ญามิอุลอุลูมวัลหิกัม ครั้งที่ 186 (หะดีษที่ 35/8)

หัวข้อเรื่อง: 
"... เป็นความเลวเพียงพอแล้ว คนที่ดูถูกพี่น้องมุสลิม มุสลิมต่อมุสลิมทั้งหมดเป็นที่ต้องห้ามละเมิดเป็นอันขาด ได้แก่ เลือด(ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต), ทรัพย์สมบัติของเขา และเกียรติของเขา”
สถานที่: 
มุศ็อลลา White Channel
วันที่บรรยาย: 
21 มุฮัรรอม 1436
วันที่บรรยาย: 
13.11.14
วันที่อัพ: 
Fri, 14/11/2014 - 22:43
ขนาดไฟล์: 
22.50 mb
ความยาว: 
94 นาที
วีดีโอ: 
มี
รายละเอียด: 

วีดีโอ

الحديث الخامس والثلاثون 
 
عَنْ أَبي هُريرةَ رضي الله عنه ، قالَ : قالَ رسول الله صلى الله عليه وسلم  : (( لا تَحَاسَدُوا ، ولا تَنَاجَشوا ، ولا تَبَاغَضُوا ، ولا تَدَابَرُوا ، ولا يَبِعْ بَعضُكُمْ على بَيعِ بَعضٍ ، وكُونُوا عِبادَ اللهِ إِخْواناً ، المُسلِمُ أَخُو المُسلم ، لا يَظلِمُهُ ولا يَخذُلُهُ ، ولا يَكذِبُهُ ، ولا يَحقِرُهُ ، التَّقوى هاهُنا )) ، - ويُشيرُ إلى صدرِهِ ثلاثَ مرَّاتٍ - (( بِحَسْبِ امرئٍ مِنَ الشَّرِّ أنْ يَحقِرَ أخَاهُ المُسلِمَ ، كُلُّ المُسلمِ على المُسلِمِ حرامٌ : دَمُهُ ومَالُهُ وعِرضُهُ )) . رواه مسلم .
จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
“ท่านทั้งหลายอย่าได้อิจฉาริษยากันและกัน อย่าแย่งผลประโยชน์กัน อย่าโกรธกัน อย่าหันหลังให้แก่กัน  อย่าซื้อขายโดยหักหลังซึ่งกันและกัน(ตัดหน้า) จงเป็นบ่าวของอัลลอฮฺอย่างเป็นพี่น้องกัน มุสลิมกับมุสลิมเป็นพี่น้องกัน จะไม่อธรรมกัน จะไม่ทิ้งกัน และจะไม่โกหกกัน และจะไม่ดูถูกกัน “ตักวาอยู่ที่นี่” – ท่านนบีชี้ไปที่อก(หัวใจ)ของท่านและกล่าว 3 ครั้ง – เป็นความเลวเพียงพอแล้ว คนที่ดูถูกพี่น้องมุสลิม มุสลิมต่อมุสลิมทั้งหมดเป็นที่ต้องห้ามละเมิดเป็นอันขาด ได้แก่ เลือด(ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต), ทรัพย์สมบัติของเขา และเกียรติของเขา”
หะดีษนี้บันทึกโดยมุสลิม
 
وفي " الصحيحين " ( ) عن أبي هريرة ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( تحاجَّت الجنَّةُ والنَّارُ ، فقالتِ النَّارُ : أُوثِرْتُ بالمتكبِّرينَ والمتجبِّرين ، وقالتِ الجنَّةُ : لا يدخُلُني إلا ضعفاءُ النَّاس وسَقَطُهم ، فقال الله للجنَّةِ : أنت رحمتي أرحمُ بك من أشاءُ من عبادي ، وقال للنار : أنت عذابي ، أعذِّبُ بكِ من أشاء من عبادي )) .
