อัลเกาะฎออฺและอัลเกาะดัร (สู่อีมานที่มั่นคง 28)

ผู้ศรัทธานั้นในชีวิตของเขาจะเป็นฤดูแห่งการทำอิบาดะฮฺอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาแห่งการสะสมผลบุญและอะมัลศอลิหฺเพื่อเป็นเสบียงในวันกิยามะฮฺ วันแห่งการตอบแทนที่เราจะไปพบอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา

เรากำลังพูดถึงการที่มุสลิมหรือมุอ์มินจะพบการการทดสอบหรือมุศีบะฮฺต่างๆ ที่เราจะเห็นได้เป็นปกติในชีวิตของเรา เพราะเราทำใจแล้วว่าชีวิตของเราจะไม่เป็นชีวิตที่มีแต่ความสุขอยู่เสมอ แต่ต้องมีการทดสอบ มีความยากลำบาก ความยากจน ความเจ็บป่วยและเรื่องราวที่จะทำให้เราไม่มีความสุขสบายในบางช่วงบางคราว

มื่อเราทำใจยอมรับตรงนี้แล้วเราก็ต้องทำใจอีกว่าการทดสอบต่างๆ มุศีบะฮฺต่างๆ หรือปัญหาต่างๆ ที่เราจะประสบในชีวิตของเราเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงกำหนด มุอ์มินเมื่อศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า เขาก็ต้องเข้าใจว่าจักรวาลนี้หรือโลกนี้นั้นอยู่ภายใต้อำนาจการดูแลและปกครองโดยพระผู้เป็นเจ้า คืออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ด้วยหิกมะฮฺ ด้วยความเหมาะสม ด้วยความถูกต้องอย่างยิ่งในการปกครองของพระองค์ นี่คือการศรัทธาในเรื่องอัลเกาะฎออ์และอัลเกาะดัร ที่เราเรียกว่าการศรัทธาในกฎสภาวะที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา กำหนด อันถือเป็นส่วนองค์ประกอบสำคัญสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาที่จะทำให้อีหม่านของเขามั่นคง

ในการประสบกับมุศีบะฮฺนั้นเราจะไม่สามารถอดทนได้ถ้าหากเราไม่มีอีหม่านต่ออัลเกาะฎออ์และอัลเกาะดัรอย่างมั่นคง ดังนั้นท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ในหะดีษที่บันทึกโดยอิมามมุสลิม รายงานว่า

มีชายคนหนึ่งที่มาจากอีกประเทศหนึ่งมาหาท่านอิบนุ อุมัร แล้วเล่าให้ท่านทราบว่า “มีกลุ่มชนหนึ่งไม่ยอมศรัทธาในกฎสภาวะของพระผู้เป็นเจ้า และพวกเขาอ้างว่าสิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นก่อน จากนั้นอัลลอฮฺจึงจะทรงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก่อนหน้าที่มันจะเกิดนั้นส่วนมากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา จะไม่ทรงรู้”

อิบนุ อุมัร จึงตอบว่า “จงประกาศให้พวกเขาทราบว่าฉันตัดความผูกพันกับพวกเขาอย่างเด็ดขาด ฉันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา และพวกเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกับฉัน จนกว่าพวกเขาจะศรัทธาต่ออัลเกาะฎออ์และอัลเกาะดัรทั้งในเรื่องดีและเรื่องร้าย”

การศรัทธาในกฎสภาวะของพระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของอีหม่านของเรา ความสำคัญตรงนี้จะปรากฏเมื่อเราประสบกับมุศีบะฮฺ กับความยากลำบาก กับความเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีปัญหาทางสุขภาพ คนที่ไม่มีอีหม่านในเรื่องนี้ หรือไม่มีความมั่นคงในความเชื่อต่อกฎสภาวะของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ย่อมจะมีความรู้สึกที่ไม่สอดคล้องกับอีหม่าน เช่น ไม่พอใจ รู้สึกไม่ยุติธรรม รู้สึกว่าคนอื่นได้รับในสิ่งที่ดีกว่าเขาและตนนั้นด้อยกว่าผู้อื่น ความรู้สึกเช่นนี้เกิดจากการที่ไม่ได้สร้างอีหม่านอันมั่นคงโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎสภาวะของอัลลอฮฺ

