อีมานกับการวางตัวเป็นกลาง (สู่อีมานที่มั่นคง 24)

พี่น้องที่มีอีหม่านที่เคารพทั้งหลายครับ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงใช้ให้มุอ์มินีนนั้นได้ยึดมั่นในอีหม่าน, สัจธรรมและความถูกต้อง เพราะนี่คือแนวทางอันถูกต้องและเที่ยงตรงที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาทรงใช้ให้เรายึดมั่น เป็นหนทางที่ศาสนาอิสลามเรียกว่า “หนทางที่เป็นกลาง” เป็นคุณลักษณะของประชาชาติอิสลามที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

﴿ وَكَذَٰلِكَ جَعَلۡنَٰكُمۡ أُمَّةٗ وَسَطٗا لِّتَكُونُواْ شُهَدَآءَ عَلَى ٱلنَّاسِ وَيَكُونَ ٱلرَّسُولُ عَلَيۡكُمۡ شَهِيدٗاۗ ... ١٤٣ ﴾ [البقرة: ١٤٣]  

ความว่า “และเราได้ทำให้พวกเจ้าเป็นประชาชาติกลาง เพื่อพวกท่านจะได้เป็นพยานแก่คนอื่น และให้นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นพยานแก่พวกท่าน” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 143)

การที่ประชาชาติอิสลามนั้นเป็นกลาง หมายถึง เป็นประชาชาติที่ยึดมั่นในความถูกต้อง ยึดมั่นในพระมหาคัมภีร์ที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า ยึดมั่นในสัจธรรมที่มาจากพระองค์อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา

การที่มุอ์มินนั้นเป็นกลาง หมายถึง มุอ์มินต้องเข้าใจว่าอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ใช้ให้เขากระทำอะไร และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ใช้ให้เขาทำตัวอย่างไรต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าบางกรณีเกิดขึ้นแล้วเขาวางตัวเป็นกลางโดยไม่นำหลักการศาสนาอิสลามมาปฏิบัติ ยืนอยู่ในหนทางที่ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในกรณีหนึ่งกรณีใด ทั้งที่สัจธรรม ความจริงและความยุติธรรมนั้นอยู่ในฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ก็จะถือว่าการวางตัวเป็นกลางแบบนี้ เป็นการไม่ยอมรับในสัจธรรมหรือความจริง

ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

(( انْصُرْ أَخَاكَ ظَالِمًا أَوْ مَظْلُومًا فَقَالَ رَجُلٌ يَا رَسُولَ اللَّهِ أَنْصُرُهُ إِذَا كَانَ مَظْلُومًا أَفَرَأَيْتَ إِذَا كَانَ ظَالِمًا كَيْفَ أَنْصُرُهُ قَالَ تَحْجُزُهُ أَوْ تَمْنَعُهُ مِنْ الظُّلْمِ فَإِنَّ ذَلِكَ نَصْرُهُ )) رواه البخاري

ความว่า “จงช่วยเหลือพี่น้องของท่านแม้ว่าเขาจะเป็นผู้อธรรมหรือผู้ถูกอธรรมก็ตาม เศาะหาบะฮฺท่านหนึ่งถามท่านนบีว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ การช่วยเหลือผู้ถูกอธรรมนั้นเราเข้าใจ แต่การช่วยเหลือผู้อธรรมนั้นเป็นอย่างไรครับ ? ท่านนบีจึงตอบว่า ท่านจงขัดขวางหรือยับยั้งเขาจากการอธรรม นั่นแหละคือการช่วยเหลือเขา” (บันทึกโดยอัล-บุคอรี)

    ศาสนาอิสลามต้องการให้มุอ์มินนั้นยึดมั่นในสัจธรรมด้วยการวางตัวเป็นกลางกับสัจธรรม มิใช่ว่างตัวเป็นกลางระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ และการที่เราจะสร้างอีหม่านที่มั่นคงนั้นก็หมายถึงการที่เราต้องสนับสนุนสัจธรรม สนับสนุนในสิ่งที่เป็นความจริง เปรียบเสมือนศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง กับศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ถูกต้อง หากมีมุอ์มินหรือมุสลิมมาอ้างว่า “ฉันจะวางตัวเป็นกลางระหว่างศาสนาเหล่านี้” อันหมายถึงการที่เขาจะปลีกตัวออกจากศาสนาอิสลามโดยสิ้นเชิง