นรกกับสวรรค์ได้โต้เถียงกัน
นรกบอกว่า – อัลลอฮฺได้เตรียมฉันไว้สำหรับพวกยโส(ตะกับบุร) ชอบแสดงความยิ่งใหญ่(โอ้อวด) สวรรค์ก็บอกว่า – ไม่มีใครจะเข้าฉัน นอกจากคนที่อ่อนแอ ถูกดูถูก คนชั้นต่ำ 
อัลลอฮฺได้ยินสวรรค์นรกโต้เถียงกัน พระองค์ได้บอกกับสวรรค์ว่า “เจ้าคือความเมตตาของข้า ข้าใช้เจ้าในการเมตตาบ่าวของข้าที่ข้าประสงค์” และได้บอกกับนรกว่า “เจ้าคือการลงโทษของข้า เจ้าก็จะเป็นการลงโทษสำหรับบ่าวของข้าที่ข้าประสงค์”
อีกสำนวนหนึ่ง
وخرَّجه الإمام أحمد ( ) من حديث أبي سعيدٍ عن النَّبيِّ  قال : (( افتخرت الجنَّةُ والنَّارُ ، فقالت النار : يا ربِّ ، يدخُلُني الجبابرة والمتكبِّرون والملوكُ والأشرافُ ، وقالت الجنَّةُ : يا ربِّ يدخُلُني الضُّعفاء والفقراءُ والمساكين )) وذكر الحديث .
สวรรค์กับนรกมาโอ้อวดกัน  
นรกบอกว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน คนที่จะเข้าฉันคือบรรดากษัตริย์ คนใหญ่โต คนมีเกียรติ” 
สวรรค์กล่าวว่า “คนที่จะเข้าฉันคือคนที่อ่อนแอ ยากจน บรรดามิสกีน(ผู้ขัดสน)”
وفي " صحيح البخاري " ( ) عن سهل بن سعد ، قال : مرَّ رجلٌ على 
رسولِ الله  ، فقال لرجل عنده جالس : (( ما رأيك في هذا ؟ )) فقالَ رجلٌ منْ أشراف الناس : هذا والله حريٌّ إنْ خطَب أنْ يُنكح ، وإنْ شفع أنْ يشفَّعَ ، وإن قالَ أن يُسمَعَ لقوله ، قالَ : فسكت النَّبيُّ  ، ثُمَّ مرَّ رجلٌ آخر ، فقالَ لهُ رسول الله  : (( ما رأيك في هذا ؟ )) قال : يا رسول الله ، هذا رجلٌ مِن فقراء المسلمين ، هذا حريٌّ إنْ خطب أنْ لا يُنكحَ ، وإن شفع أن لا يشفَّع ، وإنْ قال أنْ لا يُسمع لقوله ، فقال رسول  : (( هذا خيرٌ من ملءِ الأرض مثل هذا )) .
وقال محمد بنُ كعب القُرَظيُّ في قوله تعالى :  إِذَا وَقَعَتِ الْوَاقِعَةُ لَيْسَ لِوَقْعَتِهَا كَاذِبَةٌ خَافِضَةٌ رَافِعَةٌ  ( ) ، قال : تَخفِضُ رجالاً كانوا في الدُّنيا 
مرتفعين ، وترْفَعُ رجالاً كانوا في الدُّنيا مخفوضين .
กะอบฺ อัลกุรอซี เดิมเป็นชาวยิว แล้วเข้ารับอิสลาม เป็นเด็กที่อยู่กับเผ่ากุร็อยเซาะฮฺตอนที่วางแผนฆ่าท่านนบี แล้วนบีให้ประหารนักรบทั้งหมด ส่วนกะอบฺยังเป็นเด็กเลือกเข้ารับอิสลาม มุฮัมมัด บินกะอบฺ อัลกุรอซี ลูกของเขาเป็นตาบิอีน เป็นอุละมาอฺอธิบายอัลกุรอาน  ได้อธิบายอัลกุรอานอายะฮฺนี้ว่า...
 
قوله  : (( بحسب امرئٍ مِنَ الشَّرِّ أنْ يحقِرَ أخاه المسلم ))
يعني : يكفيه مِنَ الشرِّ احتقارُ أخيه المسلم ، فإنَّه إنَّما يحتقرُ أخاه المسلم لتكبُّره عليه ، والكِبْرُ من أعظمِ خِصالِ الشَّرِّ ، وفي " صحيح مسلم " ( )
 عن النَّبيِّ  أنَّه قال : (( لا يدخلُ الجنَّة من في قلبه مثقالُ ذرَّةٍ من كِبْرٍ )) .
