ตัฟซีรซูเราะตุตเตาบะฮฺ (9)

سورة التوبة 
IslamInThailand mp3 player
 

คลิ้กที่  เพื่อดาวน์โหลด

ดาวน์โหลด (คลิ้กขวา บันทึกเป็น...) : (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) (16) (17) (18) (19) (20) (21) (22) (23) (24) (25) (26) (27) (28)

 
ครั้งที่ อายะฮฺ เนื้อหา ดาวน์โหลด
1

1-2

สถานการณ์ช่วงสุดท้ายของชีวิตท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หลังจากตั้งรัฐอิสลามในมะดีนะฮฺแล้ว มีกฎหมายอิสลามแล้ว หลังจากพิชิตเกาะอาหรับแล้วไม่อนุญาตให้มีผู้ตั้งภาคีอยู่บนดินแดนนี้ ให้เวลา 4 เดือนเพื่อพิจารณาว่าจะรับอิสลามหรือจะออกไปอยู่ที่อื่น

بَرَاءَةٌ مِّنَ اللَّـهِ وَرَسُولِهِ إِلَى الَّذِينَ عَاهَدتُّم مِّنَ الْمُشْرِكِينَ ﴿١﴾
1. (นี้คือประกาศ) การพ้นข้อผูกพันใด ๆ จากอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ แด่บรรดาผู้สักการะเจว็ด (มุชริกีน) ที่พวกเจ้าได้ทำสัญญาไว้ 
 
 فَسِيحُوا فِي الْأَرْضِ أَرْبَعَةَ أَشْهُرٍ وَاعْلَمُوا أَنَّكُمْ غَيْرُ مُعْجِزِي اللَّـهِ ۙ وَأَنَّ اللَّـهَ مُخْزِي الْكَافِرِينَ ﴿٢﴾ 
2. “ดังนั้นพวกท่าน จงท่องเที่ยวไปในแผ่นดินสี่เดือน และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงพวกท่านนั้นมิใช่ผู้ที่จะทำให้อัลลอฮ์หมดความสามารถ ก็หาไม่ และแท้จริงอัลลอฮ์จะทรงให้ผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายอัปยศ 
2

3

บทบัญญัติสำหรับมุชริกีนและอะฮฺลุลกิตาบ ชีวิตช่วงสุดท้ายของท่านนบี วันฮัจญฺอักบัร(เยาวมุลนะหรฺ, 10 ซุลฮิจญะฮฺ) , บริเวณของอัลฮะร็อมในมักกะฮฺ (ระหว่างภูเขาอีรและเษารฺ)

وَأَذَانٌ مِّنَ اللَّـهِ وَرَسُولِهِ إِلَى النَّاسِ يَوْمَ الْحَجِّ الْأَكْبَرِ أَنَّ اللَّـهَ بَرِيءٌ مِّنَ الْمُشْرِكِينَ ۙ وَرَسُولُهُ ۚ فَإِن تُبْتُمْ فَهُوَ خَيْرٌ لَّكُمْ ۖ وَإِن تَوَلَّيْتُمْ فَاعْلَمُوا أَنَّكُمْ غَيْرُ مُعْجِزِي اللَّـهِ ۗ وَبَشِّرِ الَّذِينَ كَفَرُوا بِعَذَابٍ أَلِيمٍ ﴿٣﴾
“และเป็นประกาศจากอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ แด่ประชาชนทั้งหลายในวันฮัจญอันใหญ่ยิ่ง(ฮัจญฺอักบัร) ว่าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงพ้นข้อผูกพันจากมุชริกทั้งหลาย และร่อซูลของพระองค์ก็พ้นข้อผูกพันธ์นั้นด้วย และหากพวกเจ้าสำนึกผิดและกลับตัว มันก็เป็นสิ่งดีแก่พวกเจ้า และหากพวกเจ้าผินหลังให้ก็พึงรู้เถิดว่า แท้จริงพวกเจ้านั้นมิใช่ผู้ที่จะทำให้อัลลอฮ์หมดความสามารถได้ และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นเถิดด้วยการลงโทษอันเจ็บแสบ”
 