การที่จะมีลักษณะที่เป็นกลางระหว่างสัจธรรมกับความเท็จนั้นในอัล-กุรอานระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นลักษณะของบรรดามุนาฟิกีนซึ่งอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา กล่าวไว้ในสูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ว่า

﴿ ... لَآ إِلَىٰ هَٰٓؤُلَآءِ وَلَآ إِلَىٰ هَٰٓؤُلَآءِۚ ... ١٤٣ ﴾ [النساء : ١٤٣]  

ความว่า “บรรดามุนาฟิกีนนั้นจะไม่อยู่กับพวกนั้น และก็จะไม่อยู่กับอีกพวกหนึ่งด้วย” (อัน-นิสาอ์ : 143)

    หมายถึงพวกเขาจะวางตัวเป็นกลางระหว่างบรรดามุสลิมกับกุฟฟาร พวกเขามิได้เป็นมุสลิมเนื่องจากพวกเขาเพียงแสดงตัวเป็นมุสลิมเท่านั้นแต่ในจิตใจของพวกเขาเป็นกาฟิร และพวกเขาก็มิได้เป็นกาฟิรอันเนื่องมาจากการแสดงตัวเป็นมุสลิมโดยที่ในจิตใจเป็นกาฟิร อันเป็นสภาพที่ไม่ชัดเจน ต่างจากมุสลิมที่เป็นผู้ศรัทธาทั้งภายในและการแสดงตนภายนอกและมิได้ประกาศความกุฟรฺ (การปฏิเสธ) ทั้งภายในและภายนอก แต่พวกมุนาฟิกนั้นจะเป็นกลางระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ ระหว่างกุฟรฺและอีหม่าน ส่วนมุอ์มินนั้นเมื่อเขาพูดว่า “ฉันจะวางตัวเป็นกลาง” จะหมายถึงการนำตัวเองตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งสัจธรรม จะอยู่กับความจริง อยู่กับคำสั่งสอนแห่งศาสนา แห่งหลักการอัล-อิสลาม นั่นคือการวางตัวเป็นกลางดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา สั่งใช้ให้ประชาชาติอิสลามปฏิบัติ

    พี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลายครับ ในชีวิตของเราจะประสบปัญหาหลายเรื่องหลายอย่างซึ่งเราจะต้องยึดมั่นในหลักการในสัจธรรมที่มากับศาสนาอิสลาม นี่คือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติและต้องพยายามทำความเข้าใจว่าหลักการอิสลามนั้นคือสัจธรรม, ความยุติธรรม, ความสมบูรณ์และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีสิ่งที่จะเรียกว่าความยุติธรรมและความถูกต้องใดๆ ที่เหนือกว่าหลักการศาสนาอิสลาม ตราบใดที่เราเห็นว่าอารมณ์ ความรู้สึก ประเพณี หรือสิ่งที่เป็นกระแสสังคม หรือสิ่งอื่นที่เราเชื่อมั่น ให้ความสำคัญหรือนับถือนอกไปจากหลักการศาสนาอิสลามนั้น ก็แสดงว่าอีหม่านของเราที่มีต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และหลักการที่มีจากพระผู้เป็นเจ้าของเรานั้นเป็นอีหม่านที่อ่อนด้อย ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง

    อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ให้คุณลักษณะของบรรดามุอ์มินีนที่มีอีหม่านที่มั่นคงโดยตรัสว่า

﴿ إِنَّمَا كَانَ قَوۡلَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ إِذَا دُعُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ لِيَحۡكُمَ بَيۡنَهُمۡ أَن يَقُولُواْ سَمِعۡنَا وَأَطَعۡنَاۚ ... ٥١ ﴾ [النور : ٥١]  

ความว่า “แท้จริงบรรดามุอ์มินีนนั้นเมื่อพวกเขาถูกเรียกร้องไปสู่ (หลักการของ) อัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์เพื่อให้ตัดสินระหว่างพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า เราได้ยินแล้วและเราเชื่อฟังแล้ว” (อัน-นูร : 51)

