อะมานะฮฺจะถูกยก (สู่อีมานที่มั่นคง 30)

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ

ช่วงนี้ ช่วงเวลาที่เราควรอยู่กับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ด้วยการสรรเสริญพระองค์ กล่าวอิสติฆฟารขอความอภัยโทษจากพระองค์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความจำเริญสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ดังที่พระองค์ทรงสรรเสริญบรรดาผู้ศรัทธาที่พยายามรำลึกถึงพระองค์ในช่วงก่อนเวลาศุบหฺ หรือที่เรียกว่าเวลา “สะหัร” เวลาที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา จะทรงลงมายังชั้นฟ้าดุนยาและเรียกร้องให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นรำลึกถึงพระองค์ ขอความอภัยโทษจากพระองค์ ขอวิงวอนทุกสิ่งทุกอย่างจากพระองค์ ซึ่งพระองค์จะตอบรับในช่วงเวลานี้อันเป็นช่วงเวลาดุอาอ์มุสตะญาบ และก็เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถเพิ่มเติมอีหม่านทำให้แนวชีวิตของเรานั้นอยู่ใกล้ชิดกับหลักการของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ วันนี้ผมจะแนะนำหะดีษจากท่านหุซัยฟะฮฺ อิบนุ อัลยะมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านเป็นเศาะหาบะฮฺที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไว้ใจมากจนกระทั่งเป็นที่ปรึกษาและคอยช่วยเหลือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในเรื่องความมั่นคงของสังคมจนกระทั่งเศาะหาบะฮฺเรียกท่านว่า “أَمِينُ سِرِّ رَسُولِ اللهِ” หรือ “ผู้รักษาความลับของท่านนบี” ท่านหุซัยฟะฮฺได้ศึกษาหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ฟังคำพูดของท่านนบีอย่างสม่ำเสมอและนำหะดีษไปสอนประชาชาติอิสลามให้มีความเข้าใจในศาสนาอัลอิสลาม ท่านจะแนะนำให้เราเข้าใจอีหม่านที่แท้จริง ผูกพันกับจริยธรรม ลึกซึ้งและเป็นรากฐานในหัวใจของเรา ท่านจะแนะนำให้เรามีอีหม่านที่มั่นคง โดยที่ชีวิตของเราต้องมีอีหม่านปรากฏในทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านกล่าวในหะดีษที่บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีว่า

حَدَّثَنَا رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَدِيثَيْنِ قَدْ رَأَيْتُ أَحَدَهُمَا وَأَنَا أَنْتَظِرُ الْآخَرَ

“ท่านนบีนั้นได้พูดกับเราในสองเรื่อง ฉันได้เห็นเรื่องหนึ่งปรากฏแล้ว และฉันกำลังรอเรื่องที่สองที่ยังไม่ปรากฏ

حَدَّثَنَا أَنَّ الْأَمَانَةَ نَزَلَتْ فِي جَذْرِ قُلُوبِ الرِّجَالِ

ท่านนบีได้บอกพวกเราว่า
อะมานะฮฺได้ลงมาอยู่ในรากของหัวใจผู้ศรัทธา

อะมานะฮฺที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ประทานลงมาในหะดีษนี้ก็คือ อีหม่าน การปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสว่า

﴿ إِنَّا عَرَضۡنَا ٱلۡأَمَانَةَ عَلَى ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَٱلۡجِبَالِ فَأَبَيۡنَ أَن يَحۡمِلۡنَهَا وَأَشۡفَقۡنَ مِنۡهَا وَحَمَلَهَا ٱلۡإِنسَٰنُۖ ... ٧٢ ﴾ [الاحزاب : ٧٢]  

“แท้จริงเราได้เสนอ
อะมานะฮฺต่อชั้นฟ้า แผ่นดินและภูเขา แต่พวกมันปฏิเสธและกลัวที่จะแบกรับมัน มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ได้รับอะมานะฮฺจากเรา” (อัลอะหฺซาบ : ๗๒)

ثُمَّ نَزَلَ الْقُرْآنُ فَعَلِمُوا مِنْ الْقُرْآنِ وَعَلِمُوا مِنْ السُّنَّةِ

จากนั้นพระองค์ก็ประทานอัลกุรอานลงมา พวกเขาจึงศึกษาจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