- ท่านนบีให้ท่านอะลีและอบูฮุร็อยเราะฮฺ นำสาส์นนี้ไปประกาศแก่ฮุจญาจที่มินาในการทำฮัจญฺ(ซึ่งท่านอบูบักรเป็นผู้นำ)ในปีที่ ฮ.ศ.9 ว่าตั้งแต่ปีหน้าไม่อนุญาตให้มุชริกีนมาทำฮัจญฺ และไม่อนุญาตให้ทำฮัจญฺโดยแต่งกายไม่เรียบร้อย (อุรยาน) ในอัซซุนนะฮฺ(หะดีษ)มีรายละเอียดการประกาศมากกว่านี้ แต่ประเด็นสำคัญคือที่ระบุในซูเราะฮฺนี้
- ความสำคัญของอิสนาด (สายสืบ) อิสนาดเป็นสัญลักษณ์ของประชาชาติอิสลาม, ศาสนาอื่นๆ ไม่มีอิสนาด 
- บริเวณอัลฮะร็อมอัลมักกียฺ (ระหว่างภูเขาอีรและเษารฺ)คือบริเวณที่ห้ามฆ่าหรือล่าสัตว์ ตัดต้นไม้ ฆ่ามนุษย์โดยไร้เหตุผล, นอกเขตฮะร็อมเรียกว่า อัลฮิลลฺ(บริเวณฮะล้าลสำหรับผู้ไม่ได้ครองอิหฺรอม) ที่มะดีนะฮฺก็มีเขตฮะร็อมเช่นเดียวกัน
- ขอบเขตของเกาะอาหรับ, เชื้อสายต่างๆในอิรัก (อาหรับ ฟาริส เคิร์ด อาหรับผสม), 
- อัลฮัจญฺลอักบัร คือวันอะเราะฟะฮฺหรือวันอันนะหรฺ อุละมาอฺมีทัศนะต่างกัน (หน้า 442)
- สิบวันแรกซุลฮิจญะฮฺ การเฉลิมฉลองในวันอีดทั้งสอง
- สงครามอิรัก, คำแนะนำในการศึกษาความหมายอัลกุรอานและความผูกพันของอัลกุรอานกับชีวิตเรา, การทำงานศาสนาและปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม, สถานการณ์โลกมุสลิม, สงครามตะบู๊ก, การสิ้นชีวิตของท่านนบี
3

