ญามิอุลอุลูมวัลหิกัม ครั้งที่ 161 (หะดีษที่ 31/10)

Submitted by admin on Fri, 29/11/2013 - 13:22
หัวข้อเรื่อง
"...จงดูถูกสิ่งที่อยู่ในมือผู้คน แล้วผู้คนจะรักเจ้า"
สถานที่
บ้านทองทา บางกอกน้อย
วันที่บรรยาย
25 มุฮัรรอม 1435
วันที่บรรยาย
วันที่อัพ
ขนาดไฟล์
15.00 mb
ความยาว
63.00 นาที
รายละเอียด

วีดีโอ

الحديث الحادي والثلاثون

عَنْ سهلِ بنِ سعْدٍ السَّاعِديِّ قال : جاءَ رجُلٌ إلى النَّبيِّ صلى الله عليه وسلم  فقالَ :  يا رَسولَ الله دُلَّني عَلى عَمَلٍ إذا عَمِلْتُهُ أَحَبَّنِي الله ، وأحَبَّنِي النَّاسُ ، فقال  : (( ازهَدْ فِي الدُّنيا يُحِبَّكَ الله ، وازهَدْ فيمَا في أيدي النَّاسِ يُحبَّكَ النَّاسُ )) .  حديثٌ حسنٌ رَواهُ ابنُ ماجه ( ) وغيرُهُ بأسانِيدَ حَسَنةٍ .
จากอบูอับบาส (สะฮลุบนุสะอดฺ อัสสาอิดี) กล่าวว่า มีชายคนหนึ่งไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วถามว่า “โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ! ขอได้โปรดบอกฉันถึงการงานอย่างหนึ่งเมื่อฉันทำแล้วจะทำให้อัลลอฮฺทรงรักฉัน และการงานที่จะทำให้ผู้คนรักฉันด้วย” ท่านตอบว่า “จงดูถูกดุนยา(สมถะต่อดุนยา) แล้วอัลลอฮฺจะทรงรักท่าน และจงดูถูกสิ่งที่มีอยู่ในครอบครองของมนุษย์ แล้วมนุษย์จะรักท่าน”
 
อัลลอฮฺตำหนิดุนยาและผู้ที่รักดุนยามากกว่าอาคิเราะฮฺ
 كَلاَّ بَلْ تُحِبُّونَ الْعَاجِلَةَ وَتَذَرُونَ الآخِرَةَ 
เปล่าเลย ! แต่ว่าพวกเจ้ารักการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้(สิ่งที่เร่งด่วน) และพวกเจ้าละทิ้งอาคิเราะฮฺ (ซูเราะฮฺ อัลกิยามะฮฺ)
 وَتُحِبُّونَ الْمَالَ حُبّاً جَمّاً 
และพวกเจ้ารักสมบัติกันอย่างมากมาย (ซูเราะฮฺ อัลฟัจรฺ)
 وَإِنَّهُ لِحُبِّ الْخَيْرِ لَشَدِيدٌ 
และแท้จริงเขามีความหวงแหน เพราะรักในทรัพย์สมบัติ (ซูเราะฮฺ อัลอาดิยาต)
 
ดุนยา - ต่ำต้อย, ใกล้ชิด(ใกล้ตัว) / อาคิเราะฮฺ - ปลาย, สุดท้าย
 
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
(( من أحبَّ دُنياه أضرَّ بآخرته  - ผู้ใดรักดุนยาของเขา ก็จะต้องทำลายอาคิเราะฮฺของเขา
 ومن أحبَّ آخرتَه ، أضرَّ بدُنياه ،  - และผู้ใดรักอาคิเราะฮฺของเขา ก็จะต้องเสียหายดุนยาของเขาอย่างแน่นอน
فآثروا ما يبقى على ما يفنى ))  - พวกท่านทั้งหลายจงให้ความสำคัญแก่สิ่งที่ยั่งยืน(อาคิเราะฮฺ) มากกว่าสิ่งที่ไม่ยั่งยืน(ดุนยา)
 
