ความหมายของ “อัลลอฮฺ” (สู่อีมานที่มั่นคง 5)

กะลีมะฮฺ 1 (การกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลอฮฺ มุฮัมมัด เราะสูลุลลอฮฺ”) : ความหมายของ “อัลลอฮฺ”
 
อีหม่านของบรรดาผู้ศรัทธา(ตามอะกีดะฮฺที่เราต้องเชื่อมั่น ) เป็นอีหม่านที่เพิ่มขึ้นได้และลดลงได้  ดั่งที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้
لِيَزْدَادُوا إِيمَانًا مَّعَ إِيمَانِهِمْ  -  “เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้น เพิ่มเติมอีหม่าน ด้วยอีหม่านที่เขามีอยู่แล้ว” (ซูเราะฮฺอัลฟัตหฺ)
 
นั่นบ่งบอกว่า อีหม่านของมนุษย์นั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้และลดลงได้  อันเป็นอะกีดะฮฺ(หลักศรัทธา)ที่ชาวอะฮฺลุสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ ยึดมั่นและเผยแผ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีผลกระทบมากมายในชีวิตของมุอฺมิน  การดำเนินชีวิตของเราตลอดชีวิตก็คือ การสะสมอะมั้ล (การกระทำ)ที่ดีงาม อันเป็นการกระทำที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงโปรด การสะสมการกระทำต่างๆในดุนยา ในโลกนี้ เพื่อนำไปสู่วันอาคิเราะฮฺ แสดงว่าเป้าหมายของชีวิตของเรานั้นก็คือการที่เราจะต้องพบกับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  พร้อมด้วยความประพฤติที่ดีงามและนั่นคือการเพิ่มเติมอีหม่านที่เราต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในชีวิตของเรา 
 
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แจ้งว่า อีหม่านของบ่าวของอัลลอฮฺนั้น มีมากกว่า 60 ตำแหน่ง ตำแหน่งที่สูงสุดของอีหม่านนั้นก็คือ กะลีเมาะฮฺ คือ การกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลอฮฺ มุฮัมมัด เราะสูลุลลอฮฺ” เรื่องที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือ การกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัด เราะสุลลุลลอฮฺ” ซึ่งเราทราบกันดีว่า เป็นคำกล่าวที่มีความสำคัญ อย่างมากมายในชีวิตของเรา 
 
การกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” เป็นสาเหตุที่จะทำให้มนุษย์นั้นเข้าสู่อิสลาม ความเป็นมุสลิมขึ้นอยู่กับการกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” การจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” การที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า
" من قال لا إله إلا الله خالصاً من قلبه دخل الجنة "
ความหมาย  “บุคคลที่กล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เขาจะเข้าสวรรค์อย่างแน่นอน” 
 
และ ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยืนยันว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะปกป้องมุสลิมให้อยู่ในความปลอดภัย นอกจาก การกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัดุร-เราะสุลุลลอฮฺ” ดังหะดีษบทหนึ่ง ที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : ' أُمِرْتُ أن أقاتِل الناسَ حتى يَشهدُوا أن لا إله إلا الله ، أنَّ محمداً رسولُ الله
 “ ฉันถูกสั่งใช้ให้ต่อต้านมนุษย์ทั้งหลาย จนกระทั่งมุนษย์คนนั้นกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” และเชื่อว่า ฉันเป็นศาสนทูตของพระองค์”  อันเป็นหลักฐานที่ยืนยันความสำคัญของ “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” 
 
และคำสั่งในอัลกุรอ่านต่อท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในเรื่องนี้ อัลลอฮฺ ซูบฮานะฮูวะตะอะลาทรงตรัสว่า
﴿ فَاعْلَمْ أَنَّهُ لَا إِلَـٰهَ إِلَّا اللَّـهُ ﴾
 “ โอ้มุฮัมมัด จงทราบเถิด (จงประกาศหรือจงสอนประชาชาติทั้งหลายว่า)  ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” (ซูเราะฮฺมุฮัมมัด) 
หมายถึง จงทราบ จงศึกษา จงรู้ว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ซูบฮานะฮูวะตะอะลา” นั่นคือความสำคัญของ “ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” จนท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมถือว่า คนใดกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” เป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเขาอยู่ในความปลอดภัย ในลักษณะที่ศาสนาจะรับประกันอย่างแน่นอน 
 
แต่เราต้องศึกษาว่า คำกล่าวกะลีเมาะฮฺหรือการกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัด เราะสูลุลลอฮฺ” เป็นการประกาศความเป็นมุสลิมของเราให้สังคมรับทราบ มีเงื่อนไขหลายประการที่เราต้องศึกษาและปฏิบัติ การยืนหยัดในคำกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัด เราะสุลลุลลอฮฺ” ต้องใช้ความเข้าใจ เพราะบางคนกล่าวคำเหล่านี้ โดยที่ไม่มีความเข้าใจ จึงทำให้ภาคปฏิบัติของเขานั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจที่ผิดพลาด
 
ความหมายของ "อัลลอฮฺ"
 
