สอนผู้ใหญ่

ครั้งหนึ่ง ท่านหะซันกับท่านฮุซัยนฺ สองคนพี่น้อง ซึ่งเป็นหลานชายของท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ออกเดินไปตามถนน ได้พบชายคนหนึ่งกำลังอาบน้ำละหมาด จึงพากันหยุดดู เห็นชายคนนั้นอาบน้ำละหมาดไม่ถูกต้องตามวิธี มีข้อบกพร่องมาก

พลันทั้งสองก็สำนึกถึงหน้าที่ที่จะต้องตักเตือนแนะนำ แต่หมดปัญญาที่จะหาทางเข้าไปตักเตือน ครั้นจะตรงเข้าไปบอกว่าท่านทำไม่ถูก ทำยังงั้น ยังงี้จึงจะถูก ก็เกรงอยู่ว่าจะทำให้ชายคนนั้นอับอาย หากเป็นคนมีนิสัยมุทะลุก็จะเกิดเป็นเรื่องราวเดือดร้อนกันใหญ่โต ในที่สุดนึกอุบายขึ้นมาได้ คนหนึ่งจึงเดินเข้าไปยังชายคนนั้น เมื่อทำความเคารพแล้วก็บอกว่า

“ข้าแต่ท่านผู้มีเกียรติ คนที่เขายืนอยู่นี้เขาว่าเขาอาบน้ำละหมาดได้ถูกต้อง และเรียบร้อยยิ่งกว่าข้าพเจ้า เราจึงขอตั้งให้ท่านเป็นตุลาการตัดสินว่าใครจะทำได้ดีที่สุด ท่านคอยดูเราจะอาบให้ท่านดู”

แล้วทั้งสองก็ลงมืออาบน้ำละหมาดให้ชายนั้นดูจนกระทั่งเสร็จ ชายนั้นก็รู้สึกตัวทันทีว่าเด็กทั้งสองคนนี้ มีความเข้าใจในวิธีการอาบน้ำละหมาดดีที่สุด แต่ต้องการจะสั่งสอนตักเตือนตัวเขา จึงกล่าวแก่ท่านหะซันและฮุซัยนฺว่า

“เราขอขอบใจในการตักเตือนของท่านทั้งสองเป็นอย่างมาก และขอชมเชยในมารยาทของท่านอย่างจริงใจ ฉันขอสารภาพว่าฉันเองเป็นผู้ไม่เข้าใจในวิธีการอาบน้ำละหมาด”




การทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด แม้งานนั้น ๆ จะยากเย็นสักเพียงไร ถ้าผู้ทำมีความอดทน มีไหวพริบ ฉลาดเฉลียว รู้จักกาละเทศ รู้จักประมาณสิ่งไรควรไม่ควร กลัวในสิ่งที่ควรกลัว กล้าในสิ่งที่ควรกล้า ย่อมสามารถฝ่าฟันความยากลำบากไปพบความสำเร็จจนได้

อนึ่ง มนุษย์ที่หวังความเจริญ ควรถือเอาเหตุผลเป็นใหญ่ไม่ควรถือทิฐิมานะ ดึงดันไปในทางที่ผิด เมื่อผิดแล้วก็ควรรับผิด ปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เพราะมีอายุมาก การที่จะเป็นใหญ่เป็นโตได้นั้นต้องรู้จักแพ้ รู้จักชนะ กล่าวคือถึงคราวแพ้ต้องยอมแพ้ ถึงคราวชนะต้องเอาชนะให้ได้


 

ที่มา : หนังสือมิตราจารย์, ม.ซอลิฮีย์ (ร่อหิมะฮุลลอฮฺ)

0
Your rating: None