ท่านนบีกล่าวว่า “จะไม่เข้าสวรรค์  บุคคลคนหนึ่งที่ในหัวใจของเขามีละอองธุลีแห่งตะกับบร”
وفيه أيضاً ( ) عنه أنَّه قال : (( العزُّ إزاره والكبر ( ) ردائه ، فمن نازعني عذَّبتُه )) فمنازعته الله تعالى صفاته التي لا تليقُ بالمخلوق ، كفى بها شراً .
وفي " صحيح ابن حبان " ( ) عن فَضالة بنِ عُبيدٍ ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( ثلاثة لا يُسأل عنهم : رجلٌ يُنازعُ الله إزاره ، ورجلٌ يُنازع الله رداءه ، فإنَّ رداءه الكبرياء ، وإزاره العزُّ ، ورجلٌ في شكٍّ من أمر الله تعالى والقُنوطِ من رحمة الله )) .
“สามคนที่ไม่ต้องถามถึง (คือเขาหายนะแน่) คือ คนที่เอาเกียรติของอัลลอฮฺมาใส่ให้ตนเอง, คนคนหนึ่งที่ไปแย่งเครื่องนุ่งห่มของอัลลอฮฺ(เอาความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺมาใส่กับตนเอง) คือคนหนึ่งที่เอาคุณลักษณะของอัลลอฮฺมาใส่กับตนเอง, คนที่สงสัยต่ออัลลอฮฺ (ว่าอัลลอฮฺมีหรือไม่มี, สงสัยในความสามารถของพระองค์) และคนที่สิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ”
وفي " صحيح مسلم " ( ) عن أبي هريرة ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( من قال : هلكَ الناسُ ، فهو أهلكهم( ) )) 
ท่านนบีกล่าวว่า “คนที่โยนหายนะให้คนอื่น เขาคือคนที่หายนะคนแรก”
قال مالك : إذا قال ذلك تحزُّناً لما يرى في الناس ، يعني في دينهم فلا أرى به بأساً ، وإذا قال ذلك عُجباً بنفسه ، وتصاغُراً للناس ، فهو المكروهُ الذي نُهي عنه . ذكره أبو داود في " سننه " ( ) .
 
قوله  : (( كلُّ المسلمِ على المسلمِ حرامٌ : دمهُ ومالُه وعِرضه )) -  เป็นความเลวเพียงพอแล้ว คนที่ดูถูกพี่น้องมุสลิม 
“มุสลิมต่อมุสลิมทั้งหมดเป็นที่ต้องห้ามละเมิดเป็นอันขาด ได้แก่ เลือด(ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต)ทรัพย์สมบัติของเขา และเกียรติของเขา”
 
ท่านนบีได้กล่าวเช่นนี้ในคุฏบะตุลวะดาอฺ 
 هذا ممَّا كان النَّبيُّ  يخطب به في المجامع العظيمةِ ، فإنَّه خطب به في حَجَّة الوداع يومَ النَّحر ، ويومَ عرفةَ ، ويوم الثاني من أيَّام التَّشريق ، وقال : (( إنَّ دماءكم وأموالكم وأعراضكم عليكم حرامٌ، كحُرمة يومكم هذا، في شهركم هذا، في بلدكم هذا ))( ) وفي رواية للبخاري ( ) وغيره : (( وأبشاركم )) .
وفي رواية : فأعادها مراراً ، ثم رفع رأسه ، فقالَ : (( اللَّهُمَّ هل بلَّغتُ ؟  اللهمَّ هل بلَّغت ؟ )) .
“โอ้อัลลอฮฺ ข้าพเจ้าได้แจ้งแล้ว”
وفي رواية : ثم قال : (( ألا ليبلغِ الشاهدُ منكمُ الغائبَ )) ( ) .
“ทุกคนในหมู่พวกท่านที่ได้ยินได้เห็นแล้วให้นำไปบอกต่อแก่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่”
وفي رواية للبخاري ( ) : (( فإنَّ الله حرّم عليكم دماءكم وأموالكم وأعراضكم إلا بحقها )) . 
