หะดีษที่ 24 โอ้บ่าวของฉัน (8)

 

الْحَدِيْثُ الرَّابِعَ وَالْعِشْرُوْنَ
 
 عَنْ أَبِي ذَرٍّ الْغِفَارِيِّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ ، عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِيْمَا يَرْوِيهِ عَنْ رَبِّهِ عَزَّ وَجَلَّ أَنَّهُ قَالَ : 
(( يَا عِبَادِي : إِنِّي حَرَّمْتُ الظُّلْمَ عَلَى نَفْسِي وَ جَعَلْتُهُ بَيْنَكُمْ مُحَرَّماً فَلاَ تَظَالَمُوا.
يَا عِبَادِي : كُلُّكُمْ ضَالٌّ إِلاَّ مَنْ هَدَيْتُهُ ، فَاسْتَهْدُونِي أَهْدِكُمْ .
يا عِبادِي : كُلُّكُمْ جَائِعٌ إِلاَّ مَنْ أطْعَمْتُهُ ، فِاسْتَطْعِمُونِي أُطْعِمْكُمْ .
يا عِبادِي : كُلُّكُمْ عَارٍ إِلاَّ مَنْ كَسَوْتُهُ ، فَاسْتَكْسُونِي أَكْسُكُمْ .
يا عِبادِي : إِنَّكُمْ تُخْطِئُونَ بِاللَّيْلِ وَالنَّهَارِ ، وَأَنَا أَغْفِرُ الذُّنُوبَ جَمِيْعاً ، فَاسْتَغْفِرُونِي أُغْفِر لَكُمْ .
يا عِبادِي : إِنَّكُمْ لَنْ تَبْلُغُوا ضُرِّي فتَضُرُّوني ، وَلَنْ تَبْلُغُوا نَفْعِي فَتَنْفَعُونِي .
يا عِبادِي : لَوْ أَنَّ أَوَّلَكُمْ وَآخِرَكُمْ وَإِنْسَكُمْ وَجِنَّكُمْ كَانُوا عَلَى أَتْقَى قَلْبِ رَجُلٍ وَاحدٍ مِنْكُمْ مَا زَادَ ذَلِكَ فِي مُلْكِي شَيْئاً .
يا عِبادِي : لَوْ أَنَّ أَوَّلَكُمْ وآخِرَكُمْ وَإِنْسَكُمْ وَجِنَّكُمْ كَانُوا عَلَى أَفْجرِ قَلْبِ وَاحَدٍ مِنْكُمْ مَا نَقَصَ مِنْ مُلْكِي شَيْئاً.
يا عِبادِي : لَوْ أَنَّ أَوَّلَكُمْ وَآخِرَكُمْ وَ إِنْسَكُمْ وَجِنَّكُمْ قَامُوا فِي صَعِيْدٍ ، فَسَأَلُونِي ، فَأَعْطَيْتُ كُلَّ وَاحِدٍ مَسْأَلَتَهُ مَا نَقَصَ ذَلِكَ مِمَّا عِنْدِي إِلاَّ كَمَا يَنْقُصُ الْمِخْيَطُ إِذَا أُدْخِلَ الْبَحْرَ. 
يا عِبادِي : إِنَّمَا هِيَ أَعْمَالُكُمْ أُحْصِيْهَا لَكُمْ ثُمَّ أُوَفِّيْكُمْ إِيَّاهَا ، فَمَنْ وَجَدَ خَيْراً فَلْيَحْمَدِ اللهَ ، ومَنْ وَجَدَ غَيْرَ ذلك فَلاَ يَلُومَنَّ إِلاَّ نَفْسَهُ ))   رواه مسلم.
 