4-6

إِلَّا الَّذِينَ عَاهَدتُّم مِّنَ الْمُشْرِكِينَ ثُمَّ لَمْ يَنقُصُوكُمْ شَيْئًا وَلَمْ يُظَاهِرُوا عَلَيْكُمْ أَحَدًا فَأَتِمُّوا إِلَيْهِمْ عَهْدَهُمْ إِلَىٰ مُدَّتِهِمْ ۚ إِنَّ اللَّـهَ يُحِبُّ الْمُتَّقِينَ ﴿٤﴾
4. “นอกจากบรรดาผู้สักการะเจว็ด (มุชริกีน) ที่พวกเจ้าได้ทำสัญญาไว้ แล้วพวกเขามิได้ผิดสัญญาแก่พวกเจ้าแต่อย่างใด และมิได้สนับสนุนผู้ใดต่อต้านพวกเจ้า ดังนั้นจะให้ครบถ้วนแก่พวกเขาซึ่งสัญญาของพวกเขาจนถึงกำหนดเวลาของพวกเขาเถิดแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงชอบผู้ที่ยำเกรงทั้งหลาย”  (ตัฟซีรอิบนุกะษีร หน้า 443)
- กลุ่มต่างศาสนิกที่ได้รับการยกเว้นจากอายะฮฺที่ 1-3; รักษาสัญญากับกาฟิร ในสัญญาที่ไม่ผิดหลักการศาสนา สัญญาที่ผิดหลักการถือเป็นโมฆะ; การถล่มอิรักและมติสหประชาชาติ
فَإِذَا انسَلَخَ الْأَشْهُرُ الْحُرُمُ فَاقْتُلُوا الْمُشْرِكِينَ حَيْثُ وَجَدتُّمُوهُمْ وَخُذُوهُمْ وَاحْصُرُوهُمْ وَاقْعُدُوا لَهُمْ كُلَّ مَرْصَدٍ ۚ فَإِن تَابُوا وَأَقَامُوا الصَّلَاةَ وَآتَوُا الزَّكَاةَ فَخَلُّوا سَبِيلَهُمْ ۚ إِنَّ اللَّـهَ غَفُورٌ رَّحِيمٌ ﴿٥﴾
5. “ครั้นเมื่อบรรดาเดือนต้องห้าม เหล่านั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็จงประหัตประหารมุชริกเหล่านั้น ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเจ้าพบพวกเขา และจงจับพวกเขาและจงล้อมพวกเขา และจงนั่งสอดส่องพวกเขาทุกจุดที่สองส่อง แต่ถ้าพวกเขาสำนึกผิดกลับตัว และดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และชำระซะกาตแล้วไซร้ ก็จงปล่อยพวกเขาไป แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรอภัยโทษผู้ทรงเอ็นดูเมตตา”
- 39.00 อายะฮฺที่ 5 เดือนต้องห้าม (อัลอัชฮุรุลหุรุม)
- มุชริกีนมี 2 ประเภท คือ 1-มีสัญญากับมุสลิมีน(สัญญาต่างๆระหว่างมุสลิมกับต่างศาสนิก) 2-ไม่ได้มีสัญญากับมุสลิมีน แบ่งได้อีก 2 ประเภท 2.1 ไม่ได้ยุ่งกับมุสลิม(ห้ามประหารชีวิต) 2.2 ตั้งตนเป็นศัตรูหรืออยู่ฝ่ายเดียวกับศัตรูอิสลาม
- การทำสงครามกับผู้ไม่ออกซะกาต สงครามุรตัดดีน
 
وَإِنْ أَحَدٌ مِّنَ الْمُشْرِكِينَ اسْتَجَارَكَ فَأَجِرْهُ حَتَّىٰ يَسْمَعَ كَلَامَ اللَّـهِ ثُمَّ أَبْلِغْهُ مَأْمَنَهُ ۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ قَوْمٌ لَّا يَعْلَمُونَ ﴿٦﴾
6. และหากว่ามีคนใดในหมู่มุชริกได้ขอความคุ้มครอง (ปกป้อง)จากท่าน ก็จงปกป้อง(ช่วย)เขาเถิด จนกระทั่งเขาจะได้ยินดำรัส(พระบัญญัติ)ของอัลลอฮ์ แล้วจงส่งเขา(หรือช่วยเขา)ยังที่ปลอดภัย นั่นก็เพราะว่าพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ไม่รู้ 
4