คำว่า “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” หมายถึงว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ ซูบฮานะฮูวะตะอะลา นั่นเป็นความหมายที่เรารู้จักกันดี แต่ความหมายลึกซึ้งที่อยากจะให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงในอีหม่านของเรานั้นก็คือคำว่า “พระเจ้า” เพราะว่าหากเราเชื่อว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้น เราต้องรู้หน้าที่ของเราต่อพระเจ้าดังกล่าว 
 
คำว่าพระเจ้านั้นเป็นคำที่เราใช้ในภาษาไทย  โดยที่คำศัพท์เหล่านี้อาจจะไม่ให้ความหมายลึกซึ้งที่เราต้องการ ซึ่ง คำว่า “อัลลอฮฺ الله  ในภาษาอาหรับ มีความหมายมากมาย ที่ไม่มีในคำว่า “พระเจ้า”  ดังนั้นการที่เราจะกล่าว “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” กับคำว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ” อาจจะต่างกันในบางประเด็น 
 
ในวันนี้เราจะศึกษาเกี่ยวกับความหมาย ของ “الله  อัลลอฮฺ”  ซึ่งเป็นพระนามอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  เราทราบกันอยู่แล้วว่าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  ทรงมีหลายพระนาม  ดังหะดีษบทหนึ่งที่บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรียฺ ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
« إِنَّ لِلَّهِ تِسْعَةً وَتِسْعِينَ اسْمَا مِائَةً إِلاَّ وَاحِدًا مَنْ أَحْصَاهَا دَخَلَ الْجَنَّةَ »
 “แท้จริงนั้นอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมี 99  พระนาม บุคคลที่(คำนวณ หรือ)ศึกษาพระนามดังกล่าว จะเข้าสวรรค์อย่างแน่นอน”
 
การที่เราจะศึกษาถึงความหมายของพระนามของพระองค์ ซึ่งจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้เข้าสวรรค์นั้น เป็นสิ่งที่จะกระตุ้นความสนใจของเรา ให้ศึกษาพระนามของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  อุละมาอฺมีมติเอกฉันท์ว่า คำว่า “ الله  อัลลอฮฺ” เป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นพระนามอันยิ่งใหญ่ ของพระองค์ ซึ่งพระนามนี้ระบุไว้ในอัลกุรอ่านและสุนนะหฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อย่างมากมาย 
 
อุละมาอฺบางท่านบอกว่า คำว่า “ الله อัลลอฮฺ” เป็นคำที่ชี้ถึงความหมายที่มีอยู่ในภาษาอาหรับอยู่แล้ว อย่างเช่น ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ กล่าวว่า คำว่า “ الله อัลลอฮฺ” หมายถึง “ผู้ที่ถูกรัก” และมีอีกความหมายหนึ่งว่า “ผู้ที่ถูกเคารพภักดี” และมีอีกความหมายว่า “ผู้ที่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องการพระองค์” 
 
และมีอีกความหมายหนึ่ง ซึ่งเป็นความหมายที่เรารู้จักกันดี คำว่า “ الله อัลลอฮฺ” มาจาก “الإله   - อัลอิละฮฺ” ซึ่งมีความหมายว่า “พระเจ้า” 
 
แต่ความหมายอันสำคัญ สำหรับคำว่า “ الله  - อัลลอฮฺ” ก็คือ “พระเจ้าที่ทรงสร้าง” อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเป็นพระเจ้าที่ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่  อันเป็นความหมายที่ไม่ปรากฏในคำว่า “พระเจ้า”  ในภาษาไทย  ซึ่งเราได้เห็นว่าคำว่า “พระเจ้า” นั้นถูกนำมาใช้กับสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นพระเจ้า อย่างเช่นรูปเจว็ด หรือรูปปั้น หรืออื่นๆ  ซึ่งมีข้อแตกต่างกับ “อัลลอฮฺ” ในประเด็นของการเป็นผู้สร้าง  อันเป็นประเด็นที่มุสลิมต้องมีความมั่นคงในอีหม่าน  คือ พระเจ้าของเรานั้น คือ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นพระเจ้าที่สร้างฟ้าและแผ่นดิน และทุกสรรพสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้และในโลกอาคิเราะฮฺด้วยเช่นเดียวกัน 
 
การศึกษาเรื่องนี้จะทำให้มีอีหม่าน มีความศรัทธา ซึ่งอีมานส่วนหนึ่งจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากว่าเราเข้าใจคำว่า  “พระเจ้า” ตามวัฒนธรรมไทยหรือภาษาไทย ความสำคัญของประเด็นนี้คือบางคน อาจจะให้ความสำคัญของคำว่า “ الله อัลลอฮฺ” ตามวัฒนธรรมของภาษาไทยซึ่งเป็นอันตรายของหลักศรัทธาอย่างยิ่ง  ดังนั้นการที่เราศึกษาและทำความเข้าใจต่อความหมายของคำว่า  “ الله  - อัลลอฮฺ” อย่างแท้จริง ใน คำกล่าวว่า “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัด เราะสุลลุลลอฮฺ” ก็จะมีความสำคัญอย่างมากต่ออีมานของเรา
 

เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 5, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮฺ

 
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 
0
Your rating: None