สมอง

ยุคแห่งความหลอกลวง

ท่านนบีกล่าวว่า จะมียุคหนึ่ง ผู้คนจะอยู่ในช่วงเวลาแห่งการหลอกลวง(ค็อดดะอาต) คนพูดจริงจะถูกมองเป็นคนโกหก คนโกหกจะได้รับการสรรเสริญว่าเป็นคนพูดจริง คนซื่อสัตย์จะถูกมองเป็นคนทรยศ และคนทรยศจะถูกสรรเสริญว่ามีความสัจจริง และ อัรรุวัยบิเฎาะฮฺ จะออกมาพูดในช่วงเวลานี้"

เศาะฮาบะฮฺถามว่า : "อัรรุวัยบิเฎาะฮฺ คือ อะไร ?" (รุวัยบิเฎาะมาจาก เราะบะเฎาะ คือตัวเล็กๆ มาสดับฟังและพูด เศาะฮาบะฮฺเข้าใจรากศัพท์ แต่อยากทราบว่านบีนิยามศัพท์นี้อย่างไร)

ท่านนบี ตอบว่า : "อัสสะฟีหฺ (คนไร้ความรู้,ไร้จริยธรรมศีลธรรม*) ที่จะออกมาพูดในกิจการทั่วไปในสังคม"

*อัสสะฟีหฺ(สุฟะหาอฺ) ในนิยามของอัลกุรอาน คือคนที่ไม่มีปัญญาเพียงพอที่จะควบคุมพฤติกรรมของตนเอง จึงไม่อนุญาตให้มองทรัพย์สินแก่สะฟีหฺให้ใช้



ฟิตนะฮฺที่เข้าสู่หัวใจ

"ฟิตนะฮฺเข้าสู่หัวใจ เปรียบเสมือนเส้นเสื่อที่สานเข้าสู่หัวใจทีละเส้นๆ จนกระทั่งหัวใจมีสองเประเภทคือ ประเภทที่ปฏิเสธฟิตนะฮฺ(สิ่งหลอกลวง)จะปลอดภัย และหัวใจที่รับฟิตนะฮฺ(ข้อมูลบิดเบือน)มาเรื่อยๆ ฟิตนะฮฺหนึ่งก็จะเกิดจุดดำหนึ่งในหัวใจ จนกระทั่งหัวใจดำมืดทึบ เสมือนขันคว่ำ สิ่งที่ดีงามไม่รู้จัก สิ่งที่เลวก็ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งเลว"

จึงเห็นจริงเป็นเท็จ เท็จเป็นจริง