นี่คือสิ่งที่ท่านหุซัยฟะฮฺได้เห็นแล้วในยุคของบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ได้รับอะมานะฮฺจากอัลลอฮฺในด้านบทบัญญัติ แล้วพวกเขาก็ศึกษาอัลกุรอาน อัลหะดีษ สุนนะฮฺของท่านนบี ปฏิบัติตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด นำอิสลามไปเผยแผ่ทั่วโลก นำแสงสว่างของอัลลอฮฺที่ได้ศึกษาในสถานบันแห่งอีหม่านของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กระจายไปทั่วโลก แต่เรื่องที่สองที่ท่านกำลังรอคอยจะเห็นก็คือ

ثُمَّ حَدَّثَنَا عَنْ رَفْعِ الْأَمَانَةِ فَقَالَ يَنَامُ الرَّجُلُ النَّوْمَةَ فَتُقْبَضُ الْأَمَانَةُ مِنْ قَلْبِهِ فَيَظَلُّ أَثَرُهَا مِثْلَ الْوَكْتِ

แล้วท่านนบีก็เล่าถึงการที่อะมานะฮฺจะถูกยกขึ้นไป (ไม่เหลืออะมานะฮฺอีกบนโลกใบนี้) เปรียบเสมือนบุคคลหนึ่งที่จะนอนหลับแล้วอะมานะฮฺก็จะถูกยึดไปจากหัวใจของเขา แล้วมันจะทิ้งแผลเล็กๆ เอาไว้

ثُمَّ يَنَامُ نَوْمَةً فَتُقْبَضُ الْأَمَانَةُ مِنْ قَلْبِهِ فَيَظَلُّ أَثَرُهَا مِثْلَ أَثَرِ الْمَجْلِ

แล้วเขาก็จะนอนหลับอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นอะมานะฮฺก็จะถูกยึดไปจากหัวใจของเขาอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งแผลใหญ่ๆ เอาไว้

 كَجَمْرٍ دَحْرَجْتَهُ عَلَى رِجْلِكَ فَنَفَطَتْ فَتَرَاهُ مُنْتَبِرًا وَلَيْسَ فِيهِ شَيْءٌ

เปรียบเสมือนเข็มร้อนที่ตกบนขาของเราและทำให้เกิดอาการพอง (เราจะเห็นผิวบวมขึ้น มีน้ำอยู่ภายใน นี่คือลักษณะของบุคคลที่ภายนอกของเขาเหมือนมีอีหม่านแต่หัวใจของเขานั้นไม่มีอะมานะฮฺ)

فَيُصْبِحُ النَّاسُ يَتَبَايَعُونَ لَا يَكَادُ أَحَدُهُمْ يُؤَدِّي الْأَمَانَةَ حَتَّى يُقَالَ إِنَّ فِي بَنِي فُلَانٍ رَجُلًا أَمِينًا

จนกระทั่งมนุษย์ในสังคมจะซื้อขายกันชนิดที่เกือบจะไม่มีใครทำมันด้วยอะมานะฮฺเลย เต็มไปด้วยการทรยศ ทุจริต ปราศจากอะมานะฮฺ ไม่มีความซื่อสัตย์ จนกระทั่งผู้คนจะเรียกร้องกันว่าหากพวกท่านต้องการพบคนที่มีอะมานะฮฺก็จงไปพบผู้คนที่นั่นที่นี่ บ่งชี้ว่าบุคคลที่มีอะมานะฮฺนั้นเป็นสิ่งหายาก

وَحَتَّى يُقَالَ لِلرَّجُلِ مَا أَجْلَدَهُ وَأَظْرَفَهُ وَأَعْقَلَهُ وَمَا فِي قَلْبِهِ مِثْقَالُ حَبَّةٍ مِنْ خَرْدَلٍ مِنْ إِيمَانٍ

จนกระทั่งในสังคมจะถูกกล่าวว่า คนเหล่านั้นช่างแข็งแรง น่ารัก มีสติปัญญา แต่หัวใจของพวกเขาไม่มีอีหม่านแม้เพียงเมล็ดเดียว

