การศรัทธาต่อพระนามของอัลลอฮฺ อัล-เกาะดีร (القَدِيرُ)

อีหม่านที่มั่นคงตอนที่ ๑๑ การศรัทธาต่อพระนามของอัลลอฮฺ อัล-เกาะดีร (القَدِيرُ)
 
ส่วนหนึ่งจากอีหม่านที่มั่นคงที่เราต้องมีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเรานั้นคือเราต้องมีความสมบูรณ์ในความศรัทธาต่อพระคุณลักษณะต่างๆ ของอัลลอฮฺ อันจะส่งผลให้คำพูดและการกระทำของเราสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เรากำลังพบเห็นในโลกใบนี้
 
มีอะไรที่เราต้องปรับปรุงในอีหม่านของเราเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ต่อสถานการณ์ต่างๆ ในโลกใบนี้ ให้ตระหนักในความศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า สิ่งที่เราเห็นในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ว่าผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่มีความสามารถ ผู้ที่มีบารมี หรือประเทศมหาอำนาจที่กำลังอธรรมคนอื่น หรือบุคคลหรือจะเป็นประเทศใดก็ตามที่กำลังใช้อำนาจของเขาในการยึดทรัพย์สินผู้อื่น ยึดทรัพยากรของประเทศอื่นๆ นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราอาจจะสงสัยว่าทำไมความยุติธรรมจึงไม่ปรากฏในโลกนี้ เหตุใดอัลลอฮฺจึงปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นหรือประเทศนั้นอยู่ในสภาพที่อธรรมต่อผู้อื่นโดยที่ไม่มีการจัดการสถานการณ์ให้ในโลกนี้อยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง 
 
สิ่งที่เราต้องปรับความเข้าใจตรงนี้ อันเกี่ยวข้องกับอีหม่านที่มั่นคงของเรานั้นเป็นหน้าที่ของเราและผู้ศรัทธาทุกคนที่ต้องพยายามให้ความเชื่อในจิตใจของเขานั้นสอดคล้องกับมุมมองของศาสนาอิสลาม เราต้องเชื่อว่าอัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา ทรงมีความสามารถในการปราบปรามคนชั่ว ในการที่จะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ให้ถูกต้อง อัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา มีพระนามว่า (القَدِيرُ) อัล-เกาะดีร ซึ่งหมายถึงพระผู้ทรงอำนาจ ซึ่งส่งผลให้เราต้องเชื่อในพระบรมเดชานุภาพของอัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา อันจะทำให้อีหม่านของเรานั้นมีความมั่นคง มีความเชื่อ มีความตระหนักในอนาคตของประชาชาติอิสลาม
 
ตราบใดที่เราอีหม่านว่าคนหนึ่งคนใดหรือแหล่งหนึ่งแหล่งใดจะมีอำนาจเหนือกว่าอัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา นั้นแสดงว่าอีหม่านของเรานั้นอยู่ลักษณะที่ค่อนข้างจะอ่อนแอแล้ว หรือไม่สมบูรณ์แล้ว หรืออาจจะอยู่ในลักษณะที่ปฏิเสธคุณลักษณะของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว 
 
อัลลอฮฺทรงยืนยันต่อเดชานุภาพของพระองค์เองมากมายในอัลกุรอาน คุณลักษณะของอัลลอฮฺ โดยเฉพาะพระนามอัล-เกาะดีร นั้นเป็นสิ่งที่ถูกระบุในอัลกุรอานหลายสิบครั้ง ซึ่งเป็นการยืนยันจากพระองค์ว่าไม่มีใครจำมีอำนาจเหนือพระองค์อย่างแน่นอน เช่นที่พระองค์ตรัสไว้ในสูเราะฮฺอัล-อะหฺกอฟ ว่า
 
وَمَن لَّا يُجِبْ دَاعِيَ اللَّـهِ فَلَيْسَ بِمُعْجِزٍ فِي الْأَرْضِ ﴿الأحقاف : ٣٢﴾
“และใครก็ตามที่จะไม่ตอบรับคำเรียกร้อง คำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา เขาก็จะไม่ทำให้พระเดชานุภาพของอัลลอฮฺต้องสิ้นหายไปจากโลกนี้แต่อย่างใด”
 
และในสูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ อัลลอฮฺตรัสว่า
وَإِن تَوَلَّيْتُمْ فَاعْلَمُوا أَنَّكُمْ غَيْرُ مُعْجِزِي اللَّـهِ ﴿التوبة : ٣﴾
“และถ้าหากว่าพวกเจ้าผินหลังให้อัลลอฮฺ ก็พึงทราบเถิดว่าพวกเจ้าจะไม่สามารถทำให้พระอำนาจของอัลลอฮฺหมดลงไป”
 