7-8

كَيْفَ يَكُونُ لِلْمُشْرِكِينَ عَهْدٌ عِندَ اللَّـهِ وَعِندَ رَسُولِهِ إِلَّا الَّذِينَ عَاهَدتُّمْ عِندَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ ۖ فَمَا اسْتَقَامُوا لَكُمْ فَاسْتَقِيمُوا لَهُمْ ۚ إِنَّ اللَّـهَ يُحِبُّ الْمُتَّقِينَ ﴿٧﴾
7. จะเป็นไปได้อย่างไรแก่มุชริกีนที่จะมีสัญญาใด ๆ ณ ที่อัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ได้ นอกจากบรรดาผู้ที่พวกเจ้าได้ทำสัญญาไว้ที่อัลมัสยิดดิลฮะรอมเท่านั้น ดังนั้นตราบใดที่พวกเขาเที่ยงธรรมต่อพวกเจ้า(ยืนหยัดในคำสัญญา) ก็จงเที่ยงธรรมต่อพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงชอบบรรดาผู้ทีความยำเกรง
- การใช้ประโยคคำถามในอัลกุรอาน ก็เพื่อย้ำความสำคัญหรือเพื่อตำหนิ
- บัยอะตุริฎวาน, สัญญาหุดัยบียะฮฺ; รักษาสัญญากับต่างศาสนิก (ในกรณีที่ไม่ผิดหลักการอิสลาม); การพิชิตเมืองต่างๆ ด้วยสัญญาหรือด้วยสงคราม การแบ่งทรัพย์เชลย การปฏิบัติต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงคราม การปฏิบัติต่อเชลยศึก (มี 4 ทางคือ ประหาร, ปล่อย, ปล่อยด้วยการชดเชย, ยึดเป็นทาส)
- 34.30 เคาะวาริจญฺคือใคร, เกิดขึ้นหลังฆาตกรรมท่านอุษมาน, เป็นกาฟิรหรือมุสลิม, ถือว่าไม่มีใครเป็นมุสลิมนอกจากพวกเขา, ถือว่าเศาะฮาบะฮฺทั้งหมดเป็นกาฟิร (ไม่มีเศาะฮาบะฮฺสักคนที่อยู่กับกลุ่มนี้), การสู้รบระหว่างมุสลิม
- การพิชิตมักกะฮฺ 63.00
- เศาะฮาบะฮฺศึกษาอัลกุรอานพร้อมอีมานและอะมั้ล (รู้ความหมาย ทำความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติ ความหมายของ กอริ, กอรี, อัลกุรรออฺ
- มารยาทการไปเยี่ยมบ้านผู้อื่น, ดาบแห่งความละอาย
كَيْفَ وَإِن يَظْهَرُوا عَلَيْكُمْ لَا يَرْقُبُوا فِيكُمْ إِلًّا وَلَا ذِمَّةً ۚ يُرْضُونَكُم بِأَفْوَاهِهِمْ وَتَأْبَىٰ قُلُوبُهُمْ وَأَكْثَرُهُمْ فَاسِقُونَ ﴿٨﴾
8. (จะมีสัญญาใด) อย่างไรเล่า ? และหากพวกเขามีชัยชนะเหนือพวกเจ้า พวกเขาก็ไม่คำนึงถึงเครือญาติ และพันธะสัญญาใด ๆ ในหมู่พวกเจ้า พวกเขาทำให้พวกเจ้าพึงพอใจด้วยลมปากของพวกเขาเท่านั้น โดยที่หัวใจของพวกเขาปฏิเสธ และส่วนมากของพวกเขานั้นเป็นผู้ละเมิด
5

9-10

 

   - เคล็ดลับของการสั่งให้ประหัตประหารมุชริกีนอาหรับ (ที่ไม่ใช่อะฮฺลุลกิตาบ) ที่อยู่บนเกาะอาหรับ และให้บังคับเข้ารับอิสลาม (เหตุผล 1-เป็นมุชริกีน ผู้ตั้งภาคี  2-หากเขาชนะมุสลิมก็จะประหัตประหารเช่นกัน

اشْتَرَوْا بِآيَاتِ اللَّـهِ ثَمَنًا قَلِيلًا فَصَدُّوا عَن سَبِيلِهِ ۚ إِنَّهُمْ سَاءَ مَا كَانُوا يَعْمَلُونَ ﴿٩﴾
9.พวกเขาได้เอาบรรดาโองการของอัลลอฮ์แลกเปลี่ยนกับราคาอันเล็กน้อย แล้วก็ขัดขวาง(ผู้คน) ให้ออกจากทางของอัลลอฮ์ แท้จริงพวกเขานั้น สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ช่างชั่วช้าจริง ๆ
   - สิบประการที่ตัดสายเชือกระหว่างมุสลิม
   - ตัวอย่างของผู้ที่ขัดขวางทางของอัลลอฮฺ
 
 لَا يَرْقُبُونَ فِي مُؤْمِنٍ إِلًّا وَلَا ذِمَّةً ۚ وَأُولَـٰئِكَ هُمُ الْمُعْتَدُونَ ﴿١٠﴾ 
10. พวกเขาจะไม่คำนึงถึงเครือญาติและพันธะสัญญาในผู้ศรัทธาคนหนึ่งคนใด และชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ละเมิด