“ห้ามละเมิดชีวิต ทรัพย์สิน เกียรติยศ ยกเว้นมีสิทธิ”
وفي رواية ( ) : (( دماؤكم وأموالُكم وأعراضُكم عليكُم حرامٌ ، مثلُ هذا اليوم ، وهذا البلد إلى يوم القيامة ، حتّى دفعةٌ يدفعُها مسلمٌ مسلماً يريدُ بها سوءاً حرام )) .
52.03 “ชีวิตของพวกท่าน ทรัพย์สินของพวกท่าน เกียรติยศของพวกท่านหะรอม เฉกเช่นวันนี้(วันอะเราะฟะฮฺ) แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้(ที่ต้องห้าม) จนกระทั่งวันกิยามะฮฺ, แม้กระทั่งมุสลิมผลักมุสลิม โดยเจตนาไม่ดี (ก็)หะรอม”
وفي رواية ( ) قال : (( المؤمنُ حرامٌ على المؤمن ، كحرمة هذا اليوم لحمُه عليه حرامٌ أنْ يأكُلَه ويغتابه بالغيب ، وعِرضُه عليه حرامٌ أنْ يخرِقَه ، ووجهُه عليه حرام أنْ يَلطِمَه ، ودمُه عليه حرام أنْ يسفِكَه ، وحرامٌ عليه أنْ يدفعه دفعةً تُعنته )) .
(สายรายงานนี้ต้องพิจารณา”
53.29 “มุอฺมินกับมุอฺมินเป็นที่ต้องห้าม(ละเมิด), ห้ามละเมิดเลือดเนื้อด้วยการนินทา เกียรติยศของมุอฺมินห้ามละเมิด ใบหน้าของมุอฺมินด้วยกันห้ามตบ เลือดของมุอฺมินก็เป็นที่ต้องห้าม ห้ามผลักกัน(ทำให้เดือดร้อน)”
وفي " سنن أبي داود " ( ) عن بعضِ الصَّحابة أنَّهم كانوا يسيرونَ مَعَ النَّبيِّ  ، فنام رجلٌ منهم ، فانطلق بعضُهم إلى حبلٍ معه ، فأخذها ففزِعَ ، فقال النَّبيُّ  : (( لا يحلُّ لمسلم أنْ يروِّع مسلماً )) .
55.22 เศาะฮาบะฮฺบางท่าน นั่งอยู่กับนบี เศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งหลับไป อีกกลุ่มหนึ่งก็เอาเชือกมา(จากคนที่หลับ) ทำให้เขาสะดุ้งตื่น ท่านนบีกล่าวว่า “ห้ามมุสลิมทำอะไรให้มุสลิม(อีกคนหนึ่ง)ตกใจ”
وخرَّج أحمد ( ) وأبو داود ( ) والترمذي ( ) عن السَّائب بن يزيد ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( لا يأخذ أحدُكم عصا أخيه لاعباً جادّاً ، فمن أخذَ عصا أخيه ، فليردَّها إليه )) . 
“....ใครที่ไปแหย่(หรือแย่ง)ไม้เท้าเล่นๆ หรือจริง  ให้เอาคืนเขา”
قال أبو عبيد : يعني أن يأخذ شيئاً لا يريد سرقتَه ، إنَّما يريدُ إدخالَ الغيظِ عليه ، فهو لاعبٌ في مذهب السرقة ، جادٌ في إدخال الأذى والروع عليه ( ) .
وفي " الصحيحين " ( ) عن ابنِ مسعودٍ ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( إذا كنتم ثلاثة ، فلا يتناجى( ) اثنان دُونَ الثَّالث ، فإنَّ ذلك يُحزِنُهُ )) ولفظه لمسلم .
59.18 “ท่านนบีกล่าวว่า “ถ้าพวกท่านนั่งกันอยู่สามคน อย่าให้สองคนคุยกันโดยคนที่สามไม่ได้ยิน เพราะจะทำให้เขาเสียใจ”
وخرَّج الطبراني ( ) من حديث ابنِ عباس عن النَّبيِّ  ، قال : (( لا يتناجى اثنان دُونَ الثَّالث ، فإنَّ ذلك يُؤذي المؤمنَ ، واللهُ يكره أذى المؤمن )) .
