DMS1108

من قال رَضِيْتُ بِاللهِ رَبّاً ، وَبِالْإِسْلَامِ دِيْناً ، وَبِمُحَمَّدٍ نَبِيّاً ، وَجَبَتْ لَهُ الجَنَّةُ .

صحيح الجامع الصغير وزياداته

“ผู้ใดกล่าว ร่อฎีตุบิลลาฮิร็อบบา วะบิลอิสลามิดีนา วะบิมุฮัมมะดินนะบียา  (ฉันพอใจแล้วที่อัลลอฮฺ   เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน และฉันพอใจแล้วที่อัลอิสลามเป็นศาสนาของฉัน และฉันพอใจแล้วที่ท่านนบีมุฮัมมัด   เป็นนบีของฉัน) จำเป็นที่คนเหล่านี้ต้องเข้าสวรรค์”

รายละเอียด: 

 หะดีษที่ 16


من قال رَضِيْتُ بِاللهِ رَبّاً ، وَبِالْإِسْلَامِ دِيْناً ، وَبِمُحَمَّدٍ نَبِيّاً ، وَجَبَتْ لَهُ الجَنَّةُ .

صحيح الجامع الصغير وزياداته

ความหมาย “ผู้ใดกล่าว ร่อฎีตุบิลลาฮิร็อบบา วะบิลอิสลามิดีนา วะบิมุฮัมมะดินนะบียา  (ฉันพอใจแล้วที่อัลลอฮฺ   เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน และฉันพอใจแล้วที่อัลอิสลามเป็นศาสนาของฉัน และฉันพอใจแล้วที่ท่านนบีมุฮัมมัด   เป็นนบีของฉัน) จำเป็นที่คนเหล่านี้ต้องเข้าสวรรค์”

    ชีวิตของมุอฺมินไม่ใช่เพียงแต่กล่าวประโยคเหล่านี้เท่านั้น แต่ต้องปฏิบัติตนให้สอดคล้องด้วย คือพอใจว่าพระเจ้าของเราคืออัลลอฮฺ   พอใจว่าศาสนาของเราคืออิสลาม ไม่ใช่มองคนอื่นด้วยความอิจฉา มองชาวตะวันตกหรือพวกที่เจริญก้าวหน้าด้านวัตถุว่านี่คือคนที่ยอดเยี่ยม พอใจว่าอิสลามเป็นศาสนาของเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็กล้าประกาศและแสดงตัวกับคนทั่วไปว่าเราเป็นมุสลิม ถึงเวลาก็ละหมาด ส่วนการพอใจว่ามุฮัมมัดเป็นนบี คือเป็นผู้นำ ครู ผู้ชี้แนะ ผู้แนะนำความถูกต้องเที่ยงตรง ถ้าหากชีวิตของเราไม่พอใจว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้า อิสลามเป็นศาสนา นบี   เป็นผู้นำ ก็จำเป็นต้องทบทวนชีวิตความเป็นมุสลิมของเรา

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: