อะบูฮุรอยเราะฮฺ : สมุดบันทึกในสมัยอัลวะฮฺยฺ 1

อาจารย์อะหมัด สมะดี (ร่อหิมะฮุลลอฮฺ)
 
เป็นความจริงที่ว่าความเฉลียวฉลาดของบุคคลนั้นมีทั้งคุณและโทษ บรรดาผู้ที่ได้รับพรสวรรค์อย่างน่าปาฏิหารย์ส่วนมากจะต้องเสียคุณค่านั้นๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ควรจะได้รับผลแห่งการตอบแทนและการขอบคุณ สาวกผู้ยอดเยี่ยม "อะบูฮุรอยเราะฮฺ" เป็นผู้หนึ่งในบรรดาบุคคลดังกล่าวเหล่านั้น เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้รับพรสวรรค์อย่างน่าปาฏิหารย์ในด้านความทรงจำอย่างกว้างขวางและแม่นยำ เขา (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) มีศิลปะในการรับฟังเป็นอย่างดี ความเฉลียวฉลาดของเขาทำให้เขามีศิลปะในการจดจำและนำไปเก็บสะสมไว้ เขาฟัง ใคร่ครวญ แล้วก็จดจำ หลังจากนั้นก็เป็นการยากที่จะลืมในสิ่งที่ได้จดจำไว้ แม้กระทั่งคำหนึ่งหรืออักษรหนึ่ง หลังจากกาลเวลาได้ล่วงเลยไปนานเท่านาน
 
ด้วยเหตุดังกล่าว พรสวรรค์ที่เขาได้รับจึงเป็นพื้นฐาน ในการที่เขาจะได้รับเกียรติให้เป็นสาวกของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่จะจดจำฮะดีสของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มากที่สุด และแน่นอนเขาก็จะต้อง เป็นผู้รายงานฮะดีสของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มากที่สุดอีกด้วย
 
ต่อมาในสมัยที่มีการอุปโลกน์ฮะดีสกันมาก ซึ่งได้มีการเจาะจงที่จะกล่าวเท็จให้แก่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยการยึดเอาอะบีฮุรอยเราะฮฺเป็นเป้าหมายด้วยการฉวยโอกาสที่เลวร้ายที่สุด ในการรายงานฮะดีสจากท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทุกครั้งที่มีการอุปโลกน์ฮะดีสขึ้นก็จะกล่าวกันว่า อะบีฮุรอยเราะฮฺ กล่าวว่าอย่างนั้นกล่าวว่าอย่างนี้
 
ด้วยการกระทำอันชั่วช้าเช่นนี้เท่ากับเป็นการลบหลู่ เกียรติ และชื่อเสียงของเขา ในฐานะที่เขาเป็นนักรายงานฮะดีส ของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เป็นที่น่าสงสัยและแคลงใจ หากไม่มีความพยายามที่น่าสรรเสริญของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ได้พลีชีวิตเพื่อรับใช้ฮะดีสของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จนสามารถกวาดล้างสิ่งเจือปนและปลอมแปลงให้ออกไปได้อย่างน่าชื่นชม อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ กระนั้นก็ดี ในปัจจุบันก็ยังมีมนุษย์สาระเลวบังอาจปรักปรำเขาในรูปแบบและถ้อยคำที่ไม่น่ารับฟังเลย
 
ดังนั้นอะบีฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ จึงรอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกาในเครือข่ายของวงการอุปโลกน์ และวงการกล่าวเท็จทั้งหลาย ซึ่งนักบ่อนทำลายเหล่านั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะทำลายล้างอิสลามด้วยวิธีการสอดแทรกทุกวิธีทางเท่าที่จะกระทำได้ปัจจุบันนี้ เมื่อท่านได้ยินผู้บรรยายธรรมหรือองค์ปาฐกกล่าวถ้อยคำหรือคำกล่าวที่ว่า มีรายงานจากอะบีฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ แจ้งว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
 
เมื่อท่านได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ในรูปแบบเช่นนี้ หรือเมื่อท่านได้อ่านพบในหนังสือฮะดีส ประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์หรือหนังสือ ศาสนาโดยทั่วไป โปรดทราบเถิดว่า ท่านได้พบเห็นกับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ สาวกอาวุโสซึ่งเหมาะสมยิ่งในการคบหาและสดับตรับฟัง คำพูดของเขา ทั้งนี้ก็เพราะว่าขุมทรัพย์ของเขาที่ได้มาจากอัลอะฮาดีส และคำแนะนำสั่งสอนที่หลักแหลมซึ่งเขาได้จดจำมาจากท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั้นจะหาพบได้ยากและยากที่จะพบได้ในบุคคลอื่นๆ
 
อะบูฮุรอยเราะฮฺ โดยที่เขาเป็นผู้ครอบครองพรสวรรค์ และขุมทรัพย์อันนี้ นับได้ว่าเป็นสาวกที่มีความสามารถอย่าง ยิ่งในการถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพของสังคมในยุคของท่านร่อซูล และบรรดาสาวกมีชีวิตอยู่มาสู่ท่านผู้ฟังและท่านผู้อ่านด้วยความอะมานะฮฺ หากว่าถ้อยคำที่ได้กล่าวมาข้างต้นทำให้ท่านมีความใคร่ที่จะได้ยิน ได้ฟังชีวประวัติของเขาแล้ว ในบรรทัดที่จะกล่าวต่อไปนี้
 
อะบูฮุรอยเราะฮฺจะเป็นผู้เล่าถึงชีวิตของเขาให้ฟังว่า "ข้าพเจ้าเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กกำพร้า ระเหเร่ร่อนเป็นคนยากจนค้นแค้น เป็นคนรับใช้ของ บุ๊สเราะฮฺ บินติฆอซฺวานเพื่อเลี้ยงท้องไปวันหนึ่งๆ เมื่อพวกเขาพักแรมข้าพเจ้าก็เป็นคนรับใช้ เมื่อพวกเขาเดินทางข้าพเจ้าก็เป็นคนจูงพาหนะให้แก่เจ้านาย นี่แหละอัลลอฮฺได้ทรงแต่งงานให้กับฉันแล้ว อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ พระผู้ซึ่งให้ศาสนาเป็นแนวทางที่เที่ยงตรง และให้อะบูฮุรอยเราะฮฺเป็นผู้นำ"
 
จากคนรับใช้มาเป็นผู้นำและหัวหน้า จากผู้ระเหเรร่อนท่ามกลางฝูงชนมาเป็นผู้นำและหัวหน้า จากผู้เคารพสักการะรูปหินดินปั้นมาเป็นมุอฺมิน ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ เอกองค์ผู้ทรงพลังอันยิ่งใหญ่ในยุคนั้น กลุ่มชนต่างๆ ทั้งหมดไม่เฉพาะแต่เพียงอาหรับเท่านั้นที่ไม่สนใจใยดีต่อการเขียนบันทึก และการเขียนการบันทึกก็ยังมิได้เป็นเครื่องหมายแห่งความเจริญก้าวหน้าในสังคมหนึ่งสังคมใด ยิ่งกว่านั้น แม้แต่ในยุโรปเองก็อยู่สภาพเช่นเดียวกันตั้งแต่ยุคที่ไม่ห่างไกลกันนัก ทั้งๆ ที่พวกเขาในเวลาเดียวกันนั้นก็เป็นประชาชาติที่เฉลียวฉลาดและมีความสามารถอย่างสูง
 
 
5
Your rating: None Average: 5 (1 vote)