“สองคนอย่าคุยกันลำพัง ห่างจากคนที่สาม เพราะมันทำร้ายมุอฺมินด้วยกัน และอัลลอฮฺเกลียดการทำร้ายมุอฺมิน”
وخرَّج الإمام أحمد ( ) من حديث ثوبان ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( لا تؤذوا عبادَ الله ، ولا تعيِّرُوهم ، ولا تطلبُوا عوراتهم ، فإنَّ من طلبَ عورةَ أخيه المسلمِ ، طلب اللهُ عورَته حتى يفضحَهُ في بيته )) .
1.01.25 ท่านนบีกล่าวว่า “โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย อย่าทำร้ายบ่ายของอัลลอฮฺ อย่าดูถูกเขา อย่าเย้ยเขา อย่าสอดแนม(เสาะหาสิ่งที่ไม่ดีของเขา) ผู้ใดที่เสาะหาสิ่งที่ไม่ดีของพี่น้องมุสลิม อัลลอฮฺก็จะเสาะหาสิ่งไม่ดีของเขา จนกระทั่งพระองค์จะเปิดเผยสิ่งที่ไม่ดีในบ้านของเขา”
وفي " صحيح مسلم " ( ) عن أبي هريرة أنَّ النَّبيَّ  سُئِلَ عنِ الغيبة ، فقال : (( ذكرُك أخاكَ بما يكرهُ )) ، قال : أرأيت إنْ كان فيه ما أقولُ ؟ فقال : (( إن كان فيه ما تقولُ فقد اغتَبته ، وإنْ لم يكن فيه ما تقولُ ، فقد بهتَّه )) .
1.06.10 ท่านนบีถูกถามถึงเรื่องนินทา ท่านตอบว่า “คือการพูดถึงบุคคลที่สามในสิ่งที่เขาไม่ชอบให้กล่าวถึง” คนหนึ่งถามนบีว่า “ถ้าสิ่งที่ฉันพูดถึงเขาเป็นจริงล่ะ?” ท่านนบีตอบว่า “ถ้าเรื่องที่กล่าวนั้นเป็นจริงคือนินทา แต่ถ้าไม่จริงก็เป็นการใส่ร้าย”
فتضمَّنت هذه النُّصوص كلُّها أنَّ المسلمَ لا يحِلُّ إيصالُ الأذى إليه بوجهٍ مِنَ الوجوهِ من قولٍ أو فعلٍ بغير حقٍّ ، وقد قال الله تعالى :  وَالَّذِينَ يُؤْذُونَ الْمُؤْمِنِينَ وَالْمُؤْمِنَاتِ بِغَيْرِ مَا اكْتَسَبُوا فَقَدِ احْتَمَلُوا بُهْتَاناً وَإِثْماً مُبِيناً  ( ) .
1.07.17 ตัวบทต่างๆที่อธิบายหะดีษทั้งต้นนี้ สรุปว่า มุสลิมไม่อนุญาตให้ทำร้ายพี่น้องมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำ โดยปราศจากสิทธิ อัลลอฮฺได้ตรัสว่า 33:58 และบรรดาผู้ทำร้ายแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิงโดยไม่มีสาเหตุ แน่นอนพวกเขาได้แบกบาปและความชั่วที่ใหญ่หลวง
وإنَّما جعلَ اللهُ المؤمنين إخوةً ليتعاطفوا ويتراحموا ، وفي " الصحيحين " ( ) عن النعمان بن بشير ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( مَثَلُ المؤمنين في توادِّهم وتراحُمِهم وتعاطُفهم ، مَثَلُ الجسدِ ، إذا اشتكي منه عضوٌ ، تداعى له سائرُ الجسد بالحمَّى والسَّهر )) .
“อุปมาบรรดามุอฺมินด้วยกันในด้านความรักความเมตตาความสงสารซึ่งกันและกัน อุปมัยดังสรีระร่างกายเดียวกัน ส่วนหนึ่งของร่างกายที่เจ็บปวด ส่วนอื่นก็เจ็บปวดไปด้วย”
وفي رواية لمسلم ( ) : (( المؤمنون كرجلٍ واحدٍ ، إنِ اشتكى رأسه تداعى له سائر الجسد بالحمى والسهر )) .
