กลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิด

หากดูสถิติที่พูดถึงเยาวชนหนุ่มสาวในสังคมจะเห็นว่ากลุ่มนี้มีประชากรไม่ต่ำกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ และหากมองเผินๆก็จะพบว่าสังคมแทบไม่มีคนชราเลย เพราะคนชรามักจะเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ค่อยออกไปแสดงตัวและทำกิจกรรมเกี่ยวกับสังคม จึงสังเกตุได้ว่าสังคมเต็มไปด้วยหนุ่มสาวอย่างมากมาย แต่ทำไมเมื่อเข้ามัสยิดในชุมชนของมุสลิมมักจะพบคนชราผู้สูงอายุและผู้หลักผู้ใหญ่ เยาวชนวัยรุ่นแทบไม่มีเลย มีข้อสังเกตุอีกประการหนึ่งในกรณีมีการบรรยายศาสนธรรมที่มัสยิดและสถาบันต่างๆ ก็มักจะเห็นแต่ผู้สูงอายุที่มารับฟังเรื่องราวของศาสนา ทั้งๆที่สัปบุรุษของมัสยิดที่เป็นเยาวชนมุสลิมมีอยู่ในสังคมอย่างมหาศาล หากมีส่วนหนึ่งนั่งอยู่หน้าจอทีวี ส่วนหนึ่งเล่นอินเตอร์เน็ต ส่วนหนึ่งเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้า ส่วนหนึ่งยืนตามถนนหรือนั่งอยู่ในร้านชากาแฟ ส่วนหนึ่งอยู่ในสนามบอลตามชุมชนต่างๆ  และมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน เป็นสภาพที่ทำให้นักการศาสนา นักสังคม และผู้นำชุมชนต้องมีความห่วงใยต่อเยาวชนและวัยรุ่นในสังคมมุสลิมของเรา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตของเยาวชนหนุ่มสาวไม่เหมือนผู้สูงอายุ ผู้ปกครองและผู้คนในสังคมจึงมักจะเห็นใจพวกเยาวชนวัยรุ่นเมื่อประพฤติสิ่งที่ไม่เหมาะสม แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าสถาบันในสังคมมุสลิมเริ่มต้นตั้งแต่สถาบันครอบครัวได้ปล่อยปละละเลยสภาพของเยาวชนหนุ่มสาวให้เลยเถิดจนกระทั่งสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางวัฒนธรรมและแฟชั่นได้รุมล้อมชีวิตเยาวชนและวัยรุ่นอย่างใกล้ชิด โดยที่ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ในสังคมก็ไม่มีข้อแนะนำหรือโครงการใดๆที่จะทำให้เยาวชนและวัยรุ่นนั้นอยู่ในร่องรอยของหลักการอิสลาม 

หากมีปัญหาเกิดกับเยาวชนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็ยปัญหายาเสพติด ปัญหาทางการศึกษา หรือปัญหาเกี่ยวกับการมีคู่รักหรือคู่ครอง สังคมก็จะไม่สามารถดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สังคมมุสลิมมีสภาพเช่นเดียวกับสังคมที่ไม่ใช่มุสลิม ซึ่งมีลักษณะที่เรียกกันว่า ตัวใครตัวมัน แม้กระทั่งปัญหาของญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้านก็ไม่มีใครเอาใจใส่เท่าที่ควร  จากสภาพที่อธิบายข้างต้นส่งผลให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมจำต้องให้ความสำคัญกับปัญหาเยาวชนเป็นกรณีพิเศษ และต้องระดมความคิดเพื่อเสนอหนทางที่ถูกต้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ยุวมุสลิมประจำมัสยิด เป็นความคิดเก่าแก่ที่มีการปฏิบัติมานานพอสมควรในสังคมมุสลิมในประเทศไทย แต่กลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิดมักจะเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ เช่น ขาดการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ไม่มีสมรรถภาพในการบริหารกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่มไม่มีการดำเนินการ ไม่มีการประสานสมัครสมานระหว่างกลุ่มยุวมุสลิมในแต่ละมัสยิด ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้กลุ่มเยาวชนตามชุมชนมุสลิมนั้นเสมือนโดดเดี่ยวไม่มีใครอยากให้เติบโตและพัฒนาตัวเอง ฉะนั้นการจะนำกลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิดมาเป็นวิธีแก้ไขปัญหาเยาวชน ก็จะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และสถาบันต่างๆของสังคมมุสลิมด้วย

คงยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงกลุ่มยุวมุสลิมประเทศไทย แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ลำบากนักหากได้เห็นกลุ่มยุวมุสลิมประจำจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิดนั่นเอง

คำถามแรก ใครจะเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิด ? ตอบได้ว่าสมควรให้เยาวชนเองเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ถ้าหากเยาวชนในชุมชนไม่ค่อยเอาใจใส่เรื่องศาสนา ก็ควรให้ผู้ใหญ่หรือครูศาสนาท่านหนึ่งเป็นผู้เรียกร้องเชิญชวนเยาวชนในชุมชนให้รวมตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน

เยาวชนที่มารวมตัวกันก็จะมีข้อแตกต่างในด้านอายุ ความรู้ ประสบการณ์ ความเคร่งครัด และจริยธรรมของแต่ละคน เพราะฉะนั้นต้องมีบุคคลที่เป็นจุดกลางหรือจุดรวมของเยาวชนในชุมชน อาจจะเป็นรุ่นพี่ที่มีความรู้ศาสนามากกว่าและมีมารยาทดีกว่าเพื่อน จึงจะได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำของกลุ่มโดยปริยาย บางชุมชนอาจประสบปัญหาในการคัดเลือกบุคคลที่จะเป็นจุดรวมของเยาวชน แต่เรื่องนีไม่น่าจะเป็นอุปสรรคถ้าหากผู้ใหญ่และผู้รู้ในชุมชนพยายามประคับประคองกิจกรรมของกลุ่มยุวมุสลิมให้มีอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายกลุ่มยุวมุสลิมจะมีประสิทธิภาพในการดูแลและแก้ไขปัญหาของตัวเอง โดยที่ผู้ใหญ่และผู้รู้จะอยู่เบื้องหลังคอยให้กำลังใจ คำแนะนำ และการสนับสนุนอยู่ตลอด

จำเป็นต้องคำนึงด้วยว่ายุวมุสลิมเพศชายกับเพศหญิงนั้นต้องยึดหลักการแห่งศาสนาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในกิจกรรมต่างๆที่มักจะมีการปะปนระหว่างหญิงชาย ซึ่งยุวมุสลิมต้องมีเอกลักษณ์สำคัญคืออนุรักษ์หลักการอัลอิสลาม อาทิเช่น บรรดาหนุ่มๆแต่งตัวเรียบร้อย ไม่เลียนแบบแฟชั่น แต่มีบุคลิกลักษณะที่บ่งชี้ถึงความเป็นมุสลิม และบรรดาสาวๆก็จำเป็นต้องคลุมหิญาบอย่างมิดชิดเรียบร้อย และสำรวมตนสงวนความเป็นสาวให้ห่างไกลจากฟิตนะฮฺและการปะปนกับผู้ชาย สำหรับผู้รู้ก็จะมีบทบาทสูงในการติดตามสั่งสอนและให้คำแนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง การทำกิจกรรมของเยาวชนนี้อาจจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อมีความตั้งใจดำรงกิจกรรมและสร้างบทบาทในสังคม ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขและอุปสรรคทุกชนิดก็ย่อมมีทางออก

กิจกรรมของยุวมุสลิมประจำมัสยิดจำเป็นต้องเน้นสามประการ คือ 1.การศึกษา 2.กีฬาและสุขภาพ 3.สังคมและสถานการณ์แวดล้อม 