และในสูเราะฮฺ อัล-อันอาม อัลลอฮฺตรัสว่า
إِنَّ مَا تُوعَدُونَ لَآتٍ ۖ وَمَا أَنتُم بِمُعْجِزِينَ ﴿الأنعام : ١٣٤﴾
“แท้จริงนั้น สิ่งที่พวกท่านได้ถูกสัญญาเอาไว้แล้ว มันจะมาอย่างแน่นอน สิ่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา สัญญาว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างเช่นพระอำนาจของอัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา สัญญาว่าเราจะต้องเห็น มันก็ต้องปรากฏอย่างแน่นอน และพวกท่านก็อย่าคิดว่าพวกท่านจะรอดพ้นจากอัลลอฮฺไปได้”
 
และในสูเราะฮฺยูนุส อัลลอฮฺตรัสว่า
قُلْ إِي وَرَبِّي إِنَّهُ لَحَقٌّ ۖ وَمَا أَنتُم بِمُعْجِزِينَ ﴿يونس : ٥٣﴾ 
“จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด สิ่งที่พวกท่านจะต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺนั้นเป็นเรื่องที่เป็นความจริง เป็นสัจธรรม และพวกท่านจะไม่สามารถทำให้อำนาจของอัลลอฮฺสิ้นสุดได้”
 
และในสูเราะฮฺอัน-นูร อัลลอฮฺตรัสว่า
لَا تَحْسَبَنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا مُعْجِزِينَ فِي الْأَرْضِ وَمَأْوَاهُمُ النَّارُ ﴿النور: ٥٧﴾ 
“และเจ้าจงอย่าสงสัยหรือคาดว่าบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺนั้นจะทำให้พระองค์หมดความสามารถในการต่อสู้ต่อกับพวกเหล่านั้นและนรกนั้นจะเป็นที่พำนักของพวกเขาอย่างแน่นอน”
 
พี่น้องทุกท่านครับ ในโลกนี้ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ที่เราได้ศึกษา เราได้เห็นว่าบุคคลที่เคยมีอำนาจบารมี เคยอธรรมต่อผู้อื่น แม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจที่เคยยึดครองอีกหลายประเทศนั้น เราได้เห็นว่าทุกอำนาจที่อยู่ในกรอบแห่งการดูแลของพระองค์นั้น ก็ต้องถูกจัดการอย่างยุติธรรมในโลกนี้
 
ผมจะเล่าถึงอำนาจของประเทศที่เคยถูกใช้อย่างอยุติธรรมเช่นในประเทศโรมันและเปอร์เซีย ซึ่งโรมันเคยยึดครองอาหรับทั้งมวลและอีกหลายประเทศเช่นอิตาลี จนถึงซีเรีย จนถึงอียิปต์ แต่บรรดามุสลิมีนที่ลุกมาต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ เผยแผ่สัจธรรมของพระผู้เป็นเจ้านั้นสามารถที่จะยับยั้งและยุติความอยุติธรรมของประเทศมหาอำนาจดังกล่าวในอดีต
 
บรรดามุสลิมีนสามารถจะประกาศพระอำนาจของอัลลอฮฺว่าเหนือกว่าอำนาจอื่นใดทั้งสิ้น และบุคคลที่เคยมีอำนาจและอธรรมผู้อื่น สุดท้ายก็ต้องถึงเวลาที่ถูกอธรรมหรือไม่อำนาจของเขาก็ต้องหมดไป นั่นคือธรรมชาติในโลกดุนยานี้
 
มีบทกลอนที่ชาวอาหรับกล่าวไว้ว่า
حُكمُ المَنِيَّةِ في البَرِيَّةِ جاري  ما هَذِهِ الدُنيا بِدَارِ قَرَار
อันมีใจความว่า “พระบัญชาของอัลลอฮฺต่อโลกนี้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องประสบกับความหายนะ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมุ่งสู่ความตายและการสิ้นสุด นั่นเป็นสิ่งที่จะต้องปรากฏในโลกดุนยานี้อย่างแน่นอน” 
 
เราต้องเชื่อว่าดุนยานี้ไม่ใช่โลกที่จะไว้ใจได้ ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังเห็นและปรากฏในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจที่กำลังแสดงพลังและอธรรมต่อผู้อื่นโดยที่คิดว่าจะไม่มีใครสามารถคัดค้านหรือยับยั้งพวกเขาได้ อยากทำอะไรก็ทำเอง อยากปราบปรามคนอื่นก็ปราบปรามเอง โดยไม่มีมาตรการ ไม่มีมาตรฐานการในปฏิบัติการด้วยความยุติธรรม 
เราอย่าเชื่อว่าพวกเขาจะรอดพ้นจากการจัดการของพระผู้เป็นเจ้าไปได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครกล้ามาค้านการกระทำของพวกเขาในปัจจุบันนี้ แต่ต้องมีสักวันหนึ่ง สักช่วงหนึ่งที่ต้องปรากฏพระอำนาจของอัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตาอาลา เข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ 
 