เรามักจะเห็นว่าผู้ที่อีหม่านในส่วนนี้ของเขาไม่มั่นคงนั้น หากว่าเขาเป็นคนยากจนเขาก็มักจะบ่นว่าทำไมตนเองถึงจน ทำไมถึงต้องลำบาก แต่คนอื่นรวย คนอื่นมีแต่ฉันไม่มี หรือคนที่ป่วยก็มักจะบ่นเหมือนกันเมื่อถูกถามว่าเป็นอย่างไร? แทนที่จะกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ – มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ” ยอมรับในสิ่งที่พระองค์กำหนดและกล่าวว่านั่นก็เป็นสิ่งที่เราต้องประสบกับบททดสอบบ้าง เราก็พยายามอดทน “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ” ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด แต่แทนที่พวกเขาจะพูดเช่นนี้ แทนที่จะกล่าวในสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ส่งเสริมให้กล่าว เช่น “อินนาลิลลาฮิวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน – แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺและแท้จริงเราต้องกลับไปสู่พระองค์” ซึ่งหมายถึงเราอยู่ภายใต้การปกครองและการกำหนดของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา จึงต้องมีความพอใจอย่างเต็มที่ต่อสิ่งนั้นที่ถูกกำหนดให้เกิดขึ้นกับเรา แทนที่จะพูดคำกล่าวที่จะบ่งบอกถึงอีหม่านที่มั่นคงของเรา แต่บางคนกลับบ่นหรือพูดคำพูดที่คัดค้านกับอีหม่านและการที่เราพอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด

เมื่อครั้งที่ท่านอิมามอะหฺมัด อิบนุ หันบัล ป่วยจนต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดตามธรรมชาติที่มนุษย์ทั่วไปจะแสดงออก ลูกศิษย์ของท่านจึงเตือนท่านว่า “โอ้อิมามท่านมิทราบหรือว่าการที่ท่านจะออกเสียงเช่นนี้มันก็จะถูกบันทึกในสมุดการงานของท่านเช่นกัน” เพราะในดุนยานี้ทุกสิ่งจะถูกบันทึก ดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

﴿ مَّا يَلۡفِظُ مِن قَوۡلٍ إِلَّا لَدَيۡهِ رَقِيبٌ عَتِيدٞ ١٨ ﴾ [ق: ١٨]  

“ไม่มีสิ่งใดที่จะออกจากปากของมนุษย์เว้นแต่มันจะถูกบันทึกด้วยเราะกีบและอะตีด (หมายถึงมลาอิกะฮฺสำหรับบันทึกการงานที่ดีซึ่งอยู่ด้านขวา และการงานที่ชั่วซึ่งอยู่ด้านซ้าย)” (ก็อฟ : ๑๘)

จากนั้นท่านอิมามก็หยุดการส่งเสียงโอดโอยในทันที นี่คือคำแนะนำจากบรรพชนยุคแรกที่ให้พูดหรือกล่าวในสิ่งที่มันจะส่งผลดีงามต่ออนาคตของเรา และถูกบันทึกในสมุดบันทึกการงานที่ดีของเราว่าเรายืนหยัดบนหลักการเมื่อเราประสบมุศีบะฮฺ

ปัญหาต่างๆ ที่เราจะประสบทั้งเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม มุสลิมหรือมุอ์มินก็จะอดทนในปัญหาส่วนตัวของเขา แต่หากเป็นปัญหาส่วนรวม “มุศีบะฮฺ อามมะฮฺ” หรือ “บะลาอ์” ที่จะประสบกับสังคมโดยทั่วไปก็จะเป็นมุศีบะฮฺที่ยากลำบาก การจะอดทนเพื่อผ่านพ้นไปได้นั้นต้องการอีหม่านที่มั่นคงจากคนทั้งสังคม นั่นคือสิ่งที่เราต้องพยายามศึกษากันเพื่อแสวงหาวิถีทางที่จะเผชิญกับมุศีบะฮฺโดยที่เรายังสามารถยืนยันบนหลักการทั้งบททดสอบส่วนตัวและส่วนรวม เราก็ต้องมีเสบียงแห่งอีหม่านที่มั่นคง

ขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ให้เรานั้นมีศักยภาพ มีความสามารถ ในการที่จะเผชิญกับมุศีบะฮฺด้วยความอดทนและอีหม่านที่มั่นคง

 


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 28, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮ

0
Your rating: None