หะดีษที่ 24
จากอบูซัรรฺ อัลฆิฟารี   จากท่านนบี  ตามที่ท่านได้รายงานมาจากพระผู้อภิบาล ผู้ทรงเกียรติยิ่ง ได้ตรัสว่า
“โอ้บ่าวของฉัน ! ฉันห้ามการอยุติธรรมต่อตัวฉัน และฉันทำให้มันเป็นที่ต้องห้ามในระหว่างสูเจ้า ดังนั้นสูเจ้าอย่าได้กระทำอยุติธรรมกัน
โอ้บ่าวของฉัน ! สูเจ้าทั้งหลายหลงผิด เว้นแต่ผู้ที่ฉันได้ให้ทางนำแก่เขา ดังนั้นสูเจ้าจงขอทางนำจากฉัน ฉันย่อมนำทางแก่สูเจ้า
โอ้บ่าวของฉัน ! สูเจ้าทุกคนเป็นผู้หิว เว้นแต่ผู้ที่ฉันได้ให้อาหารแก่เขา ดังนั้นสูเจ้าจงขออาหารจากฉัน ฉันย่อมให้อาหารแก่สูเจ้า
โอ้บ่าวของฉัน ! สูเจ้าเปลือย เว้นแต่ผู้ที่ฉันได้ให้เครื่องแต่งกายแก่เขา ดังนั้นสูเจ้าจงขอเครื่องแต่งกายจากฉัน ฉันย่อมให้เครื่องแต่งกายแก่สูเจ้า
โอ้บ่าวของฉัน ! แท้จริงสูเจ้ากระทำผิดทั้งกลางวันและกลางคืน และฉันให้อภัยแก่บาปเหล่านั้นทั้งหมด ดังนั้นจงขออภัยจากฉัน ฉันย่อมให้อภัยแก่สูเจ้า
โอ้บ่าวของฉัน ! สูเจ้าไม่สามารถให้ความเสียหายถึงฉัน แล้วสูเจ้าจะให้เกิดความเสียหายแก่ฉัน (อย่างไร) สูเจ้าไม่สามารถให้คุณถึงฉัน แล้วสูเจ้าจะให้คุณนั้นเกิดแก่ฉัน (อย่างไร)
โอ้บ่าวของฉัน ! ถ้า (ตั้งแต่มนุษย์) คนแรกของสูเจ้า และ (จนถึงมนุษย์) คนสุดท้ายของสูเจ้าทั้งมนุษย์และญินทั้งหมด ต่างก็สำรวมตนจากความชั่ว เหมือนกับคนที่สำรวมตนมากที่สุดจากพวกสูเจ้า ก็ไม่เพิ่มแก่กิจการของฉันแม้แต่น้อย
โอ้บ่าวของฉัน ! ถ้า (ตั้งแต่มนุษย์) คนแรกของสูเจ้า และ (จนถึงมนุษย์) คนสุดท้ายของสูเจ้าทั้งมนุษย์และญินทั้งหมด ต่างก็ใจชั่ว เหมือนกับคนที่ใจชั่วที่สุดจากพวกสูเจ้า ก็จะไม่ทำให้ขาดตกบกพร่องแก่กิจการของฉันแม้แต่น้อย
โอ้บ่าวของฉัน ! ถ้า (ตั้งแต่มนุษย์) คนแรกของสูเจ้า และ (จนถึงมนุษย์) คนสุดท้ายของสูเจ้าทั้งมนุษย์และญินทั้งหมด ต่างก็ยืนบนที่ดินเดียวกัน แล้วต่างก็ขอจากฉัน แล้วฉันให้แก่ทุกคนตามที่เขาขอ ก็ไม่ทำให้ขาดตกบกพร่องแก่สิ่งที่มีอยู่ที่ฉันแม้แต่น้อย เว้นแต่เหมือนเข็มเล่มหนึ่งเมื่อใส่เข้าไปในทะเล
โอ้บ่าวของฉัน ! แท้จริงทั้งหมดนั้นคือ กิจการงานของสูเจ้า ฉันบันทึกมันทั้งหมดเพื่อสูเจ้าทั้งหลาย แล้วฉันตอบแทนมัน ดังนั้นผู้ใดได้รับความดี ก็จงสรรเสริญอัลลอฮฺ ผู้ใดรับอื่นจากนั้น ดังนั้นเขาอย่าได้โยนความผิด นอกจากตัวเขาเอง”
 
หะดีษนี้ (เป็นหะดีษกุดซี*) บันทึกโดยมุสลิม  
*หะดีษที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้รายงานตามที่ท่านได้รับวะฮฺยูจากอัลลอฮฺ