มีคำพูดที่บรรดาผู้ศรัทธามักจะกล่าวในทุกกรณีที่พบเห็นบุคคลที่มีความอธรรมกำลังแสดงพลังของเขาโดยที่คิดว่าไม่มีใครที่จะค้านหรือห้ามเขาได้ บรรดาผู้ศรัทธาจะกล่าวว่า
إِنَّ اللهَ يُمْهِلُ وَلَا يُهْمِلُ
หมายความว่า อัลลอฮฺจะทรงเปิดโอกาสแต่จะไม่ปล่อย อัลลอฮฺจะเปิดโอกาสให้ผู้อธรรมนั้นได้สำนึก ให้เตาบะฮฺ ให้กลับเนื้อกลับตัว เปิดโอกาสให้รำลึกถึงพระเดชานุภาพของอัลลอฮฺที่มีเหนืออำนาจของพวกเขาที่กำลังใช้ในการอธรรม อำนาจที่นึกว่าเป็นอำนาจส่วนตัว หรืออำนาจที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง แต่ยังไม่เชื่อว่ามีอำนาจที่เหนือกว่าอำนาจของเขา มีบารมีของอัลลอฮฺที่จะสามารถยับยั้งและขัดขวางบารมีและอำนาจของพวกเขา นั่นคือสิ่งที่เราต้องพยายามตระหนักและเชื่อมั่น อย่านึกว่าผู้อธรรมจะรอดในดุนยานี้
 
บรรดาซอลิม หรือผู้อธรรมนั้นมักจะอยู่ในสภาพที่เย่อหยิ่งแต่สุดท้ายอัลลอฮฺก็ต้องจัดการบรรดาซอลิมีน ผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อเดชานุภาพของอัลลอฮฺ ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่าบรรดาผู้ที่ถูกอธรรมนั้นอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ไม่มีคนช่วยเหลือ พี่น้องของเราถูกปิดล้อมในทุกสถานที่ ไม่มีคนที่พวกเขาจะพึ่งพาได้แล้ว ไม่มีประเทศใดที่พวกเขาจะขอความช่วยเหลือ แต่แน่นอนว่าแม้ว่ามุสลิมจะไม่มีความสามารถ หรือจะไม่มีใครมาช่วยเหลือพวกเขา แน่นอนว่าหากเขามุ่งสู่อัลลอฮฺ ผินหน้าไปสู่กิบละฮฺ หรือยกศีรษะไปสู่ฟากฟ้า ยกมือขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ ด้วยความศรัทธาในพระอำนาจ ในพระเดชานุภาพของพระองค์ โดยพวกเขากล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺ เราขอความช่วยเหลือจากพระองค์ด้วยเถิด ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือฉันเถิด” นั่นย่อมเป็นคำวิงวอน เป็นดุอาอ์ที่จะต้องถูกตอบรับจากอัลลอฮฺอย่างแน่นอน
 
ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถจะทำได้ ก็คือประกาศสัจธรรม ช่วยเหลือบรรดาผู้ถูกอธรรม ทำหน้าที่ในการปราบปรามความชั่วเพื่อให้สัจธรรมความจริงนั้นปรากฏในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถจะทำได้เราก็ต้องทำ ถ้าหมดหน้าที่ตรงนี้แล้วเราก็ต้องยกมือขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺให้ทรงช่วยเหลือผู้ถูกอธรรม ให้ปราบปรามผู้อธรรมนั่นคือสิ่งที่พวกเรานั้นต้องพยายามปฏิบัติเพื่อให้อีหม่านของพวกเรานั้นอยู่ในความมั่นคงอยู่เสมอ
 
อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า
وَإِنِ اسْتَنصَرُوكُمْ فِي الدِّينِ فَعَلَيْكُمُ النَّصْرُ ﴿٧٢﴾ 
“หากว่าพวกเขาได้ขอความช่วยเหลือจากพวกเจ้าในเรื่องศาสนา พวกเจ้าทั้งหลายจงช่วยเหลือพวกเขา” 
 
ขอพระองค์อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา จงช่วยเหลือพี่น้องของเราที่ถูกล้อมในทุกประเทศที่ถูกอธรรม ขอพระองค์ทรงปราบปรามผู้ที่ใช้อำนาจของเขาในหนทางที่อยุติธรรม อามีน

เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 11, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮฺ

 
 
 
0
Your rating: None