การเชื่อฟังและปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลาม นำหลักการศาสนามาปฏิบัติในชีวิตตนเองและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงนั้นคือการวางตัวเป็นกลางที่แท้จริง เป็นความยุติธรรม เป็นหนทางที่เที่ยงธรรมและเที่ยงตรงที่เราเรียกว่า “อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีม” ประชาชาติอิสลามจะเป็นมาตรฐานแห่งสัจธรรม กล่าวคือ ใครก็ตามที่อยากจะรู้ว่าเขาจริงหรือไม่จริงนั้นก็ต้องกลับมาสู่อิสลาม กลับมาสู่มาตรฐานของอิสลามที่ปรากฏอยู่ในหมู่มุสลิมว่าเขายึดในสัจธรรมตามมุสลิมหรือเปล่า นั่นคือพระดำรัสของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในอายะฮฺที่กล่าวไว้ว่า

﴿ ...لِّتَكُونُواْ شُهَدَآءَ عَلَى ٱلنَّاسِ... ١٤٣ ﴾ [البقرة: ١٤٣]  

ความว่า “(เราได้ทำให้พวกเจ้าเป็นประชาชาติกลาง) เพื่อพวกท่านจะได้เป็นพยานแก่คนอื่น...” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 143)

﴿ وَيَكُونَ ٱلرَّسُولُ عَلَيۡكُمۡ شَهِيدٗاۗ ... ١٤٣ ﴾ [البقرة: ١٤٣]  

ความว่า “...และเพื่อให้นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นพยานแก่พวกท่าน” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 143)

    เป็นพยานในการที่เรายึดมั่นในสุนนะฮฺ ในแนวทางอันเที่ยงตรงของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และการที่เรายึดมั่นในหลักการศาสนาที่มาจากท่านนบีนั้นเป็นลักษณะที่จะบอกว่าเราเป็นมุสลิมที่แท้จริง เป็นมุอ์มินที่มีอีหม่านอันมั่นคง และตราบใดที่เราอยู่ห่างจากแนวทางของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็จะถือว่าเราไม่เป็นกลาง ไม่อยู่ในลักษณะของศาสนาอันเที่ยงธรรมและเที่ยงตรง เพราะอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ตรัสถึงแนวทางของท่านนบีว่าเป็น “อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีม” ซึ่งมีปรากฏในอายะฮฺที่ว่า

﴿... وَإِنَّكَ لَتَهۡدِيٓ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٥٢ ﴾ [الشورى: ٥٢]  

ความว่า “และแท้จริงเจ้า (มุฮัมมัด) เป็นผู้ชี้แนะไปสู่แนวทางอันเที่ยงตรง” (อัช-ชูรอ : 52)

อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีม นั้นคือทางอันเที่ยงตรงแห่งพระผู้เป็นเจ้าดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿ وَأَنَّ هَٰذَا صِرَٰطِي مُسۡتَقِيمٗا فَٱتَّبِعُوهُۖ وَلَا تَتَّبِعُواْ ٱلسُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمۡ عَن سَبِيلِهِۦۚ ... ١٥٣ ﴾ [الانعام: ١٥٣]  

ความว่า “แท้จริงนั้นทางอันเที่ยงตรงของฉันก็คือทางเหล่านี้ และพวกท่านทั้งหลายจงอย่าปฏิบัติตามแนวทางอื่นๆ ที่มิใช่แนวทางของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา อันจะทำให้พวกท่านทั้งหลายหลงไปจากทางของพระองค์” (อัล-อันอาม : 153)

    นี่ก็เป็นหลักฐานอันชัดแจ้งว่า อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีมของอัลลอฮฺนั้นก็คืออัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีมของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งหากมุอ์มินอยากจะยึดมั่นในแนวทางอันเที่ยงธรรมแห่งพระผู้เป็นเจ้านี้ก็จะเป็นต้องยึดมั่นในแนวทางของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อันเป็นแนวทางที่เที่ยงธรรมและเป็นกลางในศาสนาอิสลาม ทุกคนต้องพยายามแสวงหา ศึกษาและติดตามลักษณะของแนวทางเหล่านี้ ชีวิตของเขาที่ทุ่มเทและหมดไปกับการศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จะไม่ถือว่าเป็นชีวิตที่สูญเปล่าหรือสิ้นเปลือง แต่กลับมีคุณค่าด้วยการยึดมั่น ยืนหยัดในแนวที่เป็นธรรมและเป็นกลางแห่งศาสนาอัล-อิสลาม

 


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 24, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮฺ

0
Your rating: None