สำหรับการศึกษาก็เป็นแนวการพัฒนาที่เยาวชนมุสลิมต้องตระหนักเป็นอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องปรากฏเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิดทุกมัสยิด  เพราะกลุ่มเยาวชนปัจจุบันนี้จะเน้นแต่เฉพาะด้านกีฬา จัดแข่งฟุตบอลระหว่างทีมของยุวมุสลิมมัสยิดต่างๆ แต่ในเมื่อกิจกรรมของยุวมุสลิมวนอยู่กับเรื่องกีฬาอย่างเดียว ก็จะไม่มีโอกาสพัฒนาสภาพเยาวชนหนุ่มสาวในสังคมมุสลิมได้โดยเด็ดขาด เพราะโลกในปัจจุบันกำลังแข่งขันทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หรืออารยธรรมทั่วไป ซึ่งการมีทีมฟุตบอลที่เก่งไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้กลุ่มยุวมุสลิมดีเด่นหรือเจริญก้าวหน้า แต่การศึกษาต่างหากที่จะปรากฏเป็นรูปธรรมในชุมชน เช่น จัดบรรยายศาสนธรรมหรือเสวนาในหัวข้อที่เป็นปัญหาของเยาวชน จัดค่ายอบรมวิชาต่างๆ จัดให้มีการแสดงความคิดความเห็นต่อสถานการณ์ของสังคมภายในประเทศและต่างประเทศ จัดอบรมพัฒนาอาชีพและความสามารถของเยาวชนในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัวและเพื่อให้สามารถบริหารเวลาและชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งจัดอบรมให้คำแนะนำในการเลือกคู่ครองตามหลักการศาสนาที่ถูกต้อง ดังกล่าวนี้เป็นเพียงข้อเสนอตัวอย่างที่บรรดาเยาวชนมุสลิมในชุมชนสามารถปฏิบัติได้ในด้านการศึกษา และหากยุวมุสลิมหลายๆมัสยิดรวมตัวกันจัดกิจกรรมเช่นนี้แบบญะมาอะฮฺใหญ่ๆ ก็จะเป็นการดีในการระดมพลังของเยาวชนให้เจริญเติบโตด้วยความรู้และวิชาการ

สำหรับกิจกรรมทางกีฬาและสุขภาพ เยาวชนต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และองค์กรในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยสถานที่ อุปกรณ์ หรือข้อเสนอในการที่จะให้กิจกรรมทางกีฬานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เช่น เล่นกีฬาเพื่อปลอดบุหรี่ เล่นกีฬาเพื่อให้ห่างไกลจากอบายมุข เล่นกีฬาเพื่อให้เป็นมุอฺมินที่แข็งแรง เป็นต้น 

สังคมยังมองว่ากีฬาเป็นเพียงเรื่องสนุกสนานหรือเป็นที่สร้างความสำราญกับสังคม แต่เราต้องการให้เรื่องกีฬานั้นมีเป้าหมายในชีวิตของยุวมุสลิม เพราะฉะนั้นสมควรอย่างยิ่งที่ผู้รู้ต้องร่วมกิจกรรมกีฬาของยุวมุสลิมบ้างเพื่อชี้แนะและให้คำตักเตือน ก่อนเล่นกีฬาหรือระหว่างทำกิจกรรมด้านกีฬาให้คำนึงถึงเป้าหมายในการเล่นและอุดมการณ์ของมุสลิมในการสร้างสุขภาพที่สมบูรณ์เพื่อเป็นมุอฺมินที่แข็งแรง วิธีดังกล่าวจะทำให้ยุวมุสลิมมองเรื่องกีฬาว่าเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าทางศีลธรรม เพราะหากเล่นกีฬาด้วยอุดมการณ์ย่อมจะสร้างบุคลิกภาพที่เข้มแข็งและหนักแน่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งที่สำคัญของนักต่อสู้

สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวกับสังคมและสถานการณ์แวดล้อม ยุวมุสลิมประจำมัสยิดต้องมีบทบาทและแนวร่วมในการเผชิญปัญหาของสังคมและนำเสนอวิธีแก้ไข พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์แวดล้อมภายในประเทศหรือต่างประเทศ อาทิเช่น การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำและความเป็นนักสังคมกับเยาวชนมุสลิม หรือติดตามสถานการณ์โลกโดยเฉพาะในประเทศมุสลิมที่ประสบภัยหรือปัญหาต่างๆ อันเป็นบรรยากาศที่จะช่วยให้เยาวชนมุสลิมเป็นผู้ที่มีความห่วงใยต่อผู้อื่นและมีความรับผิดชอบสูง แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้เยาวชนมุสลิมห่างไกลจากปัญหาของสังคมและสถานการณ์แวดล้อม จึงทำให้เยาวชนมุสลิมนั้นถูกกลืนหรือไปเปลืองตัวในกิจกรรมไร้สาระต่างๆ อาทิเช่น เรื่องราวของดารา นักร้องนักแสดง นักฟุตบอล และแฟชั่น อันเป็นสภาพที่กำลังระบาดอยู่ในสังคมทั่วไปโดยเฉพาะในวงเยาวชนและวัยรุ่น และถ้าหากผู้นำชุมชนรวมถึงนักวิชาการกับนักสังคมไม่พยายามหันเหความสนใจของเยาวชนให้มุ่งสู่เรื่องที่มีสาระมีคุณประโยชน์ต่อชีวิตของพวกเขาและสังคมแล้ว เยาวชนและวัยรุ่นก็จะถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมที่มิใช่อิสลามและกระแสต่างๆในสังคมที่เป็นภัย ซึ่งปัญหาในประชาชาติอิสลามที่เกิดขึ้นก็มาจากการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนวัยรุ่นในยุคอดีตให้เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่อิสลาม จนกระทั่งกลายเป็นผู้ใหญ่หรือผู้นำที่ไม่มีพื้นฐานหลักการและอุดมการณ์ ผลที่เกิดขึ้นก็คือสภาพความตกต่ำของประชาชาติอิสลาม ซึ่งไม่มีผู้นำและนักต่อสู้ที่เข้มแข็ง เพราะไม่เคยใช้ชีวิตในวัยที่เป็นหนุ่มสาวด้วยอุดมการณ์และทำกิจกรรมที่มีคุณค่า

หาใช่ข้อเสนอที่ผมได้แนะนำจะเป็นข้อปฏิบัติทันทีไม่ แต่ผมเรียกร้องให้สถาบันองค์กรมุสลิมของเราทำงานวิจัยและหาข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับประเด็นยุวมุสลิมประจำมัสยิด ซึ่งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา สังคม การเมือง และจิตวิทยา จำเป็นต้องระดมสมองเพื่อผลิตแนวคิดที่เป็นรูปแบบและมีกติกาให้ปฏิบัติ ตามชุมชนมุสลิมและสุเหร่าต่างๆทั่วประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นจำเป็นต้องเตือนว่ากิจกรรมของยุวมุสลิมประจำมัสยิดต้องถูกปฏิบัติด้วยยุวมุสลิม หมายถึงด้วยตัวเยาวชนหนุ่มสาวที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวจริงๆ อันเป็นเครื่องวัดว่าโครงการนี้ได้สัมฤทธิ์ผล เพราะหากกิจกรรมของยุวมุสลิมถูกบริหารและปฏิบัติด้วยผู้ใหญ่หรือผู้บริหารองค์กรมุสลิมที่ไม่ได้อยู่ในวัยหนุ่มสาวแล้วไซร้ ก็จะเป็นเครื่องหมายชัดเจนว่ายังไม่บรรลุความสำเร็จ เพราะเราต้องการฟื้นฟูความสามารถของเยาวชนและบุคลิกภาพของพวกเขาให้เป็นเอกเทศและเป็นอิสระในการจัดกิจกรรม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเยาวชนและวัยรุ่นมีนิสัยชอบเป็นอิสระ ไม่ชอบให้ใครจูงใจให้กระทำสิ่งที่ขัดกับความปรารถนาของตนเอง แต่ก็มิได้หมายรวมว่าจะปล่อยให้เยาวชนกระทำทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่มีกรอบ หลักการ หรือการตรวจสอบให้กิจกรรมของพวกเขาสอดคล้องกับสั่งสอนของอัลอิสลามและความต้องการของสังคม