وفي " المسند " ( ) و" سنن ابن ماجه " ( ) عن زيد بن ثابت ، عن النَّبيِّ   ، قال : (( من كانت الدُّنيا همه ، فرَّق الله عليه أمره ، وجعل فقرَه بين عينيه ، ولم 
يأته من الدُّنيا إلا ما كُتب له ، ومن كانت الآخرة نيَّتَه ، جمعَ الله له أمره ، وجعل غناه في قلبه ، وأتته الدُّنيا وهي راغمةٌ )) . وخرَّجه الترمذي ( ) من حديث أنس  مرفوعاً بمعناه .
หะดีษเฎาะอีฟ – ผู้ใดที่ดุนยาเป็นจุดมุ่งหมายของเขา อัลลอฮฺจะให้กิจการของเขาจะแตกกระจายไม่มีชิ้นดี และจะให้ความยากจนปรากฏที่หน้าผาก ระหว่างดวงตาทั้งสอง และจะไม่ได้อะไรจากดุนยา นอกจากที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้ให้เขาแล้ว และผู้ใดที่ให้อาคิเราะฮฺอยู่ในเจ9นารมณ์ของเขา อัลลอฮฺจะรวบรวมกิจการของเขาให้มีความเรียบร้อยสงบสุข และจะให้หัวใจมีความมั่งคั่งร่ำรวย และถ้าเขาหนีดุนยา ดุนยาก็จะคลานมากราบเขา
 
ومن كلام جندب بن عبد الله الصَّحابي : حبُّ الدُّنيا رأسُ كلِّ خطيئةٍ ( ) ، وروي مرفوعاً ، ورُوي عن الحسن مرسلاً ( ) .
ญุนดุบ อิบนิอับดิลลาฮฺ (เศาะฮาบะฮฺ) "ความรักต่อดุนยาเป็นหัวหน้าของบาป(ความผิด)ทุกประการ สำนวนนี้มีรายจากจากหะดีษของท่านนบี และมีรายงานในสภาพมุรซัลً"
قال الحسن : من أحبَّ الدُّنيا وسرَّته ، خرج حبُّ الآخرة من قلبه ( ) .
หะซัน อัลบัศรี “ผู้ใดที่รักดุนยา และดีใจกับสิ่งที่ได้จากดุนยา ความรักต่ออาคิเราะฮฺก็จะออกจากหัวใจของเขา”  
 
وقال عونُ بن عبد الله : الدُّنيا والآخرةُ في القلب ككفَّتي الميزان بِقَدْرِ ما ترجحُ إحداهُما تخِفُّ الأخرى ( ) .
ดุนากับอาคิเราะฮฺเปรียบเสมือนตราชั่งสองตรา อันไหนที่หนักกว่า อีกอันก็จะเบาลง (รักดุนยามากกว่า อาคิเราะฮฺก็จะเบา(ไม่มีน้ำหนัก) แต่ถ้ารับอาคิเราะฮิมากกว่า ดุนยาก็จะไม่มีน้ำหนัก)
وقال وهب : إنَّما الدُّنيا والآخرة كرجلٍ له امرأتانِ : إنْ أرضى إحداهما أسخط الأخرى ( ) .
วะฮบฺ อิบนุมุนับบิหฺ “ดุนยากับอาคิเราะฮฺ เปรียบเสมือนชายคนหนึ่งที่มีภรรยา 2 คน เมื่อทำให้คนหนึ่งพอใจ อีกคนก็จะโกรธ” เป็นไปไม่ได้ทำเราจะทำให้ดุนยาและอาคิเราะฮฺพอใจทั้งคู่
 
الوصية الثانية : الزهدُ فيما في أيدي الناس، وأنَّه موجبٌ لمحبَّة الناس. وروي عن النَّبيِّ صلى الله عليه وسلم أنَّه وصَّى رجلاً ، فقالَ: (( ايأَسْ ممَّا في أيدي النَّاس تكُن غنياً )) خرَّجه الطبراني ( ) وغيره.
หะดีษเฎาะอีฟ – ท่านนบีสั่งเสียชายคนหนึ่งว่า จงให้เกิดซึ่งความสิ้นหวังในทรัพย์สินในมือผู้คน แล้วเจ้าจะร่ำรวย
ويروى من حديث سهل بن سعد مرفوعاً : (( شرف المؤمن قيامُه بالليل ، وعزُّه استغناؤُه عن الناسِ )) ( ) .
หะดีษเฎาะอีฟ – เกียรติยศของมุอฺมินคือการละหมาดกลางคืน (คนที่ละหมาดกลางคืนคือคนที่อัลลอฮฺคัดเลือก ให้มีสิทธิเข้าเฝ้าอัลลอฮฺในยามที่ยากลำบาก), อำนาจของมุอฺมินคือการที่เขารู้สึกมั่งคั่ง(เพียงพอ)จากทรัพย์สินของผู้คน, 
 