قَالَ وَلَقَدْ أَتَى عَلَيَّ زَمَانٌ وَمَا أُبَالِي أَيُّكُمْ بَايَعْتُ فِيهِ لَئِنْ كَانَ مُسْلِمًا لَيَرُدَّنَّهُ عَلَيَّ دِينُهُ

ในอดีตมื่อฉันซื้อขายกับใครฉันไม่สนใจว่าใครที่ฉันกำลังทำการค้าด้วย เพราะหากเขาเป็นมุสลิมแล้วฉันขัดแย้งกับเขา อีหม่านของเขาก็ยังทำให้ฉันอุ่นใจว่าสุดท้ายเขาจะต้องปฏิบัติตามความยุติธรรมที่มุสลิมพึงมี

وَلَئِنْ كَانَ يَهُودِيًّا أَوْ نَصْرَانِيًّا لَيَرُدَّنَّهُ عَلَيَّ سَاعِيهِ فَأَمَّا الْيَوْمَ فَمَا كُنْتُ لِأُبَايِعَ مِنْكُمْ إِلَّا فُلَانًا وَفُلَانًا

และแม้ว่าจะเป็นชาวคริสต์และยิว ก็ยังจะมีผู้ปกครองที่ยุติธรรมที่ปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลามอันจะนำความถูกต้องในความขัดแย้งระหว่างฉันกับพวกเขามา แต่วันนี้ฉันจะไม่ทำการค้ากับใครในหมู่พวกท่านนอกจากคนนั้นและคนนี้เท่านั้น เนื่องจากฉันไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว” (อัลบุคอรี)

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ ท่านหุซัยฟะฮฺได้เล่าถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในยุคของบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทั้งที่ยังพวกเขายังมีชีวิตอยู่ แต่ท่านหุซัยฟะฮฺก็ยังบอกว่าอะมานะฮฺได้ถูกยกกลับไปแล้ว ท่านกังวลในการที่สังคมขาดอะมานะฮฺ และหากว่าเรากลับมาดูสังคมของเราขณะนี้ ยุคที่อีหม่านกลายเป็นเสมือนเงินตราที่หายากหรือเป็นสินค้าที่ไปซื้อที่ไหนก็ไม่เจอ ไปหาที่ไหนก็ไม่พบ การขาดอะมานะฮฺกลายเป็นเรื่องที่อันตรายมากในสังคมของเรา

การที่มีอีหม่านมั่นคง จะกระตุ้นบรรดาผู้ศรัทธาให้มีความสุจริต มีอะมานะฮฺมีความสุจริต มีความสะอาดในการทำงาน ในการปฏิบัติศาสนกิจ ในการดำเนินชีวิตภายใต้ศีลธรรมและจริยธรรม ยืนหยัดบนหลักการ ไม่บิดพลิ้ว ไม่กระทำสิ่งที่จะกระทบอีหม่าน กระทบความเป็นมุสลิม

“ความอยากมีอยากได้” จะกระทบอีหม่าน อะมานะฮฺ ความเป็นมุสลิม และกระทบทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ฝากไว้ให้เรายืนหยัด รักษา อนุรักษ์ไว้นั้น หลักการของเรากำลังจะกระทบจากที่เราทำลายอะมานะฮฺ นี่เป็นเรื่องอันตราย

อะมานะฮฺจะถูกยึดอย่างเป็นขั้นตอน แผลเล็ก จากนั้นก็แผลใหญ่ อาจจะตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งไม่เหลืออะมานะฮฺอีกเลย ดังที่ท่านนบีเคยแจ้งว่า ยุคสุดท้ายมนุษย์จะนอนหลับเป็นมุอ์มินแต่ตื่นมาเป็นกาฟิร หรือตื่นเช้าเป็นมุอ์มินแต่พอจะถึงกลางคืนก็กลายเป็นกาฟิรไปเสียแล้ว สำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องรักษาอีหม่านให้มั่นคงเพื่อการยืนหยัดบนแนวทางที่ถูกต้องในชีวิตของเรา

อัสสลามุอลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ



 


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 30, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 
0
Your rating: None