โรคมืด 4 (21 มี.ค.55)

หัวข้อเรื่อง: 
คำแนะนำในการรักษาอาการญินเข้า, อิจฉาริษยา
สถานที่: 
White Channel
วันที่: 
21.3.12
ความยาว(นาที): 
60 นาที
รายละเอียด: 

1- (0.02:28) เมื่อเช้านี้คนที่ข้าพเจ้าดูแลอาการป่วยอยู่มีอาการกระตุกตอนละหมาดตะฮัดญุดและแจ้งว่าเห็นญินตัวดำๆ และมีอาการปวดหลัง เมื่ออ่านอัซการอาการก็ทุเลาลง เมื่ออ่านอายะฮฺกุรซียและดุอาอฺไล่ญินก็กระตุกและเหนื่อยอ่อน อาการเหล่านี้จะรักษาอย่างไร 
(ให้ฟังบะเกาะเราะฮฺต่อเนื่อง เช้าเย็น, รับประทานน้ำมันมะกอก, อาบน้ำใบพุทราสด (10.0) - ดูรายละเอียด)
2- (19.0) ญินเข้าใจทุกภาษาหรือเปล่า ถ้าญินไม่เข้าใจภาษาของเรา จะบอกเขาอย่างไร
3- (20.17) บางครั้งการที่เรารับรู้ (รู้สึก) ว่า มีบางคนกำลังอิจฉา หรือคิดไม่ดีกับเราอยู่ .. อาการนี้เป็นอาการของโรคมืดมั้ย
4- แล้วถ้าสิ่งที่เรารู้สึก มันเป็นเรื่องจริง (เป็นโรคมืดจริง) และมันทำให้เกิดฟิตนะฮฺในหัวใจของเรา (รู้สึกร้อนๆ และไม่มีความสุข) .. จะเป็นการดีกว่าหรือไม่ หากเราหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดกับ "คนคนนั้น" เพื่อป้องกันไม่ให้เขา อิจฉาเรา หรือเราควรแก้ไขอย่างไรถึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
5- (25.45) การอาบน้ำดุอาอฺ อ่านลงไปในภาชนะเก็บน้ำขนาดใหญ่แล้วใช้กินและอาบเลยได้หรือไม่
6- (31.00) ใบพุทราจะหาซื้อได้ที่ไหน
7- ญินเห็นมลาอิกะฮฺได้มั้ย
8- มนุษย์แต่งงานกับญินได้หรือไม่
9- การอ่านกุรอานและลูบตัวก่อนนอน อ่านก่อนเป่าหรือเป่าก่อนอ่าน
10- เปิดบะเกาะเราะฮฺแล้วมีกลิ่นบุหรี่ฟุ้งทั่วบ้าน ทั้งๆที่ไม่มีใครสูบบุหรี่เลย เกี่ยวกับญินหรือไม่
11- (37.20) คนเก่าแก่ชอบเขียนซูเราะฮฺอะลัมนัชเราะฮฺ ใส่จานหรือถ้วยแล้วใส่น้ำให้เด็กๆ กิน มีหลักฐานหรือไม่
12- (38) ดุอาอฺป้องกันครอบครัวจากการอิจฉาริษยา
13- 41 ขันอะลูมิเนียมที่สลักอายะฮฺกุรซียฺ เอาไปตักน้ำดื่มจะมีผลดีหรือไม่
14- 42.10 รักษาโรคมืดมีวิธีอย่างไร (คุณย่าไม่สบายมานานแล้ว มีอาการปวด)
15- 44.10 เรื่องอิจฉาริษยาทางสายตานั้น การที่เราโชว์รูปลูกหลานทางอินเตอร์เน็ต แล้วมีคนอิจฉาริษยา จะส่งผลถึงลูกหลานเราหรือไม่
16- 47 แถวบ้านลือกันว่าเห็นกระสือ 
17- 50.30 การอ่านดุอาอฺ อ่านหรือเป่าก่อน
18- 51 คำสาปแช่งแบบไม่ได้ตั้งใจจะมีผลหรือไม่ และการสาปแช่งแบบไหนที่อัลลอฮฺจะตอบรับ
19- หนังสือเกี่ยวกับการรักษาตามแนวทางของท่านนบี ของอิบนุก็อยยิม และการรักษาด้วยสมุนไพร เป็นหนังสือที่ใช้ได้หรือไม่
20- คนที่ทำไสยศาสตร์โดยใช้ญิน เลี้ยงญินอย่างไร และทำไมญินต้องเชื่อเขา
21- 55.20 เวลาของมนุษย์และญินแตกต่างกันมั้ย เช่น เรามี 24 ชม.  ญินจะมีเวลาอย่างไร// 

-----------------------

ว่าด้วยเรื่อง “ความอิจฉาริษยา” ที่ทุกครอบครัวควรระวัง 

เรียบเรียง การตอบคำถามโดยชัยคฺริฎอ อะหฺมัด สมะดี จากรายการโรคมืด white channel http://www.youtube.com/watch?v=SRlYZErYBn0 (ไม่ได้ถอดคำพูดของท่านทุกคำ หากแต่มีการเรียบเรียงถ้อยคำเพื่อความเข้าใจในการอ่าน)

-----------

คำถาม ส่วนที่ 1 "บางครั้งการที่เรารับรู้ (รู้สึก) ว่า มีบางคนกำลังอิจฉา หรือคิดไม่ดีกับเราอยู่ .. อาการนี้เป็นอาการของโรคมืดมั้ย" 