การสนับสนุนกิจกรรมของยุวมุสลิมประจำมัสยิดสมควรต้องให้ยุวมุสลิมเป็นผู้หารายได้กันเอง เพื่อฝึกฝนให้เยาวชนมีความสามารถในการบริหารองค์กร และให้รู้คุณค่าของทรัพย์สิน แต่จำเป็นต้องมีส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันและองค์กรมุสลิมที่ใกล้เคียงกับมัสยิดด้วย เพราะกิจกรรมของยุวมุสลิมเป็นโครงการที่จะสร้างมนุษย์และสร้างความมั่นคงในสังคม จึงมีความสำคัญมากกว่าโครงการก่อสร้างวัตถุซึ่งได้รับการอุดหนุนอย่างเต็มที่จากสถาบันและองค์กรในสังคม เพราะสังคมยังมองว่าการสร้างมนุษย์เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ เราจึงเห็นกรรมการมัสยิดต่างๆพร้อมที่จะก่อสร้างมัสยิดโรงเรียนหรืออาคารเอนกประสงค์ด้วยงบประมาณนับล้าน แต่โครงการสร้างมนุษย์ อาทิเช่น อบรมเยาวชน อบรมสตรี และอบรมอาชีพเพื่อเสริมรายได้ กลับไม่ได้รับการสนับสนุน ทั้งๆที่เป็นโครงการที่มีความถาวรมากกว่าโครงการด้านวัตถุ เพราะฉะนั้นท่านคอลีฟะฮฺอุมัร บินอับดุลอะซีซ (อยู่ในยุคตาบิอีน) จึงสงวนสิทธิเงินศ่อดะเกาะฮฺเพื่อให้คนยากจนและไม่ยอมนำไปก่อสร้างมัสยิดของนบี เพราะถือว่าการช่วยเหลือมุสลิมสำคัญกว่าการก่อสร้างวัตถุ เพราะอย่างไรก็ตามมนุษย์ย่อมมีคุณค่ามากกว่าวัตถุ

อุปสรรคที่กลุ่มยุวมุสลิมจำเป็นต้องเผชิญมีมากมาย แต่ถ้าหากผู้ดำเนินการก่อตั้งกลุ่มยุวมุสลิมประจำมัสยิดมีความตั้งใจมุมานะและมีความอดทนการต่อสู้อุปสรรค ก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่ที่มีความปรารถนาดีต่อเยาวชนและวัยรุ่นมุสลิม มิใช่ผู้ใหญ่ที่ใจแคบหรือไร้ความรู้ไร้เหตุผล หรือล้าสมัย ล้าสถานการณ์  อันเป็นกลุ่มอันตรายที่สุดต่อความเจริญก้าวหน้าของสังคม และคนเหล่านี้แหละที่อาจจะเคยใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาวอย่างไม่มีประสิทธิภาพจนกระทั่งกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีประสิทธิภาพ สังคมต้องขจัดผู้นำประเภทนี้ด้วยการเสริมสร้างเยาวชนและวัยรุ่นที่มีคุณสมบัติของผู้นำที่แท้จริง



 ริฎอ อะหมัด สมะดี, มิ.ย. 48 วารสารร่มเงาอิสลาม

 

 

0
Your rating: None