หะดีษเหล่านี้เฎาะอีฟ แต่เนื้อหาใกล้เคียงกันและพอจะนำมาอ้างอิงได้ และเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการขัดเกลาจิตใจ ไม่ใช่อะหฺกาม
 
وقال الحسن : لا تزالُ كريماً على الناس ، أو لا يزالُ الناسُ يكرمُونَك ما لم تَعاطَ ما في أيديهم ، فإذا فعلتَ ذلك ، استخفُّوا بكَ ، وكرهوا حديثك ، وأبغضوك ( ) .
เจ้าจะเป็นคนที่มีเกียรติกับผู้คนทั้งหลาย และผู้คนจะให้เกียรติท่านเสมอ  ในเมื่อท่านไม่มอง(ปรารถนาที่จะเอา)ทรัพย์สินของผู้คน, แต่เมื่อเอ่ยหรือพูดถึงทรัพย์สินของเขา เขาก็จะดูถูกท่าน และโกรธท่าน
وقال أيوب السَّختياني : لا يَنْبُلُ الرجلُ حتى تكونَ فيه خصلتان : العفَّةُ عمَّا في أيدي الناس ، والتجاوزُ عمّا يكون منهم ( ) .
คนๆหนึ่งจะไม่ถือว่าเป็นคนที่สุขุมเรียบร้อยมีเกียรติในสายตาของผู้คน เว้นแต่จะต้องมีสองลักษณะ คือ 1-มีความเพียงพอ ไม่ปรารถนาทรัพย์สินในมือผู้อื่น 2- ให้อภัยในความผิดของผู้อื่น
وكان عمر يقول في خطبته على المنبر : إنَّ الطمع فقر ، وإنَّ اليأس غنى ، وإنَّ الإنسانَ إذا أَيِسَ من الشيء استغنى عنه ( ) .
ท่านอุมัรคุฏบะฮฺ “ความหวงคือความยากจน และความสิ้นหวังก็คือความร่ำรวย มนุษย์เมื่อมีความสิ้นหวังในสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็จะรู้สึกมั่งคั่งต่อสิ่งนั้น”
وروي أنَّ عبد الله بن سلام لقيَ كعب الأحبار عند عمر ، فقال : يا كعب ، مَنْ أربابُ العلم ؟ قال : الذين يعملون به ، قال : فما يذهب بالعلم من قلوب العلماء بعد إذ حفظوه وعقلوه ؟ قال : يُذهبه الطمعُ ، وشرَهُ النفس ، وتطلبُ الحاجات إلى النَّاس ، قال : صدقت ( ) .
อับดุลลอฮฺ อิบนุสสลาม (ยิวที่รับอิสลาม เป็นเศาะฮาบะฮฺ) กะอบฺ อัลอะหฺบาร (ยิวที่เข้ารับอิสลาม แต่ไม่ได้เป็นเศาะฮาบะฮฺ เพราะไม่ได้พบท่านนบี) ได้ไปพบกันต่อหน้าท่านอุมัร
อับดุลลอฮฺถามว่า “โอ้กะอบฺ ใครที่เป็นหัวหน้า(เป็นเจ้าของ)ของความรู้
กะอบฺตอบว่า “คนที่เป็นเจ้าของความรู้คือผู้รู้”
อับดุลลอฮฺถามว่า “อะไรที่ทำให้ความรู้หลุดไปจากหัวใจของผู้รู้หลังจากที่เขาได้ท่องจำแล้วเข้าใจแล้ว”
กะอบฺ “สิ่งที่ทำให้ความรู้หลุดจากหัวใจ(สมอง) คือ ความหวงแหน ความอยากที่สูง (กิเลส) และการขอจากผู้คน”
อับดุลลอฮฺ “ท่านพูดจริง”
 
-- คำกล่าวของสะลัฟ --
وما هِيَ إلاَّ جِيفةٌ مستحيلةٌ  عليها كلابٌ هَمُّهُنَّ اجتذابُها
فإنْ تَجْتَنبها كنتَ سِلْماً لأهلها  وإنْ تجتذبها نازعتك كِلابُها
ดุนยาเปรียบเสมือนซากศพสัตว์ คนที่กำลังแย่งดุนยากันอยู่นั้นล้วนเป็นสัตว์ดุที่กำลังแย่งซากศพสัตว์
หากท่านหลีกให้ห่างไกลจากมัน(ดุนยา) เจ้าก็จะเป็นคนที่สง่างามสำหรับเจ้าของมัน(ชาวดุนยา)
แต่ถ้าท่านไปแย่ง(ดุนยา) สุนัขต่างๆ ก็จะมาแย่งท่าน