“มุอฺมินนั้นเปรียบเสมือนคนเดียว ถ้าปวดหัว ส่วนอื่นของร่างกายก็จะป่วยไปด้วย” 1.11.02 
وفي رواية له أيضاً ( ) : (( المسلمون كرجلٍ واحد إنِ اشتكى عينُه ، اشتكى كلُّه ، وإنِ اشتكى رأسُه ، اشتكى كلُّه )) .
“บรรดามุสลิมีนเปรียบเสมือนชายคนหนึ่ง ถ้าเจ็บตา ส่วนอื่นก็เจ็บด้วย ถ้าปวดหัวส่วนอื่นก็ปวดไปด้วย”
وفيهما ( ) عن أبي موسى ، عن النَّبيِّ  ، قال : (( المؤمن للمؤمن كالبُنيان ، يشدُّ بعضُه بعضاً )) .
“มุอฺมินกับมุอฺมินเสมือนเป็นอาคารเดียวกัน ทุกส่วนของอาคารจะยึดกัน(ทำให้อาคารเข้มแข็ง)”
وخرَّج أبو داود ( ) من حديث أبي هُريرة ، عن النَّبيِّ ، قال : (( المؤمن مرآةُ المؤمنِ ، المؤمنُ أخو المؤمنِ ، يكفُّ عنه ضيعتَه ، ويحوطُه من ورائِه )) . وخرَّجه الترمذي 
“มุอฺมินกับมุอฺมินเปรียบเสมือนกระจกส่องกัน, มุอฺมินเป็นพี่น้องกัน, มีอะไรที่เขาเดือดร้อน(หลุดหายไป)พี่น้องมุอฺมินก็จะช่วยปกป้อง และคอยอยู่เบื้องหลังช่วยเหลือเขา”
( ) ، ولفظه : (( إنَّ أحدَكُم مرآةُ أخيه ، فإنْ رأى به أذى ، فليُمطه عنه )) .
“คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่าน เสมือนเป็นกระจกส่องให้พี่น้องของเขา ถ้าเห็นคนอื่นถูกทำร้าย(หรือมีอันตราย)ก็จงช่วยเหลือเขา”
 
قال رجل لعمر بن عبد العزيز : اجعل كبيرَ المسلمين عندَك أباً ، وصغيرهم ابناً ، وأوسَطَهم أخاً ، فأيُّ أولئك تُحبُّ أنْ تُسيء إليه ( ) ؟ ومن كلام يحيى بن معاذ الرازي : ليكن حظُّ المؤمن منك ثلاثة : إنْ لم تنفعه ، فلا تضرَّه ، وإنْ لم تُفرحه ، فلا تَغُمَّه ، وإنْ لم تمدحه فلا تَذُمَّه .
ชายคนหนึ่งมาบอกกับ อุมัร อิบนุอับดิลอะซีซว่า “ผู้ใหญ่ในบรรดามุสลิมีนให้ถือว่าเป็นพ่อ เด็กตัวน้อยเสมือนเป็นลูก คนอายุปานกลาง(รุ่นเดียวกัน)ถือเป็นพี่น้องกัน แล้วใครในหมู่มุสลิมจะทำร้ายกัน”//
 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 
icon4: 
เรื่อง สถานที่ วันที่
กิตาบุลวุฎูอฺ 7 (บาบ 33) -  8.11.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 1 เราะบีอุ้ลเอาวัล 1440
ตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ 17 (อายะฮฺ 43-44) -  30.10.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 22 เศาะฟัร 1440
กิตาบุลวุฎูอฺ 6 (บาบ 28-32) -  25.10.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 17 เศาะฟัร 1440
ตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ 16 (อายะฮฺ 39-42) -  23.10.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 15 เศาะฟัร 1440
กิตาบุลวุฎูอฺ 5 (บาบ 22-27) -  18.10.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 10 เศาะฟัร 1440
ตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ 15 (อายะฮฺ 38) -  16.10.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 8 เศาะฟัร 1440
กิตาบุลวุฎูอฺ 4 (บาบ 15-21) -  11.10.18  มัสญิดอาคารไวท์สเปซ 3 เศาะฟัร 1440