ชัยคฺริฎอ ตอบว่า “ใช่ครับ โรคทุกชนิดที่มันไม่มีสาเหตุ ไม่มีปัจจัย ไม่มีอะไรที่สามารถสัมผัสได้ ก็ถือว่าเป็น “โรคมืด” อันเกิดจากสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็น หรือสัมผัสได้ ซึ่งโรคเหล่านี้มักจะเป็น “โรคที่เกิดจากความชั่วร้าย” “ไสยศาสตร์ เกิดจากความชั่วร้าย” “ความอิจฉาริษยาก็เกิดจากความชั่วร้าย” เช่นเดียวกัน 

โรคมืดเหล่านี้ มีเพียงศาสนาอย่างเดียวที่สามารถแก้ไข (เยียวยา) ได้ ซึ่งทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถอธิบายถึงสิ่งนี้ได้ เคยมีการวิจัยเรื่องนี้ และได้ข้อสรุปว่าไม่มีคำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์ พวกเขา (นักวิทยาศาสตร์) จึงยกเรื่องทั้งหมดนี้ไปตั้งวิชาขึ้นมาอีกวิชาหนึ่ง คือวิชาที่ศึกษาค้นหา อาการและสาเหตุของโรคต่างๆ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ กลายเป็นวิชาเอกเทศไป แต่มีการยอมรับว่า (โรคดังกล่าวนั้น) วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ 

-------------

คำถามส่วนที่ 2 แล้วถ้าสิ่งที่เรารู้สึก มันเป็นเรื่องจริง (เป็นโรคมืดจริง) และมันทำให้เกิดฟิตนะฮฺในหัวใจของเรา (รู้สึกร้อนๆ และไม่มีความสุข) .. จะเป็นการดีกว่าหรือไม่ หากเราหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดกับ "คนคนนั้น" เพื่อป้องกันไม่ให้เขา อิจฉาเรา หรือเราควรแก้ไขอย่างไรถึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

●︿● ●︿● ●︿● ●︿● ●︿● ●︿● ●︿● ●︿● ●︿● 

ชัยคฺริฎอ ตอบว่า “ใช่ครับ คือคนที่เป็นผู้อิจฉา จะมีประเภทที่อิจฉาโดยตั้งใจ และมีประเภทที่อิจฉาโดยไม่ได้ตั้งใจ และคนในสังคมก็มักจะรู้ว่าคนคนนี้เป็นคนขี้อิจฉา ขณะละครบ้านเรา ก็ยังต้องมีตัวอิจฉา ซึ่งแสดงว่าเป็นที่รู้กัน 

และในสังคมทั่วโลก ก็จะมีคนเหล่านี้ที่คนในสังคมรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ชอบที่จะให้คนอื่นมีความดีเลย ซึ่งเราต้องระวังคนเหล่านี้ หรืออย่างน้อยหากเรามีความจำเป็นต้องคลุกคลีกับพวกเขา เราก็ต้องป้องกันตัวเราด้วยการขอดุอาอฺ แม้แต่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็ยังขอดุอาอฺปกป้องลูกหลานของท่าน ซึ่งทุกครั้งที่ท่านพบเจอหลานของท่าน ท่านก็จะรุกยะฮฺ คือดุอาอฺป้องกันทุกอย่างให้กับลูกหลานของท่าน ทั้งการป้องกันไสยศาสตร์ ความอิจฉาริษยา และสิ่งอันตรายต่างๆ จะเป็นสัตว์ แมลง อะไรก็ตาม 

ดุอาอฺดังกล่าวคือ 

أعيذك بكلمات الله التامة من كل شيطان وهامة ومن كل عين لامة

คำอ่าน "อุอีซุกะ (คนเดียว) บิกะลิมาติลลาฮิตตามมะฮฺ มินกุลลิ ชัยฏอนิน วะฮามมะฮฺ วะมินกุลลิ อัยนิน ลามมะฮฺ"

*หรือหากขอความคุ้มครองให้กับคนทั้งครอบครัว ให้กล่าวขึ้นต้นว่า “อุอีซุกุม” แทน “อุอีซุกะ” 

ความหมาย "ฉันขอความคุ้มครองแก่ท่าน ด้วยพระดำรัสของอัลลอฮฺอันสูงส่งให้พ้นจากชัยฎอนทุกตัว สัตว์ร้าย และสายตาที่อิจฉา"

ดุอาอฺบทนี้มีความสำคัญเมือนฟาติหะฮฺที่เราทุกคน หรือทุกๆ ครอบครัวควรจะท่องจำ เพื่อเป็นการคุ้มครอง” 

ชัยคฺริฎอกล่าวต่อว่า “เพราะบ้านเราเนี่ยะ มีผู้ที่มีความอิจฉาเยอะ เช่นเวลาไปตามงาน ก็อาจจะมีคนกล่าวชื่นชมลูกหลานเราว่า “โอ้ ขาว, ฮืมม, โอ้โฮ ตาโตจัง” ซึ่งเรามักจะไม่ปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านนบี เวลาที่เราพบเห็นอะไรที่ดีดี เราไม่ควรทำแบบนี้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เราต้องเลิกเพราะไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธาเวลาเจออะไร ต้องกล่าว “มาชาอัลลอฮฺ บะเราะกั้ลลอฮฺ” (ขอให้มีความจำเริญ) ต้องกล่าวเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะถูกตั้งเป็นข้อสงสัยว่า คนนี้เนี่ยะเป็นพวกอิจฉาริษยา อิจฉาตาร้อน ตาโต” 

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=404233469604796&set=a.18236896179...

-----------------
 
5
Your rating: None Average: 5 (1 vote)